วันจันทร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2563

ก.แรงงานมอบถ้วยพระราชทานฯ เชิดชูเกียรติสถานประกอบกิจการ ที่มีระบบบริหารจัดการด้านแรงงานยอดเยี่ยม

 


กระทรวงแรงงานจัดงาน Thailand Labour Management Excellence Award 2020 มอบถ้วยรางวัล พระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ แก่สถานประกอบกิจการที่มีระบบ บริหารจัดการด้านแรงงานยอดเยี่ยม นำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดีของลูกจ้าง สร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน และ ส่งเสริมให้มีการพัฒนาแรงงานที่ยั่งยืน สามารถเป็นต้นแบบให้กับสถานประกอบกิจการอื่นนำไปใช้พัฒนาองค์กร



นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวภายหลังเป็นประธานในพิธีมอบรางวัล Thailand Labour Management Excellence Award 2020 ในวันจันทร์ที่ 21 กันยายน 2563 ณ โรงแรมสวิส โฮเต็ล กรุงเทพฯ รัชดา เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ว่ากระทรวงแรงงานมีนโยบายสำคัญในการผลักดันและ ยกระดับการบริหารจัดการแรงงานในสถานประกอบกิจการให้มีมาตรฐาน เพื่อมุ่งสู่งานที่มีคุณค่า (Decent Work) โดยให้มีความรับผิดชอบต่อสังคมด้านแรงงานที่สอดคล้องกับมาตรฐานแรงงานตามหลักสากล ซึ่งถือเป็นเงื่อนไข สำคัญอย่างหนึ่งของเวทีการค้าโลกในปัจจุบัน อันจะส่งผลให้ผู้ใช้แรงงานมีความมั่นคง และมีคุณภาพชีวิตในการ ทำงานที่ดีขึ้น นำไปสู่การสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน การมอบรางวัล Thailand Labour Management Excellence Award 2020 เป็นการมอบรางวัลให้กับสถานประกอบกิจการที่มีความมุ่งมั่นสร้างระบบบริหาร จัดการด้านแรงงานอย่างยอดเยี่ยมตามมาตรฐานที่ได้กำหนดไว้ครบทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ ด้านแรงงานสัมพันธ์ และสวัสดิการแรงงาน ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน และด้านมาตรฐาน แรงงานไทย โดยได้ขอพระราชทานถ้วยรางวัลจากสมเด็จพระกนิษฐา ธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จำนวน 3 รางวัล แบ่งเป็น สถานประกอบกิจการขนาดใหญ่ กลาง เล็ก เพื่อเป็นเกียรติยศ และความภาคภูมิใจร่วมกันของนายจ้าง ลูกจ้างในสถานประกอบกิจการ ที่ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการ มีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ใช้แรงงาน และสร้างจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อสังคมด้านแรงงาน ให้เกิดขึ้น จนสามารถเป็นต้นแบบให้กับสถานประกอบกิจการอื่น ๆ นำไปใช้เป็นแบบอย่างในการพัฒนาองค์กรให้ ดียิ่งขึ้นต่อไป



นายอภิญญา สุจริตตานันท์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กล่าวเพิ่มเติมว่าในปี 2563 นี้ สถานประกอบกิจการที่ได้รับรางวัลถ้วยพระราชทาน จำนวน 3 รางวัล คือ

สถานประกอบกิจการขนาดใหญ่ (ลูกจ้างตั้งแต่ 1,000 คนขึ้นไป) ได้แก่ บริษัท ไทสัน โพลทรี (ไทยแลนด์) จำกัด (โรงงาน 5)

 สถานประกอบกิจการ ขนาดกลาง (ลูกจ้าง 300 ถึง 999 คน) ได้แก่ บริษัท แกมม่า อินดัสตรี้ส์ จำกัด และ

สถานประกอบกิจการขนาดเล็ก (ลูกจ้าง 1 ถึง 299 คน) ได้แก่ บริษัท เซอร์คิตอินดัสตรีส์ จำกัด

ซึ่งนอกจากรางวัลดังกล่าวแล้ว ยังมีการมอบรางวัล ให้กับสถานประกอบกิจการที่ได้รับรางวัลสูงสุดในแต่ละด้าน ได้แก่ รางวัลเกียรติยศสถานประกอบกิจการต้นแบบ ดีเด่นด้านความปลอดภัยฯ ปีที่ 20 และปีที่ 15 จำนวน 19 รางวัล รางวัลเกียรติยศสูงสุดสถานประกอบกิจการ ดีเด่นด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงาน 15 ปีติดต่อกัน จำนวน 44 รางวัล และรางวัลเกียรติยศ สถานประกอบกิจการที่ธำรงรักษาระบบมาตรฐานแรงงานไทยต่อเนื่อง 10 ปี จำนวน 3 รางวัล รวมอีก 66 รางวัล ภายในงานครั้งนี้ด้วย








 


วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2563

ธุรกิจท่องเที่ยวเจ้าของโรงแรมเดินหน้าอนุรักษ์ป่าเขาค้อ

 


         ธุรกิจ​ท่องเที่ยว-เจ้าของโรงแรมฯ รวมตัวเดินหน้ารักษาพื้นที่ป่า ร่วมกับชมรมอนุรักษ์พื้นที่ป่าเขาค้อ เดินหน้าหาความจริงเรื่องผ่อนปรนรีสอร์ทในเขตป่าสงวน ทั้งที่มีการฟ้องศาลดำเนินคดีถูกศาลลงโทษและถูกปรับรายวันยังเปิดกิจการ ทำเรื่องถามผู้ว่าฯเพชรบูรณ์หลายครั้งไม่มีความคืบหน้าทั้งๆที่รีสอร์ทโรงแรมที่ผิดกฎหมายอยู่ในพื้นที่ป่าสงวน และยังมีเรื่องของการบิดเบือนคำสั่งคสช.ที่ 6/62 ซึ่งเราคนไทยต้องช่วยกันอนุรักษ์พื้นที่ป่าสร้างพื้นที่ป่าให้มากที่สุดทั่วประเทศไม่ว่าจะที่ไหน แต่ที่เขาค้อตอนนี้จะเอาพื้นที่ป่าขอเป็นพื้นที่ราชพัสดุ ด้วยเหตุผลที่ต้องการเอาไปให้กลุ่มทุน ทั้งๆที่กรมป่าไม้เปิดโอกาสให้เฉพาะคนในพื้นที่ที่เป็นชาติพันธุ์ที่อยู่มาก่อนและรอส.ได้เพียง 595 รายเท่านั้น  เรียกร้องมากว่า 15 ปี จะไม่ยอมถอดใจเดินหน้าอนุรักษ์พื้นป่ารอยต่อเพชรบูรณ์ พิษณุโลกและเลยไปให้ถึงที่สุด

            นายประสม ประคูณสุขใจ แกนนำชมรมอนุรักษ์พื้นที่ป่าเขาค้อและเป็นเจ้าของเมาเทนพาร์ค-สวิสเซอร์แลนด์รีสอร์ท เผยถึงการเดินหน้าหาความจริงเรื่องที่ผู้ว่าฯผ่อนปรนให้รีสอร์ทในเขตป่าสงวนเขาค้อ ที่ตนเองได้เรียกร้องหน่วยงานรัฐและ ก็ถามไปทางจังหวัดโดยเฉพาะผู้ว่าฯเพชรบูรณ์คนปัจจุบันถึงเรื่องโรงแรมรีสอร์ทเถื่อนที่ผิดกฎหมายก่อสร้างอยู่ในเขตป่า ทั้งๆที่คำสั่งคสช.ที่ 6/62 ให้โรงแรม รีสอร์ทผิดกฏหมายต้องถูกดำเนินคดี แต่ปรากฏว่าผู้ว่าฯยังผ่อนปรนให้โรงแรมก่อสร้างในพื้นที่ป่าผิดกฎหมาย เปิดทำธุรกิจได้ตามปกติ ซึ่งตนเองได้เคยแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ไปหลายสิบคดีแล้วและศาลได้มีคำพิพากษาลงโทษจำคุกและปรับเจ้าของรีสอร์ท แต่รับสารภาพโทษจำคุกศาลจึงให้รอลงอาญา และถูกปรับ 10,000 บาทและปรับเป็นรายวันอีกถ้ายังเปิดกิจการอยู่ ซี่งเจตนาของคำสั่งคสช.ฉบับนี้มีเจตนาผ่อนปรนให้เฉพาะโรงแรมรีสอร์ทที่ก่อสร้างอาคารในที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น พร้อมเปิดโอกาสให้เจ้าของโรงแรมต้องมาทำให้ถูกต้อง ไม่ว่าเป็นเรื่องตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร และพ.ร.บ.โรงแรม ภายใน 2ปี  ส่วนโรงแรมรีสอร์ทที่ก่อสร้างในพื้นที่ป่าหรือไม่มีเอกสารสิทธิ์ตามกฎหมาย ไม่ได้รับการผ่อนปรนหรือคุ้มครองตามคำสั่งฉบับนี้



