วันศุกร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2563

2 นักวิชาการสถาบันเครือข่ายไทยสร้างสรรค์(สคทส.)ร่วมเวทีเสวนาคลินิกช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย(Legal Aid)และสโมสรนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต

 


2 นักวิชาการสถาบันเครือข่ายไทยสร้างสรรค์(สคทส.)Thai Sangsan Institute ถูกเชิญร่วมเวทีเสวนาคลินิกช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย(Legal Aid)และสโมสรนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ในหัวข้อ”ถอดบทเรียนกระบวนการยุติธรรม กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญา ที่อยู่ในความสนใจของประชาชน”  โดยมี ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์  อธิการบดีม.รังสิตประธานเปิดงานฯ  ศ.พิเศษวิชา มหาคุณ  คณบดีคณะนิติศาสตร์ปาฐกพิเศษในหัวข้อดังกล่าว พร้อมวิทยากรรับเชิญผู้มีชื่อเสียงทั้งวงการทนายความ-อัยการ-ตำรวจ  เปิดให้นิสิตนักศึกษาและประชาชนทั่วไปเข้าฟังได้



                  นายสมชาย  พหุลรัตน์  ประธานสถาบันเครือข่ายไทยสร้างสรรค์(สคทส.) และอาจารย์นิดาวรรณ เพราะสุนทร  (ผอ.หลักสูตรนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยรังสิต) ได้กล่าวถึงการได้รับเชิญให้มาเป็นวิทยากรผู้ดำเนินรายการงานเสวนาในหัวข้อเรื่อง”ถอดบทเรียน กระบวนการยุติธรรม กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญา ที่อยู่ในความสนใจของประชาชน” ที่จะมีขึ้นในวันพุธที่ 23 กันยาฯนี้ เวลา 09.00-12.00น. ณ ศาลาดนตรีสุริยเทพ ในมหาวิทยาลัยรังสิต ซึ่งเป็นการเสวนาที่สะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการยุติธรรมในบ้านเรา...ซึ่งจะเป็นข้อมูลความรู้ให้ทั้งนิสิต นักศึกษา หรือบุคคลทั่วไปได้เข้ามาฟังและเป็นความรู้ในเรื่องกระบวนการยุติธรรมซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมาก ซึ่ง ดร.ศักดิ์ณรงค์ มงคล ผอ.ศูนย์ช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายคณะนิติศาสตร์และสโมสรนักศึกษา คณะนิติศาสตร์ม.รังสิตจัดขึ้น  ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเพราะบ้านเมืองของเราทุกวันนี้มีปัญหาเยอะมาก ๆ ถ้าพวกเราร่วมมือกันไม่ว่าจะอยู่ในวงการไหนทำให้สังคมมีความรู้สึกว่าความเป็นธรรมมันมีจริง ความเหลื่อมล้ำในสังคมในบ้านเรามันจะค่อย ๆ หมดไป



                   ทางด้านอาจารย์นิดาวรรณ เพราะสุนทร ผอ.หลักสูตรนิติศาสตร์ ม.รังสิต กล่าวว่างานเสวนาครั้งนี้นอกจากจะมี ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต มาประธานกล่าวเปิดงานแล้ว ศ.พิเศษวิชา มหาคุณ คณบดีคณะนิติศาสตร์และในฐานะประธานกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญา ที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ยังกล่าวปาฐกถาพิเศษฯอีกด้วย นอกจากนั้นยังมีวิทยากรที่มาร่วมเสวนาอีกหลายท่านประกอบด้วย ดร.ถวัลย์  รุยาพร  นายกสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ฯ รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงศ์  พูตระกูล ผช.อธิการบดีฝ่ายรักษาความสงบเรียบร้อยม.รังสิต, ผศ.ดร.ธานี  วรภัทร์  ประธานคณะทำงานด้านการประมวลข้อมูลและการประชาสัมพันธ์ ในคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย, ดร.น้ำแท้ มีบุญสร้าง อัยการจังหวัด และ พ.ต.อ.วรุฒม์ ศิริสวัสดิบุตร เลขาธิการสถาบันเพื่อการปฎิรูปกระบวนการยุติธรรม ซึ่งงานเสวนาครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อนิสิต นักศึกษา และบุคคลทั่วไปที่สามารถเข้ามาร่วมฟังในวันเสวนาได้ ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษาจากสถาบันอื่น ๆก็สามารถที่จะมาเข้าร่วมฟังได้ ซึ่งทางคณะกรรมการจัดงานไม่ได้ปิดกั้นเรียนอยู่สถาบันฯไหนก็มาเข้าฟังได้ ร่วมทั้งพี่น้องประชาชนทั่วไป  ซี่งดิฉันคิดว่า ในประเทศของเรายังมีคดีอีกเยอะที่เป็นที่สนใจของพี่น้องประชาชนอีกมากมาย  เน้นว่าเวทีนี้ไม่ใช่เวทีที่จะไปโจมตีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดแต่เป็นการเสวนาที่จะอธิบายถึงกระบวนการยุติธรรมที่จะนำมาเป็นบทเรียนและเคสในการศึกษาหาความรู้ต่อไป.

