วันอาทิตย์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

“โรคหืด” อัตราการสูญเสียมากกว่าโควิด - 19”

 


เนื่องใน “วันโรคหืดโลก : World Asthma Day 2021” ซึ่งองค์การอนามัยโลก(WHO) และองค์การหืดโลก กำหนดให้ปีนี้ตรงกับวันที่ 5 พฤษภาคม 2564 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ปลดล็อคความเข้าใจผิดเกี่ยวกับโรคหืด : Uncovering Asthma Misconception”

 ศ.ดร. พญ.อรพรรณ โพชนุกูล นายกสมาคมสภาองค์กรโรคหืดแห่งประเทศไทย(TAC) จึงใช้โอกาสนี้รณรงค์ย้ำเตือนให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงการให้ความรู้และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคหืด และการดูแลตัวเอง เพื่อลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียชีวิต

 ปัจจุบันพบว่าอัตราการป่วยของผู้ป่วยโรคหืดลดลง แต่อัตราการตายจากอาการร่วมของโรคหืดกลับเพิ่มขึ้น เห็นได้จากข้อมูลของ worldlifeexpectancy.com  พบคนไทยเสียชีวิตด้วยโรคหืดวันละ 8-9 ราย คิดเป็น 3,142 รายต่อปี คิดเป็น 3.42 ต่อประชากร 1 แสนคน  ซึ่งผู้ใหญ่จะเสียชีวิตมากกว่าเด็กประมาณ 5 เท่า

 สาเหตุส่วนใหญ่ คือ ไม่ได้พ่นยาป้องกันหอบต่อเนื่อง และเวลามีอาการกำเริบก็จะพ่นยาไม่ทัน/ไม่ถูกวิธี เนื่องจากผู้ป่วยหรือผู้ดูแลขาดความรู้ความเข้าใจและการปฏิบัติที่ถูกต้องเมื่อมีอาการ ดังนั้น ทางสมาคมฯ จึงมีหน้าที่ให้ความรู้แก่ประชาชนอย่างทั่วถึง และสร้างความเข้าใจเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย




ศ.ดรพญ.อรพรรณ โพชนุกูล 
นายกสมาคมสภาองค์กรโรคหืดแห่งประเทศไทย(TAC)


 ‘โรคหืด’ เป็นโรคเรื้อรังไม่ติดต่อ และสามารถรักษาให้หายได้ แต่เป็นอันตรายต่อชีวิตสูงหากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง เป็นโรคที่เกิดจากภาวะหลอดลมไวต่อสิ่งกระตุ้นมากผิดปกติ ทั้งจากการติดเชื้อทางเดินหายใจจากเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย ทำให้กล้ามเนื้อเรียบของหลอดลมหดเกร็ง ตีบแคบเป็นพักๆ ทำให้เกิดอาการเหนื่อย หายใจลำบากตามมา

 ปัจจัยแวดล้อมเกิดขึ้นได้ทั้งจากทางพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมของผู้ป่วย หากครอบครัวมีประวัติหรือผู้ป่วยมีภาวะโรคพบร่วม อย่างภาวะนอนกรนจนอุดกั้นทางเดินหายใจ โรคอ้วน และอาการภูมิแพ้ รวมถึงสิ่งกระตุ้นให้อาการหอบกำเริบ เช่น ฝุ่นละอองในอากาศ PM 2.5 ฝุ่นละอองตามบ้านเรือน ควันบุหรี่ ขนสัตว์/สัตว์ เชื้อรา ละอองเกสรดอกไม้ สารเคมี เป็นต้น ล้วนเพิ่มความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหืดได้

 “การรักษาผู้ป่วยโรคหืดไม่ใช่รักษาเฉพาะโรคหืดอย่างเดียว แต่จะรักษาโรคร่วม เช่น แพ้อากาศ ไซนัส ไอเรื้อรัง ภาวะนอนกรน กรดไหลย้อน ภาวะอ้วน ทำให้โรคหอบหืดคุมอาการยาก”

 ขณะที่ คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่าเป็นโรคหืดเป็นอาการเรื้อรัง รักษาไม่หาย ทำให้ขาดความสม่ำเสมอในการใช้ยา ซึ่งปกติคนไข้จะมียาติดตัว 2 ประเภท คือ

 1.ยาควบคุม สำหรับใช้ระยะยาว ช่วยให้รักษาหาย

 2.ยาฉุกเฉิน ใช้ในกรณีที่มีอาการหอบกำเริบ ช่วยขยายหลอดลม

 แต่ในความเป็นจริง ‘โรคหืด’ สามารถรักษาหาย ยิ่งรักษาเร็วและต่อเนื่องยิ่งมีโอกาสหายสูง โดยในเด็กมีโอกาสหายมากกว่าร้อยละ 50 ส่วนผู้ใหญ่และผู้สูงวัยถือเป็นกลุ่มเสี่ยงที่มีอาการรุนแรงกว่าเด็กและพ่นยาได้ยากกว่า เพราะบางคนชินกับอาการจนไม่รู้ว่าตัวเองเป็นโรคหืด