           นายประสมฯ แกนนำชมรมอนุรักษ์พื้นที่ป่าเขาค้อกล่าวว่า ตนเองร้องเรียนเรื่องนี้มาตลอดเวลา เพราะเขาค้อเป็นป่าสงวนและอุทยานแห่งชาติที่มีเขตรอยต่อพื้นที่ถึงสามจังหวัดถือเป็นปอดของประเทศไทยในพื้นที่หลายล้านไร่จะต้องไม่ถูกทำลายหรือใช้พื้นที่ไปทำธุรกิจและสร้างความเสียหายด้านสิ่งแวดล้อม ไม่ควรให้พ่อค้านายทุนเข้ามาทำผิดรุกพื้นที่ป่า ถ้าเรามองเพื่อการท่องเที่ยวในป่าสงวนและอุทยานแห่งชาติ  ก็ไม่จำเป็นต้องมีที่พักบริการนักท่องเที่ยวอยู่ในพื้นที่ป่าและทำลายสิ่งแวดล้อม  เพราะในต่างประเทศทั่วโลกพื้นที่ป่าอุทยานฯ เขาจะมีเพียงที่พักของเจ้าหน้าที่มีไว้เพื่อดูแลพิทักษ์ป่าเท่านั้น เขาไม่เปิดให้พ่อค้านายทุนเข้าไปรุกพื้นที่ป่าทำธุรกิจ พื้นที่เปิดโรงแรมถูกต้องตามกฏหมายมีทั่วไป ทำไมมาเลือกพื้นที่ป่าที่เป็นทรัพยากรของคนทั้งชาติ ตนเคยถามผู้ว่าฯถึงความไม่ชัดเจนกับการจัดการปัญหารีสอร์ทโรงแรมผิดกฎหมาย มักจะอ้างคำสั่งดังกล่าว แต่ไม่กล้ายืนยันถึงความถูกต้องให้ชัดเจน  และมีประเด็นใหม่ที่เกิดขึ้นมาอีกคือ จะใช้วิธีขอเปลี่ยนพื้นที่ป่าสงวนให้เป็นที่ราชพัสดุ กรมป่าไม้เขาก็ไม่ยินยอมในเรื่องนี้  ซึ่งตนเองเห็นว่าฯผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ควรจะทำทุกอย่างให้ถูกต้องและพูดให้ชัดๆก่อนที่จะเกษียณในสิ้นเดือนนี้  อย่าหลอกพ่อค้านายทุนโดยใช้ "ปัญหาเพื่อผลประโยชน์ตน"เลย

              แกนนำชมรมอนุรักษ์พื้นที่ป่าเขาค้อ กล่าวตอนท้ายว่า "กฎหมายไม่มีข้อยกเว้น" และตนไม่มีอำนาจหน้าที่ในการเอาผิดตามกฎหมาย คงต้องเป็นความร่วมมือของพี่น้องประชาชนคนไทยทั่วประเทศออกมาแสดงบทบาทร่วมด้วยช่วยกัน เพื่อรณรงค์ช่วยกันอนุรักษ์ดูแลรักษาพิทักษ์ผืนป่าไว้ให้เป็นปอดของลูกหลานชาวไทยตลอดไปรักษาไว้ให้ได้มากที่สุด.

            อนึ่ง นักวิชาการ​และนักกฎหมายของสถาบัน​เครือข่าย​ไทย​สร้างสรรค์​ เตรียม​ลงพื้นที่เพื่อหาข้อมูล​พร้อมเครือข่ายนักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนที่เป็นวิทยากรของสถาบันฯไปพร้อมกันเพื่อข้อเท็จจริง​ในเรื่องนี้.



 


วันศุกร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2563

สมาคมช่างภาพข่าวสื่อมวลชนฯ แถลงข่าวจัดล่องเรือ ในเทศกาลวันลอยกระทงที่จะถึงนี้

 


นายสุรชัย วิเศษโสภา นายกสมาคมช่างภาพข่าวสื่อมวลชนฯพร้อมคณะกรรมการที่ปรึกษา ประชุมประจำเดือนพร้อมปรึกษาเรื่องสำคัญๆต่างๆ และคุณมนู พุฒทอง ที่ปรึกษาสมาคมฯ และประธานบริหารห้องอาหารยกยอมารีน่าท่าน้ำดินแดง แถลงข่าวเรื่องการจัดล่องเรือ ในเทศกาลวันลอยกระทง ที่ใกล้มาถึงนี้ 31ตค.63. เพื่อเป็นการสืบสานประเพณีอันดีงามของวัฒนธรรมไทย เพื่อเป็นการคลายเครียด ประชาชนทั่วไป   หลังรัฐบาลผ่อนคลายมาตรากาเข้มงวดโควิด19  ท่านใดหรือ ประชาชนกลุ่มใด สนใจล่องเรือ ชมทิวทัศน์ สายน้ำล่องลอยกระทง ซึ่งจะสร้างความงดงามให้แก่ลำน้ำด้วยกระทงหลากสี พร้อมทั้งรับประทานอาหารและของว่าง เพลิดเพลินไปกับแสงสียามราตรี ติดต่อจองได้ที่ยกยอมารีน่าท่าดินแดง 20 ได้ตั่งแต่บัดนี้เป็นต้นไปในราคาแสนถูกที่จับต้องได้...😊โทร 02-8630-565













‘โรคเบาหวาน’ ภัยเงียบคร่าชีวิตคนไทย วิถีชีวิตยุคใหม่เพิ่มความเสี่ยงทุกช่วงอายุ

 