 


วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2563

สสว.ประสานความร่วมมือ กอช. เพิ่มการออมพร้อมพัฒนาธุรกิจ

 


การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ นับเป็นโอกาสสำคัญของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี จากข้อมูลในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) ของกรมบัญชีกลาง พบว่า ตลาดนี้มีมูลค่าสูงถึง 1.3 ล้านล้านบาท แต่ที่ผ่านมาเอสเอ็มอี สามารถเข้าถึงได้น้อย ซึ่งจากจำนวนเอสเอ็มอี ที่เป็นนิติบุคคลซึ่งมีกว่า 7 แสนราย มีผู้ประกอบการที่สามารถเข้าสู่ระบบ โดยร่วมยื่นข้อเสนอโครงการได้เพียง 61,956 ราย หรือเพียง ร้อยละ 8.84

             นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เปิดเผยว่า จากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 1 กันยายน 2563 ได้อนุมัติร่างกฎกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน ตามที่กรมบัญชีกลางเสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาเป็นเรื่องด่วน โดยให้รับความเห็นจากสสว. ไปประกอบการพิจารณา เพื่อให้สอดคล้องกับประเภทธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พ.ศ. 2543 ซึ่งกำหนดไว้ 4 ประเภท ได้แก่ กิจการผลิตสินค้า กิจการให้บริการ กิจการค้าส่ง กิจการค้าปลีก ทั้งนี้ในส่วนของรายการสินค้า ควรปรับเปลี่ยนเป็น "รายการสินค้าหรือบริการ" เพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างทางธุรกิจของผู้ประกอบการ SME และสอดคล้องกับประเภทการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานภาครัฐ คือ จ้างทำของ หรือจ้างเหมาบริการ

 ทั้งนี้ ในร่างกฎกระทรวงฉบับดังกล่าว ได้กำหนดมาตรการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐได้ง่ายขึ้น โดยกำหนดให้หน่วยงานภาครัฐทั่วประเทศจะต้องกำหนดโควต้าจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการจาก SME ไม่น้อยกว่า 30% ของวงเงินในหมวดรายการสินค้าหรือบริการที่กำหนด ซึ่งหน่วยงานภาครัฐจะต้องคัดเลือกจากผู้ประกอบการภายในจังหวัดก่อน หากไม่มีในจังหวัดจึงคัดเลือกจากผู้ประกอบการจากภายนอกจังหวัดได้ รวมทั้งให้แต้มต่อกับเอสเอ็มอีที่เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดได้ 10% ในกรณีที่ใช้วิธี e-Bidding ที่ใช้เกณฑ์ราคาต่ำสุด

 สำหรับผู้ประกอบการที่จะได้รับสิทธิประโยชน์นี้ จะต้องเป็นเอสเอ็มอีที่ขึ้นทะเบียนบัญชีสมาชิกกับ สสว.ผ่านระบบออนไลน์ที่เว็บไซต์ www.sme.go.th หรือ ที่ศูนย์ให้บริการ SME ครบวงจร (SME One-Stop Service center : OSS) ซึ่งมีสาขาอยู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยต้องเข้าหลักเกณฑ์ของ สสว. โดยมีคุณสมบัติเป็นผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดย่อย (Micro Enterprise) วิสาหกิจขนาดย่อม (Small Enterprise) ตามนิยามของ สสว. โดยพิจารณาจากเกณฑ์รายได้

  “หลังจากนี้ สสว. จะเร่งดำเนินการเพื่อให้ทันต่อการจัดซื้อจัดจ้างในปีงบประมาณ 2564 ทั้งนี้ นอกจากนี้ สสว. ได้จัดประชุมเตรียมความพร้อมและขอความอนุเคราะห์ หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการพัฒนาชุมชน กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กรมส่งเสริมการเกษตร สำนักงานกองทุนงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่ง ประเทศไทย  สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย สภาเกษตรกรแห่งชาติ สมาคมภาคเอกชนต่างๆ จำนวน 22 หน่วยงาน  จัดส่งรายชื่อผู้ประกอบการและรายการสินค้าหรือบริการ มายังสสว. เพื่อทำการตรวจสอบ คัดกรองและจัดหมวดหมู่ข้อมูลก่อนนำเข้าสู่ระบบบัญชีรายชื่อ ส่วนรายละเอียดต่าง ๆ นั้น สสว. จะเปิดเผยในระหว่างการแถลงข่าวในวันที่ 22 ก.ย. 2563 เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้รับทราบต่อไป” นายวีระพงศ์ กล่าวทิ้งท้าย


วันอังคารที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2563

"ไกรสีห์" วางแผนคัดทีมชาติ ลุ้นเจ้าทองเปตองซีเกส์ ปีหน้า "ททบ.-สัมพันธ์ฯ แบ่งแชมป์ปทท.ปีนี้

 