 ที่สำคัญการรักษาด้วยการใช้ยาสเตียรอยด์สูดพ่นต้องสม่ำเสมอเป็นประจำไม่ว่าจะแสดงอาการหรือไม่แสดงก็ตาม และต้องสามารถปรับลด/เพิ่มขนาดของยาตามผลการรักษาโรคได้เหมือนโรคเรื้อรังทั่วไป เช่น เบาหวาน ความดัน ไม่แนะนำให้หยุดยารักษาโรคหืดด้วยตัวเอง เพราะจะทำให้อาการกำเริบได้

 โดยเฉพาะท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาหรือโควิด-19 หลายคนเกิดคำถามว่า โรคหืดจะเพิ่มความเสี่ยงในการติดโควิด-19 หรือไม่ คำตอบคือ ไม่

 เพราะผลการศึกษาทางระบาดวิทยาพบว่า คนปกติกับผู้ป่วยโรคหืดมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อโควิด-19 ไม่แตกต่างกัน แต่หากผู้ป่วยโรคหืดได้รับเชื้อโควิด-19 อาจมีภาวะปอดอักเสบรุนแรงมากกว่า กลับกันการใช้ยาสเตียรอยด์สูดพ่นในผู้ป่วยโรคหืดเป็นประจำยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19 แบบรุนแรง หากแต่เมื่อเป็นโรคหืดแล้ว อัตราการสูญเสียทั้งชีวิต ซึ่งจากสถิติในประเทศไทยมีถึง 7,000 คนต่อปี และคุณภาพชีวิตที่ผู้ป่วยต้องใช้เวลารักษาตัว ทำให้สูญเสียโอกาสในการดำเนินชีวิตกรณีที่ป่วยเป็นระยะยาวนาน จากอาการเรื้อรังของโรคมีมากกว่า

 ความเข้าใจผิดอีกประการ คือ ผู้ป่วยโรคหืดไม่ควร/ไม่สามารถออกกำลังกายได้...ไม่เป็นความจริงทั้งหมด เพราะโรคหืดอาจแย่ลงในผู้ป่วยบางรายหลังออกกำลังกาย แต่ความจริง คือ การออกกำลังกายที่เหมาะสมช่วยให้อาการหอบหืดดีขึ้น เป็นเป้าหมายในการรักษาให้คนไข้หายจากอาการป่วยและสามารถออกแรงได้เหมือนคนปกติทั่วไป

 สมาคมสภาองค์กรโรคหืดแห่งประเทศไทย (TAC) จึงมีความพยายามอย่างยิ่งในการสร้างแนวทางการรักษาโรคหืดให้เป็นมาตรฐาน สำหรับแพทย์เฉพาะทางและแพทย์ทั่วไปใช้ในการดูแลคนไข้โรคหืดได้อย่างเท่าทันด้วยนวัตกรรมที่ทันสมัยเหมาะกับผู้ป่วยที่มีอาการมาก/น้อยแตกต่างกันไปตามบริบทของแต่ละประเทศ

 ไม่ว่าจะเป็นการจัดอบรมบุคลากรทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง เพื่ออัพเดตข้อมูลแนวทางการรักษาใหม่ในระดับสากล รวมถึงการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อวิเคราะห์แยกแยะปัญหา จำแนกปัจจัยความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบให้มีผู้เป็นโรคหืดเพิ่มขึ้น เช่น ระดับความยากจนส่งผลต่อสภาพการใช้ชีวิตและอาจนำไปสู่ความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหืด

 การปรับตัวในการให้ความรู้ผ่านระบบ E-Learning และส่งข้อมูลไปยังสมาชิกทั่วโลกได้นำไปวิเคราะห์ วิจัยและพัฒนาจนตกผลึกเป็นแนวทางการรักษาผู้ป่วยโรคหืดที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน

นอกจากนี้ สมาคมฯ ยังสนับสนุนให้มีการขยายเครือข่ายการดำเนินงานของคลินิกโรคหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังแบบง่ายในโรงพยาบาลทั่วประเทศที่ไม่มีแพทย์เฉพาะทาง

 ส่งเสริมให้มีสถานบริการสาธารณสุขโรคหืดทั้งในระดับโรงพยาบาลศูนย์ในภูมิภาคทั่วประเทศ โรงพยาบาลทั่วไป จนถึงโรงพยาบาลชุมชน ให้ผู้ป่วยได้เข้าถึงการรักษา เข้าถึงยาอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 ทางสมาคมฯ ยังยืนหยัดตั้งมั่นกำหนดแนวทางปฏิบัติสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นรูปธรรมและใช้ได้จริง ผลักดันระดับนโยบายที่ได้รับการผลักดันต่อเนื่อง ให้คนเข้าถึงบริการที่เท่าเทียมกัน