              โรคเบาหวาน” เคียงคู่มากับความสะดวกสบายในการใช้ชีวิต การกินอยู่แบบตามใจปากแต่ไม่ออกกำลังกาย ปล่อยให้ไขมันพอกพูนจนเกิดภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน ถ้าใครมีพฤติกรรมเช่นนี้อาจต้องเปลี่ยนมาเดินเข้าออกโรงพยาบาลแน่นอน ยิ่งในช่วงโควิด-19 ระบาดหนัก ผู้ป่วยเบาหวานยิ่งต้องระมัดระวัง เพราะถ้าติดเชื้อเมื่อไหร่ก็เสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อนได้มากกว่าคนปกติ

                รศ.พญ.นันทกร ทองแตง แพทย์สาขาวิชาต่อมไร้ท่อและเมตะบอลิสม ภาควิชาอายุรศาสตร์ ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า โรคเบาหวานมีหลายชนิดแต่ที่พบมากในประเทศไทยและทั่วโลกคือเบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งมาพร้อมกับภาวะโรคอ้วน จากผลสำรวจชี้ว่า เดิมเบาหวานชนิดนี้พบมากในประชากรวัย 60-79 ปีคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 19 แต่ปัจุบันมีแนวโน้มเกิดในกลุ่มวัยทำงานและวัยรุ่นเพิ่มขึ้น  

              “การใช้เทคโนโลยีสร้างความสะดวกสบายให้ชีวิตทำให้เราขยับร่างกายกันน้อยลง ชีวิตคนวัยทำงานและวัยรุ่นเดิมเคยใช้เวลาในวันหยุดไปเข้าสังคมพบปะผู้คนหรือเล่นสนุกกับเพื่อน ปัจจุบันหลายคนใช้เวลาส่วนใหญ่ดูโทรทัศน์หรืออยู่บนโลกออนไลน์ พฤติกรรมการกินที่เปลี่ยนไปนิยมอาหารที่ซื้อหาได้ง่าย แม้มีรสอร่อยแต่ไขมันและน้ำตาลสูง ล้วนเป็นจุดเริ่มต้นของภาวะน้ำหนักเกิน ซึ่งนำไปสู่การเป็นโรคเบาหวานได้ในอนาคต”

             สิ่งที่น่าห่วงและถือเป็นภัยเงียบของโรคนี้คือ ในผู้ป่วยโรคเบาหวานเกือบครึ่งไม่ทราบมาก่อนว่าตัวเองเป็นโรค โดยเฉพาะในรายที่ระดับน้ำตาลในเลือดไม่สูงมาก ยิ่งแทบจะไม่แสดงอาการเลย กว่าจะรู้ก็ต่อเมื่อเข้ารับการตรวจสุขภาพโดยการเจาะเลือดแล้ว

          สถิติการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยเมื่อปี 2557 ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวานและได้รับการรักษาเพียงร้อยละ 54 เท่านั้น ในจำนวนนี้สามารถรักษาและควบคุมอาการไว้ได้เพียงร้อยละ 23.5 ที่สำคัญผู้ป่วยเบาหวานหากไม่ควบคุมโรคให้ดีจะมี อายุสั้นลง อันเกิดมาจากภาวะแทรกซ้อนทั้งโรคหลอดเลือดหัวใจ ตาบอด ไตวาย อัมพฤกษ์ โรคแผลเรื้อรัง เป็นต้น     



           รศ.พญ.นันทกร ระบุว่า ผู้ที่สงสัยว่าตัวเองป่วยด้วยโรคเบาหวานให้สังเกตอาการง่ายๆ คือ มักดื่มน้ำบ่อย ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะหากต้องตื่นมาปัสสาวะตอนกลางคืน น้ำหนักลด ปากคอแห้ง ชาตามปลายมือปลายเท้า ไปจนถึงตาพร่ามัว การทำงานของไตไม่ปกติ หรือมีแผลแล้วรักษาไม่หาย แน่นอนว่าผู้ที่เสี่ยงกับโรคนี้อันดับแรกๆ คือ ผู้ที่มีน้ำหนักเกิน อ้วน หรือมีคนในครอบครัวป่วยด้วยโรคเบาหวานมาก่อน ผู้มีไขมันในเลือดสูง มีประวัติเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ หรือคลอดลูกที่มีน้ำหนักมากกว่า 4 กก. ฯลฯ ใครที่เข้าข่ายเหล่านี้แนะนำให้รีบรุดไปตรวจสุขภาพโดยเร็ว   

       “สิ่งที่อยากฝากไว้คือในช่วงที่ยังคงมีการระบาดของโควิด-19 แม้สถานการณ์ในไทยดูจะสงบ แต่ก็ต้องเฝ้าระวังโดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวาน หากไปติดเชื้อโควิด-19 มีโอกาสจะเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงกว่าคนปกติ แนะนำให้หลีกเลี่ยงการไปสถานที่เสี่ยง ถ้าจำเป็นก็ต้องป้องกันให้มากที่สุด ส่วนผู้ที่ต้องใช้ยารักษาประจำต้องเตรียมการไว้ให้พร้อมเป็นพิเศษ หากเกิดสถานการณ์ระบาดที่ทำให้ไม่สามารถเดินทางมารับยาที่สถานพยาบาลได้ ต้องศึกษาช่องทางต่างๆสำรองไว้ทั้งการรับยาทางไปรษณีย์หรือการรักษาทางไกล”

              อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยโรคเบาหวานอาจจะไม่มีอาการทรุดหนักทุกราย แต่สามารถทำให้ทุเลาหรือรักษาหายได้ ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ลดน้ำหนักตัวและควบคุมอาหาร ควบคู่ไปกับการใช้ยารักษาตามที่แพทย์สั่ง สิ่งเหล่านี้ต้องเริ่มต้นมาจาก สถาบันครอบครัว ที่ทุกคนร่วมกันสอดส่องดูแลคนในบ้านและผู้ใหญ่ก็ควรทำตัวเป็นแบบอย่างให้เด็ก ส่วนที่โรงเรียนสถานศึกษา ครูอาจารย์ควรหมั่นสำรวจเด็กที่กำลังเริ่มเกิดภาวะน้ำหนักเกินและดูแลโภชนาการ หน่วยงานภาครัฐควรรณรงค์ให้คนปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตแบบใหม่ เป็นทางออกที่ดีที่สุดในการสกัดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ไม่ให้เพิ่มขึ้น        




 



2 นักวิชาการสถาบันเครือข่ายไทยสร้างสรรค์(สคทส.)ร่วมเวทีเสวนาคลินิกช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย(Legal Aid)และสโมสรนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต

 


2 นักวิชาการสถาบันเครือข่ายไทยสร้างสรรค์(สคทส.)Thai Sangsan Institute ถูกเชิญร่วมเวทีเสวนาคลินิกช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย(Legal Aid)และสโมสรนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ในหัวข้อ”ถอดบทเรียนกระบวนการยุติธรรม กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญา ที่อยู่ในความสนใจของประชาชน”  โดยมี ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์  อธิการบดีม.รังสิตประธานเปิดงานฯ  ศ.พิเศษวิชา มหาคุณ  คณบดีคณะนิติศาสตร์ปาฐกพิเศษในหัวข้อดังกล่าว พร้อมวิทยากรรับเชิญผู้มีชื่อเสียงทั้งวงการทนายความ-อัยการ-ตำรวจ  เปิดให้นิสิตนักศึกษาและประชาชนทั่วไปเข้าฟังได้



                  นายสมชาย  พหุลรัตน์  ประธานสถาบันเครือข่ายไทยสร้างสรรค์(สคทส.) และอาจารย์นิดาวรรณ เพราะสุนทร  (ผอ.หลักสูตรนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยรังสิต) ได้กล่าวถึงการได้รับเชิญให้มาเป็นวิทยากรผู้ดำเนินรายการงานเสวนาในหัวข้อเรื่อง”ถอดบทเรียน กระบวนการยุติธรรม กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญา ที่อยู่ในความสนใจของประชาชน” ที่จะมีขึ้นในวันพุธที่ 23 กันยาฯนี้ เวลา 09.00-12.00น. ณ ศาลาดนตรีสุริยเทพ ในมหาวิทยาลัยรังสิต ซึ่งเป็นการเสวนาที่สะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการยุติธรรมในบ้านเรา...ซึ่งจะเป็นข้อมูลความรู้ให้ทั้งนิสิต นักศึกษา หรือบุคคลทั่วไปได้เข้ามาฟังและเป็นความรู้ในเรื่องกระบวนการยุติธรรมซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมาก ซึ่ง ดร.ศักดิ์ณรงค์ มงคล ผอ.ศูนย์ช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายคณะนิติศาสตร์และสโมสรนักศึกษา คณะนิติศาสตร์ม.รังสิตจัดขึ้น  ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเพราะบ้านเมืองของเราทุกวันนี้มีปัญหาเยอะมาก ๆ ถ้าพวกเราร่วมมือกันไม่ว่าจะอยู่ในวงการไหนทำให้สังคมมีความรู้สึกว่าความเป็นธรรมมันมีจริง ความเหลื่อมล้ำในสังคมในบ้านเรามันจะค่อย ๆ หมดไป