นายกสมาคมกีฬาเปตองแห่งประเทศไทย ชื่นชมผลงานนักโยนลูกเหล็กหน้าใหม่ ที่มีการพัฒนาฝีมือได้ดีมากยิ่งขึ้น คว้าแชมป์เปตองชิงชนะเลิศแห่งประเทศ ครั้งที่ 40 ที่ เพชรบูรณ์เตรียมวางแผนเรียกมาคัดเลือกทีมชาติไทย พร้อมลุยกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 30 ที่ เวียดนาม ปีหน้า "บิ๊กต้อย" เผย อดีตแชมป์โลกไม่ได้เข้าชิงฯ เนื่องจากสภาพสนามแข่งขันไม่เอื้ออำนวย


นายไกรสีห์ กรรณสูต นายกสมาคกีฬาเปตองแห่งประเทศไทย เผยว่า ตามที่สมาคกีฬาเปตองแห่งประเทศไทย ร่วมกับ จังหวัดเพชรบูรณ์ จัดการแข่งขันเปตองชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 40 ประจำปี 2563 และจบลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รู้สึกพอใจกับผลงานของนักเปตองหน้าใหม่ที่มีการพัฒนาฝีมือได้ยอดเยี่ยม และสามารถคว้าแชมป์มาครองทั้งประเภททีมชายและทีมหญิง แม้แต่นักเปตองทีมชาติไทยหลายคน อย่าง "นก"ทองสี ตะมะโคตร "ต่าย" พันธ์ทิพา วงศ์ชูเวช "แจ๊ค" ศราวุิ ศรีบุณเพ็ง "คอนโด" ซึ่งแต่ละคนเคยผ่านสังเวียนลูกเหล็กในระดับนานาชาติมาอย่างโชกโชน ก็ยังไม่ผ่านถึงรอบชิงชนะเลิศเลย เพียงแต่เข้ารอบตัดเชือกเท่านั้น



อย่างไรก็ตาม สมาคมกีฬาเปตองแห่งประเทศไทย เตรียแผนที่จะคัดเลือกนักเปตองทีมชาติไทย ไปเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 30 ที่ เวียดนาม ปีหน้า แต่อย่างเนิ่นๆ โดยจะมี นายสุนชัย คำนูญเศรษฐ์ อุปนายกสมากีฬาเปตองฯ เป็นประธานคณะกรรมการคัดเลือกทีมชาติไทย ซึ่งจะเรียกนักกีฬาที่มีผลงานที่ดี รวมทั้งนักกีฬาที่คว้าแชมป์ทีมชายและทีมหญิงเปตองชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยปีนี้ มาร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ด้วย โดยตั้งเป้าครองเจ้าเหรียญทองซีเกมส์อีกสมัย


เรืออากาศตรีปรารภ ทองประเทศ เลขาธิการสมาคมกีฬาเปตองแห่งประเทศ กล่าวว่า งงการแข่งขันเปตองชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยครั้งนี้ ยินดีกับนักกีฬาหน้าใหม่ที่สามารถผ่านเข้าชิงชนะเลิศ และได้แชมป์มาครอง ทั้งทีมชายและทีมหญิง ซึ่งนักกีฬาหลายคนฝีมือดีสมาคมกีฬาเปตองฯ จะผลักดันให้เข้าสู่ระบบการเป็นทีมชาติต่อไป ส่วนนักเปตองแชมป์โลก อย่าง "นก-ต่าย-แจ๊ค-คอนโด" พลาดเข้าชิงเหรียญ สาเหตุมาจาสภาพสนามแข่งขันเป็นหลุมเป็นบ่อ ในเดือนก.ย.นี้ ระหว่างวันที่ 17-20 ห.ย.นี้ สมาคมฯจะจัดการแข่งขันเปตองผู้สูงอายุ "ไทยแลนด์โอเพ่น มาเตอร์เกมส์ ครั้งแรก ที่ สนามกีฬาเปตองในร่มของสาคมฯ หัวหมากรายการนี้กกท.เป็นผู้จัดและสนับสนุนงบประมาณการแข่งขันทั้งหมด



สำหรับผลการแข่งขันเปตองชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 40 ที่ สนามกีฬาจังหวัดเพชรบูรณ์ ผู้ที่คว้าแชมป์แต่ละประเภทมีดังนี้


ประเภททีมหญิง ชมรมสัมพันธ์ จันทรบุรี(อภิญญา นวลวิจร เจสิรักษ์ ตั้งอุดมภพ อธิตยานวลวิจิตร) ดาวรุ่งมาแรงพลิกเอาชนะ ชมรมสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ร.ต.อ.หญิง พรทิพย์ บุญเพชร ร.ต.อ.หญิง อริสา ทองคำ ส.ต.ต.หญิงสุนิตรา พ่วงอยู่ ) ซึ่งมีทีมชาติร่วมทีม 13-6คว้าแชมป์ไปครอง

ประเภททีมชาย ชมรมททบ.(จ.ส.ต.อภิชาติ ศิลลา ส.อ.สมชาย หยินมีลาภ ถาวรสิทธิ์ ราชโคตร) โชว์ฟอร์ที่เหนือชั้นกว่าเอาชนะ ชมรมจังหวัดเชียงราย(วุฒิชัย บุณตบ จตุพล นะใจ ชาติชาย จรัลพรเลิศสิน) แบบขาดลอย 13-1 ได้ครองแชมป์อย่างไม่ยาก