 เพื่อให้ทุกคนตื่นรู้ถึงภัยของโรคหืด แต่ไม่ตื่นกลัว เพราะโรคหืดไม่ใช่โรคที่น่ากลัว หากรู้จักสังเกต ดูแลและรับประทานยาในการรักษาอย่างถูกต้องเป็นประจำสม่ำเสมอก็สามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดี หายขาดจากโรคได้

 


รศ. นพ. ธีระศักดิ์ แก้วอมตวงศ์ 

เลขาธิการสมาคมสภาองค์กรโรคหืดแห่งประเทศไทย (TAC)


นอกจากนี้ รศ. นพ. ธีระศักดิ์ แก้วอมตวงศ์ เลขาธิการสมาคมสภาองค์กรโรคหืดแห่งประเทศไทย (TAC) ได้กล่าวเสริมว่า เนื่องในโอกาสวันโรคหืดโลก หรือ World Asthma Day ถือได้ว่าเป็นระยะเวลากว่า 2 ทศวรรษที่มีการจัดตั้งวันหืดโลกในปี 2541 ภายใต้ความร่วมมือของกลุ่มทำงานทางด้านสาธารณสุข เพื่อพัฒนาการดูแลรักษาโรคหืดให้เกิดมาตรฐานเท่าเทียมกันทั่วโลก โดยมีความเท่าเทียมกันทั้งในการเข้าถึงบริการทางสาธารณสุข การวินิจฉัย และการรักษา รวมทั้งยังให้ความสำคัญในเรื่องของทรัพยากรทางด้านการสาธารณสุข (Healthcare accessibility)

อย่างไรก็ตาม เป็นที่ทราบดีว่าความรู้เกี่ยวกับโรคหืด และความเข้าใจเกี่ยวกับโรคหืดในยุคที่ social media สามารถเข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการวินิจฉัยการรักษาโรคหืด (Information accessibility) ในบางด้าน ซึ่งจะต้องได้รับการปรับปรุงและแก้ไข เนื่องจากความเข้าใจผิดบางอย่างอาจมีผลต่อการวางแผนการรักษาและการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคหืด 





ดังนั้น จึงเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้มีการพูดถึงข้อมูลด้านใดด้านหนึ่งของโรคหืด ที่ปัจจุบันยังมีผู้ป่วยโรคหืดจำนวนมากที่อาจเข้าใจผิด ซึ่งสมาคมฯ กำลังเร่งสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องตาม Theme ของ World Asthma Day 2021 ที่มีหัวข้อว่า Uncovering Asthma Misconception หรือ ปลดล็อคความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับโรคนี้ ได้แก่

1. โรคหืดเป็นโรคติดเชื้อและสามารถติอต่อกันได้ ซึ่งคำตอบที่ถูกต้อง คือ โรคหืดไม่ใช่โรคติดเชื้อ แต่การติดเชื้อทางเดินหายใจจากเชื้อไวรัส หรือแบคทีเรีย ทำให้อาการหืดกำเริบ หรือมีอาการแย่ลงได้ การรักษาโรคหืดด้วยยาสูดพ่นสเตียรอยด์เป็นประจำจะช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ 

2. การรักษาหืดต้องใช้ยาสเตียรอยด์ที่สูดพ่นในขนาดสูงเพื่อรักษาโรค คำตอบคือ ไม่จริง การรักษาโรคหืดมีการปรับลดยา ขนาดของยาควบคุมโรคหืดสามารถจะปรับ ขึ้นๆ ลงๆ ตามผลการรักษาโรคได้เหมือนโรคเรื้อรังทั่วไป เช่น เบาหวาน อย่างไรก็ตาม ไม่แนะนำให้หยุดยารักษาโรคหืดเองในผู้ป่วยเพราะอาจทำให้โรคกำเริบได้

3. โรคหืดทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถออกกำลังกายได้ และไม่ควรออกกำลังหากผู้ป่วยมีโรคหืด คำตอบคือ ไม่จริง การออกกำลังกายช่วยให้อาการหืดดีขึ้น แต่โรคหืดอาจแย่ลงในผู้ป่วยบางรายหลังออกกำลังกาย ซึ่งเป้าหมายในการรักษาโรคหืด นอกจากทำให้ผู้ป่วยไม่มีอาการแล้วยังต้องทำให้ผู้ป่วยมีความสามารถในการออกแรงเหมือนคนปกติทั่วไปที่ไม่มีโรคหืดอีกด้วย

4. โรคหืดเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อ COVID-19 หรือไม่ คำตอบคือ ไม่จริง จากการศึกษาทางระบาดวิทยาพบว่าผู้ป่วยโรคหืดใน cohort หรือกลุ่มผู้ป่วยที่ติดเชื้อ COVID-19 ไม่แตกต่างกับผู้ป่วยที่ไม่ติดเชื้อ COVID-19 แต่อาจพบความรุนแรงของโรคปอดอักเสบมากกว่าผู้ป่วย COVID-19 ที่ไม่มีโรคหืด และพบว่าปัจจัยเรื่องตัวรับเชื้อไวรัสในผู้ป่วยโรคหืดที่ได้รับยาสูดพ่นคอน์ติโคสเตียรอยด์ ลดลง ดังนั้นโรคหืดจึงไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ COVID-19 และการรักษาโรคหืดด้วยยาสเตียรอยด์สูดพ่นเป็นประจำจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ COVID-19

ในโอกาสวันโรคหืดโลกเดือนพฤษภาคมครั้งนี้ จึงอยากเน้นย้ำให้ทุกคนตื่นตัวถึงภัยของโรคหืด พร้อมทั้งสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เพื่อยกระดับการดูแลผู้ป่วย อย่างเป็นระบบในองค์รวมทั้งระดับบุคคล องค์กร สมาคม และประเทศต่อไป 

วันศุกร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2564

เชลล์ดึงผู้เชี่ยวชาญระดับโลกร่วม Imagine the Future 2021 ติวเข้ม 6 ทีมคนรุ่นใหม่เปลี่ยนผ่านพลังงาน-สร้างเมืองอนาคต

 

นายปนันท์ ประจวบเหมาะ 

ประธานกรรมการ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด


กรุงเทพฯ 16 เมษายน 2564 – บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ Powering Progress เปิดโอกาสคนรุ่นใหม่ในโครงการ “Imagine the Future Scenarios Competition 2021 Thailand” หรือ ITF 2021 ที่มีทีมผ่านเข้ารอบ 6 ทีมสุดท้าย ร่วมใน Bootcamp โปรแกรมยกระดับศักยภาพโดยวิทยากรจากหลายองค์กรภาคีทั้ง depa และผู้เชี่ยวชาญระดับโลก เรียนรู้ Shell Scenario “Sky 1.5” โดยมีโจทย์เป็นการนำเสนอแบบจำลองสถานการณ์การเปลี่ยนผ่านพลังงาน การเดินทางขนส่ง การดำเนินชีวิต และเมืองแห่งอนาคตภายในปี ค.ศ.2050 รอบสุดท้ายตัดสินเดือนมิถุนายนนี้ ผู้ชนะเตรียมคว้าเงินรางวัล 50,000 บาท และเป็นตัวแทนของประเทศไปแข่งขันเวทีนานาชาติ 

นายปนันท์ ประจวบเหมาะ ประธานกรรมการ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “เชลล์ประเทศไทย ตระหนักถึงคุณค่าของการเป็นธุรกิจพลังงานที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีและศักยภาพของบุคลากรของประเทศ ภายใต้ยุทธศาสตร์ Powering Progress เชลล์ดำเนินธุรกิจโดยการสร้างสรรค์สังคม ดูแลสิ่งแวดล้อม ขับเคลื่อนการใช้พลังงานที่สะอาดขึ้น เพื่อบรรลุเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ โดยเน้นการสนับสนุนและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ในฐานะพันธมิตรที่ไว้วางใจได้ เป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะนำมาซึ่งความสำเร็จ โครงการ “Imagine the Future Scenarios Competition 2021 Thailand” ตอกย้ำถึงศักยภาพของเยาวชนในฐานะผู้สร้างสรรค์และร่วมออกแบบเมืองโดยเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจ ทักษะ จินตนาการและความเอาใจใส่ต่อสังคมที่พวกเขาเป็นส่วนหนึ่งทั้งในวันนี้และอนาคต



นางสาวฐิติภา ลักษณพิสุทธิ์

ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด


นางสาวฐิติภา ลักษณพิสุทธิ์ ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสื่อสารองค์กรและประธานกรรมการจัดโครงการ Imagine the Future Scenarios Competition 2021 Thailand กล่าวว่า “ในปีนี้เชลล์ประเทศไทยได้จัดกิจกรรม Bootcamp เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2564 โดยได้เชิญผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศมาถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ อาทิ Shell Scenarios โดยเปิดตัว “Sky 1.5” เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดในโครงการนี้ด้วย สำหรับองค์ความรู้ด้านพลังงานในมิติของการเดินทางและขนส่ง (Mobility) องค์ความรู้เรื่องธุรกิจและนโยบายของภาครัฐ ภาคเอกชน เพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานแห่งอนาคต อีกทั้งยังได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ depa ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่พัฒนาต้นแบบเมืองอัจฉริยะ (Smart City) มาให้ความรู้และจะร่วมเป็นกรรมการตัดสิน ITF 2021 ในรอบประเทศไทยและในระดับภูมิภาค Asia Pacific & Middle East ต่อไป”