                   ทางด้านอาจารย์นิดาวรรณ เพราะสุนทร ผอ.หลักสูตรนิติศาสตร์ ม.รังสิต กล่าวว่างานเสวนาครั้งนี้นอกจากจะมี ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต มาประธานกล่าวเปิดงานแล้ว ศ.พิเศษวิชา มหาคุณ คณบดีคณะนิติศาสตร์และในฐานะประธานกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญา ที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ยังกล่าวปาฐกถาพิเศษฯอีกด้วย นอกจากนั้นยังมีวิทยากรที่มาร่วมเสวนาอีกหลายท่านประกอบด้วย ดร.ถวัลย์  รุยาพร  นายกสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ฯ รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงศ์  พูตระกูล ผช.อธิการบดีฝ่ายรักษาความสงบเรียบร้อยม.รังสิต, ผศ.ดร.ธานี  วรภัทร์  ประธานคณะทำงานด้านการประมวลข้อมูลและการประชาสัมพันธ์ ในคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย, ดร.น้ำแท้ มีบุญสร้าง อัยการจังหวัด และ พ.ต.อ.วรุฒม์ ศิริสวัสดิบุตร เลขาธิการสถาบันเพื่อการปฎิรูปกระบวนการยุติธรรม ซึ่งงานเสวนาครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อนิสิต นักศึกษา และบุคคลทั่วไปที่สามารถเข้ามาร่วมฟังในวันเสวนาได้ ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษาจากสถาบันอื่น ๆก็สามารถที่จะมาเข้าร่วมฟังได้ ซึ่งทางคณะกรรมการจัดงานไม่ได้ปิดกั้นเรียนอยู่สถาบันฯไหนก็มาเข้าฟังได้ ร่วมทั้งพี่น้องประชาชนทั่วไป  ซี่งดิฉันคิดว่า ในประเทศของเรายังมีคดีอีกเยอะที่เป็นที่สนใจของพี่น้องประชาชนอีกมากมาย  เน้นว่าเวทีนี้ไม่ใช่เวทีที่จะไปโจมตีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดแต่เป็นการเสวนาที่จะอธิบายถึงกระบวนการยุติธรรมที่จะนำมาเป็นบทเรียนและเคสในการศึกษาหาความรู้ต่อไป.

 


วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2563

สสว.ประสานความร่วมมือ กอช. เพิ่มการออมพร้อมพัฒนาธุรกิจ

 


การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ นับเป็นโอกาสสำคัญของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี จากข้อมูลในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) ของกรมบัญชีกลาง พบว่า ตลาดนี้มีมูลค่าสูงถึง 1.3 ล้านล้านบาท แต่ที่ผ่านมาเอสเอ็มอี สามารถเข้าถึงได้น้อย ซึ่งจากจำนวนเอสเอ็มอี ที่เป็นนิติบุคคลซึ่งมีกว่า 7 แสนราย มีผู้ประกอบการที่สามารถเข้าสู่ระบบ โดยร่วมยื่นข้อเสนอโครงการได้เพียง 61,956 ราย หรือเพียง ร้อยละ 8.84

             นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เปิดเผยว่า จากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 1 กันยายน 2563 ได้อนุมัติร่างกฎกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน ตามที่กรมบัญชีกลางเสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาเป็นเรื่องด่วน โดยให้รับความเห็นจากสสว. ไปประกอบการพิจารณา เพื่อให้สอดคล้องกับประเภทธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พ.ศ. 2543 ซึ่งกำหนดไว้ 4 ประเภท ได้แก่ กิจการผลิตสินค้า กิจการให้บริการ กิจการค้าส่ง กิจการค้าปลีก ทั้งนี้ในส่วนของรายการสินค้า ควรปรับเปลี่ยนเป็น "รายการสินค้าหรือบริการ" เพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างทางธุรกิจของผู้ประกอบการ SME และสอดคล้องกับประเภทการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานภาครัฐ คือ จ้างทำของ หรือจ้างเหมาบริการ

 ทั้งนี้ ในร่างกฎกระทรวงฉบับดังกล่าว ได้กำหนดมาตรการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐได้ง่ายขึ้น โดยกำหนดให้หน่วยงานภาครัฐทั่วประเทศจะต้องกำหนดโควต้าจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการจาก SME ไม่น้อยกว่า 30% ของวงเงินในหมวดรายการสินค้าหรือบริการที่กำหนด ซึ่งหน่วยงานภาครัฐจะต้องคัดเลือกจากผู้ประกอบการภายในจังหวัดก่อน หากไม่มีในจังหวัดจึงคัดเลือกจากผู้ประกอบการจากภายนอกจังหวัดได้ รวมทั้งให้แต้มต่อกับเอสเอ็มอีที่เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดได้ 10% ในกรณีที่ใช้วิธี e-Bidding ที่ใช้เกณฑ์ราคาต่ำสุด

 สำหรับผู้ประกอบการที่จะได้รับสิทธิประโยชน์นี้ จะต้องเป็นเอสเอ็มอีที่ขึ้นทะเบียนบัญชีสมาชิกกับ สสว.ผ่านระบบออนไลน์ที่เว็บไซต์ www.sme.go.th หรือ ที่ศูนย์ให้บริการ SME ครบวงจร (SME One-Stop Service center : OSS) ซึ่งมีสาขาอยู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยต้องเข้าหลักเกณฑ์ของ สสว. โดยมีคุณสมบัติเป็นผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดย่อย (Micro Enterprise) วิสาหกิจขนาดย่อม (Small Enterprise) ตามนิยามของ สสว. โดยพิจารณาจากเกณฑ์รายได้