เยาวชนหญิง อายุไม่เกิน 20 ปี (ชมรมกรมช่างโยธาทหารอากาศ(สิริอร สาระชีพ ด.ญ.วงศ์รุ่ง สังข์วงศ์ วิภาวดี เจริญทรง) ชนะ ชมรมตำรวจตะเวนชายแดน(ขวัญฤดี ปานอินทร์ มลิวัฒน์ เจริญชัย ปิยามาตร ประภัสสร) 13-0

เยาวชนชาย อายุไม่เกิน 20 ปี ชมรมตำรวจตะเวนชายแดน(พงศ์กร อินภู่ วัชระ คำดี วุฒิพงษ์ เสมสายันต์ ) ชนะ ชมรมช้างศึก (ณัฐวุฒ์ เงินอาจ วัชรพล ปินะละเซ ธีระพล มีนวายลืม) 13-2


ยุวชนชาย อายุไเกิน 15 ปี ชมรมน้องนุช จังหวัดร้อยเอ็ด(มนัสการ พยัคษา สรอรรถ ปรีกุลเกริกไกร วิชัญ ผิวขำ ) ชนะ ชมรมกองบัญชาการทหารสูงสุด (ด.ช.ธรรมนันท์ วงจันต์ศุลี ด.ช.อนุชา ตาวังปา) 13-2

ยุวชนหญิง อายุไม่เกิน 15 ปี ชมรกองทัพบก ( ด.ย.ปัมมาพร พิมโย ด.ญนนิสา โสพันธ์ภักดีด.ญ.ปริฉัตร สงศรี) ชนะ จังหวัดพิจิตร(กุลดา นิลเกษ ด.ย.สุภาพิม เฟื่องสนิท ด.ญ.ชนิดา สิงห์ลอ) 13-9


ทีมอายุโส อายุ55 ปี ชมรมรพ.พระนั่งเกล้า(ร.ท.ประคอง ปรีรอด ร.ท.สำเริง แสงโสด ร.ต.สุวิทย์ สุดกระโทก) ชนะ ชมรมกีฬาช้างเผือก (ณรงค์ ศิริวงศ์ เฉลิมแสงศิลป์ วินัย ไทรแก้ว) 13-3

 






 


วันจันทร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2563

เที่ยวขอนแก่นครึกครื้น เศรษฐกิจคึกคัก เชิญมาร่วมงานแสดงสินค้า ปริ้นท์เทค และจักรปัก สัญจร ครั้งที่ 6 26-27 กันยายน 2563 Kice ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ ขอนแก่น โปรแรง แจกแถมจัดเต็ม แจกทองตลอดงาน

 


คุณมินท์ธิตา นิธิกรกุลนันทน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วันทูวัน ครีเอชั่น จำกัด ออร์แกนไนซ์เซอร์ จับมือกับจังหวัดขอนแก่น สภาอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น และหอการค้าจังหวัดขอนแก่น จัดงานแสดงสินค้า ปริ้นท์เทค และจักรปัก สัญจร ครั้งที่ 6 จังหวัดขอนแก่น เป็นการนำผู้ประกอบการ บริษัท ชั้นนำจากทาง กรุงเทพฯ ไปจัดแสดงสินค้าแบบยิ่งใหญ่โดยมี 4 กลุ่มอุตสาหกรรม หลักมารวมตัวกัน ได้แก่งาน

1. ด้านงานพิมพ์ เป็นงานด้านธุรกิจด้านงานพิมพ์ อาทิ เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท, เครื่องพิมพ์ดิจิตอล, เครื่องพิมพ์มัลติฟังค์ชั่น, เครื่องถ่ายเอกสารสี ธุรกิจบริการงานป้ายโฆษณา อุปกรณ์ก่อน-หลังการพิมพ์ เป็นต้น

2. ด้านแอลอีดี เป็นงานธุรกิจด้านหลอดไฟแอลอีดี อาทิ ตู้ไฟ, ป้ายกล่องไฟสำเร็จรูป, เมนูบอร์ด, กรอบป้ายกระจายแสง, งานตกแต่ง และวัสดุอุปกรณ์ป้ายไฟ เป็นต้น

3. ด้านจักรปัก พิมพ์สกรีน และสิ่งทอ เป็นธุรกิจของ กลุ่มเครื่องจักรสำหรับเสื้อผ้าสิ่งทอ อาทิ จักรปัก, พิมพ์สกรีน, เครื่องพิมพ์สกรีน, เครื่องทรานเฟอร์, สีสกรีน และอุปกรณ์งานปัก เป็นต้น

4. ด้านงานพิมพ์บรรจุภัณฑ์ เป็นธุรกิจงานพิมพ์บรรจุภัณฑ์ อาทิ งานพิมพ์บรรจุภัณฑ์, เครื่องพิมพ์บนกล่อง, เครื่องพิมพ์ฉลากสินค้า, เลเบล, เครื่องพิมพ์บนบรรจุภัณฑ์ และสินค้าพรีเมี่ยม เป็นต้น