ขณะที่ประเทศไทยมุ่งหน้าไปสู่อนาคตของพลังงานคาร์บอนต่ำและปล่อยก๊าซคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ เชลล์แสดงให้เห็นถึงการดำเนินงานที่จริงจังในการผสมผสานระหว่างความยั่งยืนและกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ พร้อมทั้งได้สนับสนุนคนรุ่นใหม่ในฐานะพันธมิตรที่ไว้วางใจได้ในโครงการ “Imagine the Future Scenarios Competition 2021 Thailand” โดยทั้ง 6 ทีมที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายและเข้าสู่โปรแกรมการฝึกทักษะใน Bootcamp แล้ว จะเข้าสู่การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศในเดือนมิถุนายนนี้ โดยมีเกณฑ์ในการพิจารณา ได้แก่ ความคิดสร้างสรรค์ในการนำเสนอแบบจำลองสถานการณ์ ความน่าเชื่อถือของแบบจำลอง และรูปแบบของจินตนาการที่แต่ละทีมนำเสนอให้เห็นถึงการใช้ชีวิตของผู้คนในปี 2050 โดยมีการเปลี่ยนผ่านและการใช้พลังงานเป็นองค์ประกอบสำคัญ



Global Minds หนึ่งใน 6 ทีมที่เข้าร่วม Bootcamp สมาชิกในทีมประกอบด้วย

1. คณิน ตั้งชาติสิริ (ยี่) จาก University of Illinois at Urbana Champaign

2. ชนารดี ลีลาแม้นเทพ (ปัญปัน) จาก Carnegie Mellon University

3. แครี่ เหล่าฤกษ์อุทัย (แครี่) จาก University of British Columbia

4. นัชชา ยงพิพัฒน์วงศ์ (ปันปัน) จาก University of Oxford

5. อยุช โคการ์ (อยุช) จาก University of British Columbia


นายคณิน ตั้งชาติสิริ, นางสาวแครี่ เหล่าฤกษ์อุทัย และ นางสาวนัชชา ยงพิพัฒน์วงศ์ จากทีม Global Minds หนึ่งในผู้เข้าร่วม Bootcamp ได้เล่าถึงประสบการณ์ครั้งนี้ว่า “ขอขอบคุณเชลล์ประเทศไทยและโครงการ ITF 2021 วิทยากรทุกท่าน รวมถึงพี่เลี้ยงจิตอาสาทุกคน ที่เปิดโอกาสให้กับคนรุ่นใหม่ได้เข้ามาเรียนรู้และส่งมอบประสบการณ์ดีๆ ให้กับผู้เข้าร่วมแข่งขันทุกทีม ถือเป็นการเปิดวิสัยทัศน์ของพวกเราโดยเฉพาะความรู้ที่เกี่ยวกับการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ซึ่งจะทำให้เราสามารถนำทักษะที่ได้จากการเข้าร่วม Bootcamp ครั้งนี้ไปใช้ในชีวิตจริงของเราได้



นางเชียวเว่ย ลิว 

รองประธานฝ่ายสื่อสารองค์กร เชลล์ เอเชียแปซิฟิค


นางเชียวเว่ย ลิว รองประธานฝ่ายสื่อสารองค์กร เชลล์ เอเชียแปซิฟิค กล่าวว่า “เชลล์ มีความมุ่งมั่นในการจัดหาพลังงานที่หลากหลายตอบความต้องการ โดยขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเพื่อบรรลุเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 นอกเหนือจากการดำเนินงานภายใต้โซลูชันด้านพลังงานสะอาดแล้ว เชลล์ยังดำเนินการยุทธศาสตร์ Powering Progress ในการรวมพลังกับพันธมิตรภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคสังคม ภาคอุตสาหกรรม ภาคธุรกิจพลังงาน และแน่นอน รวมถึงคนรุ่นใหม่วันนี้ที่จะก้าวต่อไปในฐานะผู้นำในอนาคตด้วย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในพันธมิตรสำคัญที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้น เชลล์ยินดีอย่างยิ่งที่จะได้ต้อนรับตัวแทนทีมประเทศไทย ในการแข่งขัน ITF ระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและตะวันออกกลางที่ประเทศสิงคโปร์ ชิงเงินรางวัล 4,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ช่วงเดือนกันยายนนี้


วันพุธที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2564

เชลล์ ขับเคลื่อนเมืองแห่งอนาคตด้วย Crowdfunding และพลังเยาวชน ร่วมมือกับมูลนิธิก้าวไปคู่ไทย มอบทุนมูลค่ากว่า 200,000 บาท

 