  “หลังจากนี้ สสว. จะเร่งดำเนินการเพื่อให้ทันต่อการจัดซื้อจัดจ้างในปีงบประมาณ 2564 ทั้งนี้ นอกจากนี้ สสว. ได้จัดประชุมเตรียมความพร้อมและขอความอนุเคราะห์ หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการพัฒนาชุมชน กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กรมส่งเสริมการเกษตร สำนักงานกองทุนงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่ง ประเทศไทย  สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย สภาเกษตรกรแห่งชาติ สมาคมภาคเอกชนต่างๆ จำนวน 22 หน่วยงาน  จัดส่งรายชื่อผู้ประกอบการและรายการสินค้าหรือบริการ มายังสสว. เพื่อทำการตรวจสอบ คัดกรองและจัดหมวดหมู่ข้อมูลก่อนนำเข้าสู่ระบบบัญชีรายชื่อ ส่วนรายละเอียดต่าง ๆ นั้น สสว. จะเปิดเผยในระหว่างการแถลงข่าวในวันที่ 22 ก.ย. 2563 เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้รับทราบต่อไป” นายวีระพงศ์ กล่าวทิ้งท้าย


วันอังคารที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2563

"ไกรสีห์" วางแผนคัดทีมชาติ ลุ้นเจ้าทองเปตองซีเกส์ ปีหน้า "ททบ.-สัมพันธ์ฯ แบ่งแชมป์ปทท.ปีนี้

 


นายกสมาคมกีฬาเปตองแห่งประเทศไทย ชื่นชมผลงานนักโยนลูกเหล็กหน้าใหม่ ที่มีการพัฒนาฝีมือได้ดีมากยิ่งขึ้น คว้าแชมป์เปตองชิงชนะเลิศแห่งประเทศ ครั้งที่ 40 ที่ เพชรบูรณ์เตรียมวางแผนเรียกมาคัดเลือกทีมชาติไทย พร้อมลุยกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 30 ที่ เวียดนาม ปีหน้า "บิ๊กต้อย" เผย อดีตแชมป์โลกไม่ได้เข้าชิงฯ เนื่องจากสภาพสนามแข่งขันไม่เอื้ออำนวย


นายไกรสีห์ กรรณสูต นายกสมาคกีฬาเปตองแห่งประเทศไทย เผยว่า ตามที่สมาคกีฬาเปตองแห่งประเทศไทย ร่วมกับ จังหวัดเพชรบูรณ์ จัดการแข่งขันเปตองชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 40 ประจำปี 2563 และจบลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รู้สึกพอใจกับผลงานของนักเปตองหน้าใหม่ที่มีการพัฒนาฝีมือได้ยอดเยี่ยม และสามารถคว้าแชมป์มาครองทั้งประเภททีมชายและทีมหญิง แม้แต่นักเปตองทีมชาติไทยหลายคน อย่าง "นก"ทองสี ตะมะโคตร "ต่าย" พันธ์ทิพา วงศ์ชูเวช "แจ๊ค" ศราวุิ ศรีบุณเพ็ง "คอนโด" ซึ่งแต่ละคนเคยผ่านสังเวียนลูกเหล็กในระดับนานาชาติมาอย่างโชกโชน ก็ยังไม่ผ่านถึงรอบชิงชนะเลิศเลย เพียงแต่เข้ารอบตัดเชือกเท่านั้น



อย่างไรก็ตาม สมาคมกีฬาเปตองแห่งประเทศไทย เตรียแผนที่จะคัดเลือกนักเปตองทีมชาติไทย ไปเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 30 ที่ เวียดนาม ปีหน้า แต่อย่างเนิ่นๆ โดยจะมี นายสุนชัย คำนูญเศรษฐ์ อุปนายกสมากีฬาเปตองฯ เป็นประธานคณะกรรมการคัดเลือกทีมชาติไทย ซึ่งจะเรียกนักกีฬาที่มีผลงานที่ดี รวมทั้งนักกีฬาที่คว้าแชมป์ทีมชายและทีมหญิงเปตองชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยปีนี้ มาร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ด้วย โดยตั้งเป้าครองเจ้าเหรียญทองซีเกมส์อีกสมัย