ทั้งนี้ภายในงานยังมีการจัดกิจกรรมสัมมนา ความรู้ และWorkshop จากบริษัทชั้นนำที่จะนำ

1. กลุ่มคนทำป้ายจังหวัดขอนแก่น ประกอบตู้ไฟ LED ไฟเชียร์, อะคริลิค, คอมโพสิตสำหรับงานออกแบบตกแต่งงานภายในและภายนอก และอธิบายเกี่ยวกับการเลือกสี pantone, การใช้ค่าของสี RGB – CMYK

2. “Emb On Mask Workshop by GWปักชื่อหน้ากากอนามัย เก๋ไก๋ไม่ซ้ำใคร” จากบริษัท กู๊ดเวิร์ค อินเตอร์เทรด จำกัด

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆ พร้อมของรางวัลอีกมากมาย พร้อมทั้งมีโปรโมชั่นพิเศษสุดจากผู้เข้าร่วมจัดแสดงสินค้าในครั้งนี้ ร่วมลุ้นรับรางวัลโทรทัศน์ และสร้อยคอทองคำ รวมมูลค่า 10,000 บาทโดยทั้งหมดนี้จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 26-27 กันยายน 2563 Kice ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ ขอนแก่น ฮอลล์ 1 ตั้งแต่ 09.30-18.00 น.




 

 


รื่นวิชา “มหายันต์รวย” เปิดแลนด์มาร์ครวมเทพศักดิ์สิทธิ์แห่งแรกย่านดอนเมืองต้อนรับประชาชนผู้ศรัทธาเข้าสักการะ

 


กรุงเทพฯ – อาจารย์ ดร.ไพโรจน์ รื่นวิชา เจ้าตำรับชั้นเซียนผู้เขียนยันต์ศักดิ์สิทธิ์ จนเป็นตำนานพลิกชีวิตแก่ผู้บูชา ถือฤกษ์มงคลวันที่ ๙ เดือน ๙ ปี ๖๓ ซึ่งรวมกันเป็นเลข ๙ เปิดแลนด์มาร์ค“มหายันต์รวย” ศูนย์รวมใจผู้ศรัทธาที่พร้อมต้อนรับประชาชนเข้าสักการะสิ่งศักดิ์อันเป็นที่เลื่อมใส แห่งแรกบนถนนวิภาวดีรังสิตโดยนิมนต์ ครูบาอริยชาติ อริยจิตโต วัดแสงแก้วโพธิญาณ จ.เชียงราย เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และได้รับเกียรติจาก พลตรีวัชรินทร์ สุวรรณรินทร์ เจ้ากรมสารวัตรทหารบก เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วยดารานักแสดงชื่อดังร่วมงานอย่างล้นหลาม



​อาจารย์ ดร.ไพโรจน์ รื่นวิชา เปิดเผยว่า แลนด์มาร์ค “มหายันต์รวย” เกิดขึ้นจากความตั้งใจที่อยากสร้างขึ้นเพื่อให้การต้อนรับเหล่าสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาต่อมหาเทพผู้ทรงความศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายได้เข้าสักการะเสริมสร้างบารมีและความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต โดยแลนด์มาร์คแห่งนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 3 ไร่ เป็นที่ตั้งสำนักงานมหายันต์รวย และในพื้นที่ดังกล่าวมีต้นไทรขนาดใหญ่อายุกว่า 100 ปีที่ทางกรุงเทพมหานครได้สงวนไว้ ซึ่งมีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นหลายครั้ง จนกระทั้งมีการย้ายศาลปู่-ย่า มเหสักข์มาตรงบริเวณต้นไทร ด้วยกิตติศัพท์อันเป็นที่กล่าวขานถึงความศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกแพร่สะพัดออกไปจากผู้มีประสบการณ์ที่ได้มากราบไหว้และประสบผลสำเร็จมีโชคลาภ จึงมีประชาชนหลั่งไหลเดินทางมาตามเสียงร่ำลือเป็นจำนวนมาก เลยเกิดเป็นความคิดริเริ่มที่จะแปรงสภาพพื้นที่ดังกล่าวให้กลายเป็นจุดศูนย์รวมความศรัทธาและให้การต้อนรับบุคคลทั่วไปได้เข้ามากราบสักการะ และสามารถกล่าวได้ว่าเป็น “แลนด์มาร์คสายมู” แห่งแรกบนถนนวิภาวดี-รังสิต อีกทั้งยังส่งเสริมโอกาสในการประกอบอาชีพของพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่อีกด้วย