เชลล์ ร่วมมือ มูลนิธิก้าวไปคู่ไทย มอบทุนกิจกรรมเพื่อสังคม กว่า 200,000 บาท

หมายเหตุคำอธิบายภาพจากซ้าย

1. นางสาวณิชา ถิรทิตสกุล พนักงานจิตอาสาในโครงการ Imagine the Future Scenarios Competition 2021 Thailand 

2. นายปราโมทย์ ภาษยเดช กรรมการและเลขานุการ มูลนิธิก้าวไปคู่ไทย 

3. นางสาววรรณี ยงชยานันทกุล กรรมการและเหรัญญิก มูลนิธิก้าวไปคู่ไทย

4. นายธเนศร์ รัชตะปีติ ประธานมูลนิธิก้าวไปคู่ไทย

5. นายปนันท์ ประจวบเหมาะ ประธานกรรมการ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด

6. นางสาวฐิติภา ลักษณพิสุทธิ์ ประธานกรรมการจัดโครงการ Imagine the Future Scenarios Competition 2021 Thailand และผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด

7. นางสาวอิสสยา ดำรงเกียรติสกุล พนักงานจิตอาสาในโครงการ Imagine the Future Scenarios Competition 2021 Thailand

8. นายธวัชชัย ทินกรณ์ พนักงานจิตอาสาในโครงการ Imagine the Future Scenarios Competition 2021 Thailand 


กรุงเทพฯ 30 มีนาคม 2564 บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด จับมือกับมูลนิธิก้าวไปคู่ไทย ขับเคลื่อนเมืองแห่งอนาคตโดยมีเยาวชนรุ่นใหม่เป็นพันธมิตรที่ไว้วางใจได้ร่วมทำกิจกรรม นิสิต นักศึกษาผู้สนใจสามารถสมัครขอรับเงินทุนมูลค่ากว่า 200,000 บาท เพื่อนำเสนอและดำเนินโครงการ Crowdfunding โครงการกิจกรรมเพื่อสังคม หรือโครงการจิตอาสา ทั้งนี้เพื่อเป็นการตอบโจทย์ความท้าทายในการพัฒนาเมือง อาทิ ความเหลื่อมล้ำทางสังคม คุณภาพการศึกษา และการเข้าถึงความช่วยเหลือของผู้สูงวัยที่ด้อยโอกาส โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.-15 พ.ค.นี้

 


นายปนันท์ ประจวบเหมาะ 
ประธานกรรมการ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด


นายปนันท์ ประจวบเหมาะ ประธานกรรมการ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า เชลล์และมูลนิธิก้าวไปคู่ไทย มีเจตนารมณ์เดียวกันในการส่งเสริมพันธมิตรที่ไว้วางใจได้เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี และเชื่อมั่นในศักยภาพของเยาวชนรุ่นใหม่ จึงเปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษา ส่งโครงการ ในรูปแบบ Crowdfunding การระดมทุนผ่านทางดิจิทัลแพลตฟอร์ม เพื่อระดมทุนสำหรับใช้ในโครงการพัฒนาชุมชนและจิตอาสาต่างๆ ทั้งนี้มูลนิธิก้าวไปคู่ไทย จะสนับสนุนทุนในการดำเนินการรวมกว่า 200,000 บาท 

 

เชลล์ เดินหน้าสู่เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ Powering Progress โดยผสานกลยุทธ์ สัดส่วนธุรกิจ และความมุ่งมั่นตั้งใจด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจากการดำเนินโครงการ Imagine the Future Scenarios Competition เราพบว่า เยาวชนมีความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์สังคม และที่สำคัญมีศักยภาพสูงมากในการพัฒนาเมืองที่จะสามารถอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ทั้งนี้ได้มีการใช้ออกแบบเมืองที่เน้นการนำพลังงานสะอาดมาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนา เชลล์มุ่งหวังให้ประเทศไทยมีกรอบการทำงานที่เปิดโอกาสของการมีส่วนร่วมโดยคนจากหลากหลายภาคส่วนและระหว่างเจนเนอเรชั่น ผมยินดีและขอบคุณมูลนิธิก้าวไปคู่ไทย ที่สนับสนุนทุนกิจกรรมเพื่อสังคม สำหรับ นิสิต นักศึกษา ที่จะนำเสนอโครงการเพื่อสังคมต่อไป” นายปนันท์กล่าว

 


นายธเนศร์ รัชตะปีติ 
ประธานกรรมการ มูลนิธิก้าวไปคู่ไทย และ
ผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจยางมะตอย ภูมิภาคเอเชีย และ ตะวันออกกลาง 
บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด


นายธเนศร์ รัชตะปีติ ประธานกรรมการ มูลนิธิก้าวไปคู่ไทย และผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจยางมะตอย ภูมิภาคเอเชีย และ ตะวันออกกลาง บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า มูลนิธิก้าวไปคู่ไทยก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2534 ปัจจุบันดำเนินการมาเกือบ 30 ปีแล้ว ที่ผ่านมาเน้นกิจกรรมช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสทั้งเด็กและผู้สูงอายุ ด้านพัฒนาการศึกษา สุขอนามัย โภชนาการ รวมถึงความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนกรณีประสบภัยพิบัติ ทั้งนี้ ในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของ Covid-19 ทางมูลนิธิฯได้มอบเงินบริจาคให้กับหน่วยงาน ตลอดจนโรงพยาบาลต่างๆ อย่างต่อเนื่อง


แผนการดำเนินงานของมูลนิธิฯ ในปี 2564 นั้น เรายังคงให้เงินทุนเพื่อการศึกษาและทำกิจกรรมต่างๆ พร้อมขยายขอบเขตโครงการเพื่อสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือสังคม เรากำลัง Rethink และมองหาพันธมิตรที่ไว้ใจได้ในกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ จึงอยากให้น้องๆ มาช่วยเราคิด เสนอไอเดียใหม่ๆ ช่วยให้มูลนิธิก้าวไปคู่ไทยระดมทุนได้มากขึ้น ช่วยเหลือสังคมได้มากขึ้น หากน้องๆ มีโครงการเพื่อสังคมอยู่แล้วและอยากให้มูลนิธิฯ สนับสนุนเงินทุน หรือสมัครเข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสาที่มูลนิธิก้าวไปคู่ไทยจัดขึ้นก็ทำได้เช่นกัน โครงการเพื่อสังคมที่ผ่านการพิจารณาจะได้รับเงินทุนสนับสนุนรวมกว่า 200,000 บาท และได้รับโอกาสใหม่ๆ ในการทำงานเพื่อสังคมร่วมกับมูลนิธิก้าวไปคู่ไทย” นายธเนศร์กล่าว



นางสาวฐิติภา ลักษณพิสุทธิ์ 

ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสื่อสารองค์กร และ

ประธานกรรมการจัดโครงการ Imagine the Future Scenarios Competition 2021 Thailand


นางสาวฐิติภา ลักษณพิสุทธิ์ ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสื่อสารองค์กร และประธานกรรมการจัดโครงการ Imagine the Future Scenarios Competition 2021 Thailand เปิดเผยว่า วันนี้อยากจะเชิญชวนเยาวชน นิสิต นักศึกษาในระดับอุดมศึกษาทุกระดับชั้น สมัครเข้าร่วมโครงการภายใต้ความร่วมมือในครั้งนี้และหากน้องๆ เคยเข้าร่วมในโครงการ Imagine The Future หรือเป็น Fanpage ของ Imagine the Future Competition จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ


เรามองหาโครงการดีๆ ไอเดียใหม่ๆ ที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำในทุกๆ มิติ และเกิดจากจินตนาการ ความสามารถ ความตั้งใจดีของน้องๆ ไม่ว่าจะเป็นโครงการจิตอาสา กิจกรรมเพื่อสังคม จนถึงโครงการและแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อระดมทุน อาทิ Crowdfunding เพื่อสนับสนุนมูลนิธิก้าวไปคู่ไทย  ถึงเวลาแล้วที่คนรุ่นใหม่จะใช้ศักยภาพในการออกแบบเมืองที่นอกจากน่าอยู่แล้ว ต้องไม่โดดเดี่ยวใครไว้อย่างด้อยโอกาสด้วย เยาวชนคนรุ่นใหม่มีพลังที่เข้มแข็งและมีศักยภาพด้านเทคโนโลยี เมื่อผสานความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ เชื่อมั่นว่าจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน มาร่วมกัน Make the Future we want to see and live in ไปด้วยกัน”

 

สำหรับขั้นตอนและวิธีการสมัคร นิสิต นักศึกษาที่สนใจเข้าร่วมโครงการ จัดเตรียมข้อเสนอโครงการเพื่อสังคม ความยาวไม่เกิน 3 หน้ากระดาษ A4 หรือจัดทำเป็นคลิปวิดีโอ ความยาวไม่เกิน 2 นาที บอกเล่าโครงการที่สนใจจะดำเนินการ แล้วส่งมาที่ T.laxanaphisuth@shell.com  ภายในวันที่ 1 เมษายน-15 พฤษภาคม 2564 นี้

 

รายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดตามได้จาก https://www.facebook.com/imaginethefuturecompetition หรือรับชมข้อมูลเพิ่มเติมที่ https://fb.watch/4xmDcUGB7E/


วันอังคารที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2564

เชลล์ จับมือ depa สานฝันคนรุ่นใหม่พัฒนาเมืองแห่งอนาคต ร่วมขับเคลื่อนโครงการ Imagine the Future 2021 Thailand

 