เรืออากาศตรีปรารภ ทองประเทศ เลขาธิการสมาคมกีฬาเปตองแห่งประเทศ กล่าวว่า งงการแข่งขันเปตองชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยครั้งนี้ ยินดีกับนักกีฬาหน้าใหม่ที่สามารถผ่านเข้าชิงชนะเลิศ และได้แชมป์มาครอง ทั้งทีมชายและทีมหญิง ซึ่งนักกีฬาหลายคนฝีมือดีสมาคมกีฬาเปตองฯ จะผลักดันให้เข้าสู่ระบบการเป็นทีมชาติต่อไป ส่วนนักเปตองแชมป์โลก อย่าง "นก-ต่าย-แจ๊ค-คอนโด" พลาดเข้าชิงเหรียญ สาเหตุมาจาสภาพสนามแข่งขันเป็นหลุมเป็นบ่อ ในเดือนก.ย.นี้ ระหว่างวันที่ 17-20 ห.ย.นี้ สมาคมฯจะจัดการแข่งขันเปตองผู้สูงอายุ "ไทยแลนด์โอเพ่น มาเตอร์เกมส์ ครั้งแรก ที่ สนามกีฬาเปตองในร่มของสาคมฯ หัวหมากรายการนี้กกท.เป็นผู้จัดและสนับสนุนงบประมาณการแข่งขันทั้งหมด



สำหรับผลการแข่งขันเปตองชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 40 ที่ สนามกีฬาจังหวัดเพชรบูรณ์ ผู้ที่คว้าแชมป์แต่ละประเภทมีดังนี้


ประเภททีมหญิง ชมรมสัมพันธ์ จันทรบุรี(อภิญญา นวลวิจร เจสิรักษ์ ตั้งอุดมภพ อธิตยานวลวิจิตร) ดาวรุ่งมาแรงพลิกเอาชนะ ชมรมสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ร.ต.อ.หญิง พรทิพย์ บุญเพชร ร.ต.อ.หญิง อริสา ทองคำ ส.ต.ต.หญิงสุนิตรา พ่วงอยู่ ) ซึ่งมีทีมชาติร่วมทีม 13-6คว้าแชมป์ไปครอง

ประเภททีมชาย ชมรมททบ.(จ.ส.ต.อภิชาติ ศิลลา ส.อ.สมชาย หยินมีลาภ ถาวรสิทธิ์ ราชโคตร) โชว์ฟอร์ที่เหนือชั้นกว่าเอาชนะ ชมรมจังหวัดเชียงราย(วุฒิชัย บุณตบ จตุพล นะใจ ชาติชาย จรัลพรเลิศสิน) แบบขาดลอย 13-1 ได้ครองแชมป์อย่างไม่ยาก


เยาวชนหญิง อายุไม่เกิน 20 ปี (ชมรมกรมช่างโยธาทหารอากาศ(สิริอร สาระชีพ ด.ญ.วงศ์รุ่ง สังข์วงศ์ วิภาวดี เจริญทรง) ชนะ ชมรมตำรวจตะเวนชายแดน(ขวัญฤดี ปานอินทร์ มลิวัฒน์ เจริญชัย ปิยามาตร ประภัสสร) 13-0

เยาวชนชาย อายุไม่เกิน 20 ปี ชมรมตำรวจตะเวนชายแดน(พงศ์กร อินภู่ วัชระ คำดี วุฒิพงษ์ เสมสายันต์ ) ชนะ ชมรมช้างศึก (ณัฐวุฒ์ เงินอาจ วัชรพล ปินะละเซ ธีระพล มีนวายลืม) 13-2


ยุวชนชาย อายุไเกิน 15 ปี ชมรมน้องนุช จังหวัดร้อยเอ็ด(มนัสการ พยัคษา สรอรรถ ปรีกุลเกริกไกร วิชัญ ผิวขำ ) ชนะ ชมรมกองบัญชาการทหารสูงสุด (ด.ช.ธรรมนันท์ วงจันต์ศุลี ด.ช.อนุชา ตาวังปา) 13-2

ยุวชนหญิง อายุไม่เกิน 15 ปี ชมรกองทัพบก ( ด.ย.ปัมมาพร พิมโย ด.ญนนิสา โสพันธ์ภักดีด.ญ.ปริฉัตร สงศรี) ชนะ จังหวัดพิจิตร(กุลดา นิลเกษ ด.ย.สุภาพิม เฟื่องสนิท ด.ญ.ชนิดา สิงห์ลอ) 13-9


ทีมอายุโส อายุ55 ปี ชมรมรพ.พระนั่งเกล้า(ร.ท.ประคอง ปรีรอด ร.ท.สำเริง แสงโสด ร.ต.สุวิทย์ สุดกระโทก) ชนะ ชมรมกีฬาช้างเผือก (ณรงค์ ศิริวงศ์ เฉลิมแสงศิลป์ วินัย ไทรแก้ว) 13-3

 






 


GAC AION ขนที่สุดของซูเปอร์คาร์รถไฟฟ้า Hyper SSR ขุมพลัง 1,225 แรงม้า 0-100 กม.ต่อชั่วโมง ภายในเวลา 1.9 วินาที ให้ผู้ขับได้สัมผัสแรงกระชากในระดับ 1.7 G ในงาน Motor Expo 30 นี้

                 GAC AION  มาเหนือเมฆขนขุมพลังแห่งรถไฟฟ้า 100% ระดับไฮเอน Hyper SSR ด้วยขุมพลัง 1,225 แรงม้า 0-100 กม. ต่อชั่วโมง ภายในเวลา ...