​นอกจากจะเป็นที่ตั้งของต้นไทรศักดิ์สิทธิ์ที่ประทานโชคลาภแก่ผู้ศรัทธาแล้ว แลนด์มาร์คมหายันต์รวย ยังเป็นที่ประดิษฐานของเหล่าองค์เทพที่เปี่ยมด้วยพลังเมตตาที่ให้คุณอย่างแรงกล้า ได้แก่ พระตรีมูรติ เทพผู้ประทานพรเรื่องความรัก ที่ผู้คนมักถวายสักการะบูชาด้วยดอกกุหลาบ และธูปเทียนสีแดงตามความเชื่อ พระพิฆเนศวร เทพเจ้าแห่งความสำเร็จ อันเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาโดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มอาชีพแวดวงศิลปะ บันเทิง พระราหู เทพผู้เสริมแกร่งดวงชะตา ให้พ้นเคราะห์ ภยันตราย ที่ผู้คนต่างนิยมถวายด้วยเครื่องบูชาสีดำ และท้าวเวสสุวรรณ ผู้ประทานโชคลาภ ความร่ำรวย เสริมดวงปีชง โดยเหล่าองค์เทพทั้งหมด อาจารย์ไพโรจน์เป็นผู้ออกแบบด้วยตนเอง โดยจะมีลักษณะเฉพาะคือมีสรีระที่สมบูรณ์ กำยำ แข็งแรง ด้วยความเชื่อที่ว่าจุดเริ่มต้นของชีวิตที่ดี ประสบความสำเร็จ ต้องเริ่มจากสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงเช่นกัน เพราะฉะนั้นผู้ที่เดินทางมากราบสักการะเหล่าองค์เทพที่ประดิษฐาน ณ แลนด์มาร์คมหายันต์รวย นอกจากจะได้เสริมดวงชะตา ขอสิ่งใดสมปรารถนาแล้ว ยังได้รับประทานพรเรื่องสุขภาพกลับไปด้วย



​สำหรับแลนด์มาร์ค “มหายันต์รวย” ตั้งอยู่ในพื้นที่สำนักงานของ อาจารย์ ดร.ไพโรจน์ รื่นวิชา อาคารเลขที่ ๖๓ ติดถนนวิภาวดีรังสิต สนามบิน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร นอกจากจะเป็นจุดศูนย์รวมความศรัทธาจนสามารถเรียกว่าเป็น “แลนด์มาร์คสายมู” ย่านดอนเมืองแล้ว ยังมี “มหายันต์รวย อาร์ตแกลเลอรี่” ซึ่งรวบรวมผลงานศิลปะอักขระเลขยันต์ที่มีมาตั้งแต่โบราณวาดลงบนผืนผ้ายันต์จากฝีมือของอาจารย์ไพโรจน์ ที่วาดออกมาได้อย่างวิจิตรบรรจงโดยรูปแบบลวดลายเส้นสายที่อิงตามวันเดือนปีเกิด และความปรารถนาของผู้บูชา เป็นที่เล่าลือถึงความศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเหล่าดารานักแสดง มหาเศรษฐีชื่อดังของเมืองไทยต่างให้ความนับถือ จัดแสดงเพื่อให้ผู้สนใจสามารถเข้าชมได้ทุกวัน โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการเช่าบูชามหายันต์รวย อาจารย์ไพโรจน์ ได้นำไปใช้เพื่อสร้างกุศลในโอกาสต่าง ๆ มากมาย เช่นการซื้อที่ดินสร้างวัด สร้างวิหาร สร้างโบสถ์ สร้างโรงพยาบาล อีกทั้งยังมีการแจกทุนการศึกษาในเด็กที่ขาดกำลังทรัพย์ มอบสิ่งของจำเป็นให้กับผู้ยากไร้ในถิ่นทุรกันดาร เรียกได้ว่าใครที่มีโอกาสเช่าบูชามหายันต์รวยของ อ.ไพโรจน์แล้ว ยังได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างกุศลที่ยิ่งใหญ่อีกด้วย





 

 


เดอะ สเน็ค ถ้าไม่ดีก็ต้องทำให้ดี ได้ 2 เซเล็ป อย่าง แซ็ค ชุมแพ และ ทนายเจมส์ มาร่วมแสดงในการถ่ายทำเพิ่มเติม

 เดอะ สเน็ค ถ้าไม่ดีก็ต้องทำให้ดี 

ได้ 2 เซเล็ป อย่าง แซ็ค ชุมแพ และ ทนายเจมส์ 

มาร่วมแสดงในการถ่ายทำเพิ่มเติม



                  ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง “เดอะสเน็ค” ปู วิดิฐ  พาทีมงานและยกทัพเหล่านักแสดง เพื่อถ่ายทำบางส่วนของภาพยนตร์เรื่อง “เดอะสเน็ค” เพื่อเติม โดยทางผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง “เดอะสเน็ค” ปู วิดิฐ ได้ให้ความเห็นว่า เนื่องจากตอนนี้ภาพยนตร์เรื่อง “เดอะสเน็ค” ได้มีแฟนๆ รอติดตามชมผลงานเป็นจำนวนมาก และตัวเองก็ยังไม่ชอบในตัวเนื้อเรื่องบางส่วน จึงลงทุนควักกระเป๋าตัวเองเพื่อถ่ายทำบางส่วนเพิ่มเติม และทั้งนี้ยังได้นักร้องลูกทุ่งขวัญใจสาวเล็ก สาวใหญ่อย่าง แซ็ค ชุมแพ มาร่วมเพิ่มเติมสีสันและเท่านั้นยังไม่พอ ยังได้ทนายมาดเข้มอย่าง ทนายเจมส์  มารับบทบาทบางบทบาทในภาพยนตร์เรื่อง “เดอะสเน็ค” อีกด้วย ซึ่งแซ็ค ชุมแพ และ ทนายเจมส์ จะรับบทเป็นอะไรนั้น ผู้กำกับขออุ๊บไว้ก่อน เพื่อให้ทุกคนรอติดตามในโรงภาพยนตร์โดยพร้อมกัน



ส่วนการถ่ายทำเพิ่มเติมในครั้งนี้ ปู วิดิฐ ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง “เดอะสเน็ค” ก็เลยจัดเต็มเพื่อให้ “เดอะสเน็ค” ออกมาดูสมจริงสมจังและมีความตื่นเต้นของแต่ละฉากมากขึ้น  โดยที่ผู้กำกับ  ปู วิดิฐ  ยอมลงทุนเอางูยักษ์มาถ่ายทำจริงๆ และนำงูจงอางที่ดุที่สุดมาเล่นประกอบฉากด้วย

                  โดยที่ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง “เดอะสเน็ค” ก็กล่าวชมสปิริตของ 2 นักแสดงอย่าง แซ็ค ชุมแพ และ ทนายเจมส์ ว่าทั้งคู่สุดยอดมากเลยครับยอมเล่นกับงูตัวใหญ่ที่สุดในหมู่บ้านงูจงอาง ใช่ว่าใครหลายๆคนจะกล้าเล่นกับสัตว์จำพวกนี้ และยังกล่าวทิ้งท้ายไว้ด้วยว่า ภาพยนตร์เรื่อง “เดอะสเน็ค” เรื่องนี้ผมพยามสร้างสรรค์ให้เป็นความบันเทิงดูสนุกและในเรื่องยังสอดแทรกให้เห็นว่าธรรมะย่อมชนะอธรรมโดยใช้ตำนานเล่าขานมาเป็นโครงเรื่องหลัก

และหมู่บ้านงูจงอาง ก็อยู่ที่ อำเภอน้ำพอง จ.ขอนแก่น ทุกคนในหมู่บ้านนั้น อนุรักษ์งู ผมอยากจะให้ทุกคนทั่วโลกได้รู้จักหมู่บ้านแห่งนี้ และให้วัฒนธรรมไทยได้เผยแพร่สู่สายตาคนทั่วโลก



                  และผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง “เดอะสเน็ค” ยังได้ทิ้งท้ายต่ออีกว่า ช่วงนี้เป็นช่วงหนังไทยทยอยกันเข้าโรงภาพยนตร์ ตนจึงกำลังดูโปรแกรมฉายที่เหมาะสมที่เหมาะสมและวันเวลาที่ดีที่สุดให้กับภาพยนตร์เรื่อง “เดอะสเน็ค” อยู่ และประกอบกับตอนนี้ภาพยนตร์เรื่อง ”เดอะสเน็ค” อยู่ระหว่างการตัดต่อทำเสียงซาวด์ทำสีและ ซีจี จึงอยากฝากบอกแฟนๆ ภาพยนตร์เรื่อง  “เดอะสเน็ค” ให้อดใจรอกันอีกนิด แล้วมาร่วมชมพร้อมกันในโรงภาพยนตร์












 

 

วันเสาร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2563

เริ่มแล้วงาน Wedding Fair 2020 by NEO งานที่จะทำให้เจ้าสาวทุกคนมีความสุขดึง ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก นำโชว์ชุดเจ้าสาวสุดอลัง

 เริ่มแล้วงาน Wedding Fair 2020 by NEO งานที่จะทำให้เจ้าสาวทุกคนมีความสุข 

ดึง ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก นำโชว์ชุดเจ้าสาวสุดอลัง




บริษัท เอ็น.ซี.ซี. เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด หรือ นีโอ จัดงาน Wedding Fair 2020 by NEO ชูธีม “The Bride’s Dream” สานฝันงานวิวาห์ แบบ One stop shopping พร้อมขนทัพ ดารา – นางแบบชื่อดัง ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก, แนท-อนิพรณ์, แซมมี่-เคาวเวล์, คาริสา สปริงเก็ตต์ จัดแฟชั่นโชว์ชุดเจ้าสาว พร้อมเผยเทรนด์ปี 2021 คนนิยมจัดงานสะท้อนความเป็นตนเองยิ่งขึ้น



นางเปรมพร สายแสงจันทร์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดงาน Wedding Fair 2020 by NEO กล่าวว่า งาน Wedding Fair 2020 by NEO งานแสดงสินค้าและบริการด้านงานวิวาห์ครบวงจรที่ยิ่งใหญ่แห่งปี โดยในปี 2563 นี้ จัดขึ้นในธีม “The Bride’s Dream” งานเดียวที่จะทำให้คุณเป็นเจ้าสาวที่มีความสุขที่สุด จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 - 13 กันยายน 2563 เวลา 11.00 - 21.00 น. ชั้น 5 รอยัล พารากอน ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ตอกย้ำการเป็นผู้นำการจัดงานแสดงสินค้าและบริการด้านธุรกิจงานวิวาห์ครบวงจรแบบ One stop shopping ซึ่งในปีนี้ได้จัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 28 โดยได้รับการตอบรับจากทั้งผู้ประกอบการ และผู้ชมได้ด้วยดีเสมอมา



สำหรับปีนี้ยังได้จัดแฟชั่นโชว์ชุดวิวาห์สุดอลังการ ซึ่งว่าที่เจ้าสาวไม่ควรพลาด โดยมีนางเอกแถวหน้าของวงการอย่าง ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก มาร่วมเดินแฟชั่นโชว์ชุดวิวาห์ พร้อมกับนางแบบ-ดาราชื่อดัง อาทิ แนท อนิพรณ์, แซมมี เคาวเวลล์, ซาบีน่า ไมซิงเกอร์, คารีสา สปริงเก็ตต์ เป็นต้น และยังมี ไบรท์ วิชเวช เอื้ออำพน ร่วมร้องเพลงประกอบการเดินแฟชั่นโชว์ในครั้งนี้ด้วย

ภายในงานได้รวบรวมเหล่ามืออาชีพด้านการจัดงานแต่งงาน สินค้าและบริการด้านงานวิวาห์ไว้ครบจบในงานเดียว พร้อมกับโปรโมชั่นสุดพิเศษมากมาย อาทิ แหวนเพชร และเครื่องประดับเพชร ของชำร่วย สตูดิโอถ่ายภาพ ชุดวิวาห์จากห้องเสื้อแบรนด์ดัง เวดดิ้งแพลนเนอร์ และโรงแรมห้องจัดเลี้ยงชั้นนำ และอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม Wedding Fair Check Point “เช็คปั๊ป รับของรางวัลกว่า 100,000 บาท” ชวนคู่รักร่วมสนุกง่ายๆ โดยการตามหาจุด Check Point ภายในงานให้ครบทั้ง 6 จุด เพื่อรับของรางวัลมากมาย อาทิ Voucher ชุดแต่งงาน พร้อมเวลประดับผม จากห้องเสื้อ Elisabeth Bridal มูลค่ากว่า 100,000 บาท จำนวน 1 รางวัล และรางวัลปลอบใจ Voucher ที่พัก Villa Maroc Resort ห้อง Pool Court มูลค่า 15,000 บาท จำนวน 1 และบัตรรับประทานอาหารจาก Peppina at Crystal Park มูลค่า 2,000 บาท จำนวน 2 ใบ / 2 รางวัล



ในปี 2021 นี้เทรนด์การจัดงานวิวาห์ที่ได้รับความนิยม มีค่อนข้างหลากหลาย อาทิ การจัดงานแบบ Eco Wedding งานวิวาห์แบบรักษ์โลก ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นสิ่งที่คนยุคใหม่ให้ความสำคัญ การจัดงานแบบ Micro Weddings งานวิวาห์แบบส่วนตัวเชิญเฉพาะญาติและคนใกล้ชิดประมาณ 40-50 คนร่วมงาน ตามพฤติกรรมของคนสมัยนี้ที่ชอบความเป็นกันเองลดความเป็นทางการลง และการจัดงานแบบ New Gen เป็นการจัดงานที่ฉีกกฎงานวิวาห์ทั่วไปไม่ว่าจะเป็นชุดที่ไม่เหมือนชุดวิวาห์ทั่วไป แต่เน้นแสดงออกถึงตัวตนของบ่าวสาวให้ออกมาชัดเจนแทน เป็นต้น ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเทรนด์การจัดงานแบบไหนภายในงาน Wedding Fair 2020 by NEO สามารถตอบโจทย์ทุกคู่รักที่เริ่มต้นวางแผนแต่งงานได้ตรงตามความต้องการ ด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านงานวิวาห์ที่หลากหลาย ร่วมออกงานในครั้งนี้ ผู้สนใจสามารถเข้าชมงาน Wedding Fair 2020 by NEO งานแสดงสินค้าและบริการด้านงานวิวาห์ครบวงจรที่ยิ่งใหญ่แห่งปี ได้ตั้งแต่วันที่ 11 - 13 กันยายน 2563 เวลา 11.00 - 21.00 น. ณ ชั้น 5 รอยัล พารากอน ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน หรือสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง www.thaiweddingfair.com หรือ www.facebook.com/Weddingfairbyneo


















GAC AION ขนที่สุดของซูเปอร์คาร์รถไฟฟ้า Hyper SSR ขุมพลัง 1,225 แรงม้า 0-100 กม.ต่อชั่วโมง ภายในเวลา 1.9 วินาที ให้ผู้ขับได้สัมผัสแรงกระชากในระดับ 1.7 G ในงาน Motor Expo 30 นี้

                 GAC AION  มาเหนือเมฆขนขุมพลังแห่งรถไฟฟ้า 100% ระดับไฮเอน Hyper SSR ด้วยขุมพลัง 1,225 แรงม้า 0-100 กม. ต่อชั่วโมง ภายในเวลา ...