เชลล์ จับมือ depa สนับสนุนโครงการ Imagine the Future 2021
 
หมายเหตุคำอธิบายภาพจากซ้าย

1. 
นางสาวฐิติภา ลักษณพิสุทธิ์ ผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด
2. 
นายกมลพัทธ์ พหลโยธิน ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจยางมะตอย ไทย ลาว กัมพูชา และพม่า บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด
3. 
นายปนันท์ ประจวบเหมาะ ประธานกรรมการ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด
4. 
ดร.ภาสกร ประถมบุตร รองผู้อำนวยการ (กลุ่มโครงการพิเศษและศูนย์พัฒนาดิจิทัลและนวัตกรรม) สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล
5. 
ดร.ศุภกร สิทธิไชย ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ และรักษาการผู้อำนวยการ ฝ่ายส่งเสริมแพลตฟอร์มและบริการดิจิทัล สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล

6. ดร.นน อัครประเสริฐกุล ผู้เชี่ยวชาญอาวุโส สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล


กรุงเทพฯ 23 มีนาคม 2564 บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด ผสานความร่วมมือ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ depa (Digital Economy Promotion Agency) เพิ่มโอกาสการพัฒนาวิสัยทัศน์คนรุ่นใหม่ ภายใต้โครงการ “Imagine the Future Scenarios Competition 2021 Thailand” ผลักดันจินตนาการสร้างแบบจำลองเมืองแห่งอนาคตและการเปลี่ยนผ่านพลังงานไปสู่ความสำเร็จ depa พร้อมสนับสนุนทีมผู้เชี่ยวชาญชั้นนำ แบ่งปันประสบการณ์ และลงพื้นที่เข้าพบผู้บริหารเมืองอัจฉริยะน่าอยู่ หรือ สมาร์ตซิตี้” (Smart City) ต้นแบบ

 

บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด มุ่งมั่นสนับสนุนเยาวชนคนรุ่นใหม่ในฐานะพันธมิตรที่ไว้วางใจได้ ร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและเมืองอัจฉริยะ ทั้งนี้ โครงการ Imagine the Future Scenarios Competition 2021 Thailand ได้จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยปีนี้ เชลล์ ได้รับความร่วมมือจาก สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ depa กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หน่วยงานรับผิดชอบการส่งเสริมการพัฒนาเมืองพัฒนาเมืองอัจฉริยะของประเทศไทย และเลขานุการคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะแห่งชาติ ร่วมให้การสนับสนุนองค์ความรู้วิชาการและประสบการณ์ขับเคลื่อนแนวคิดไปสู่การปฏิบัติ โดยมีการประชุมแลกเปลี่ยนความร่วมมือระหว่างกัน เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา




นายปนันท์ ประจวบเหมาะ ประธานกรรมการ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “โครง การ Imagine the Future Scenarios Competition 2021 Thailand จุดประกายความรู้ ความคิด และจินตนาการที่เปี่ยมไปด้วยศักยภาพเชิงสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ เชลล์เปิดให้มีการนำเสนอแบบจำลองสถานการณ์อนาคตและบทบาทของพลังงานในการดำรงชีวิต การทำงาน และกิจกรรมนันทนาการต่างๆ ในอีก 30 ปีข้างหน้า สำหรับไฮไลท์ของปี 2564 นี้ เชลล์ได้เชิญวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะในเรื่อง Shell Scenarios “Sky 1.5” ซึ่งเปิดตัวล่าสุด และที่พิเศษยิ่งขึ้นคือ เราได้รับเกียรติจาก สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ depa สนับสนุนผู้เชี่ยวชาญ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ทีมผู้ชนะการแข่งขัน ITF เข้าร่วมกิจกรรมกับโครงการนักส่งเสริมดิจิทัลพัฒนาเมืองรุ่นใหม่ด้วย


ดร.ภาสกร ประถมบุตร 

รองผู้อำนวยการ depa (กลุ่มโครงการพิเศษและศูนย์พัฒนาดิจิทัลและนวัตกรรม)

ดร.ภาสกร ประถมบุตร รองผู้อำนวยการ depa (กลุ่มโครงการพิเศษและศูนย์พัฒนาดิจิทัลและนวัตกรรม) กล่าวว่า การสนับสนุนคนรุ่นใหม่ที่มีพลังสร้างสรรค์ กล้าคิด กล้าเป็นผู้นำความเปลี่ยนแปลง เข้ามามีส่วนร่วมขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะ นับเป็นหนึ่งในบทบาทภารกิจที่สำคัญของ depa เรามีความยินดีอย่างยิ่งในการมีส่วนสนับสนุนโครงการ Imagine the Future Scenarios Competition โดย เชลล์ ปัจจุบัน depa เป็นหน่วยงานชั้นนำที่มีองค์ความรู้และผู้เชี่ยวชาญที่ขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะในหลายๆ พื้นที่ของประเทศไทย depa ยินดีให้การสนับสนุนบุคลากร ผู้เชี่ยวชาญ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในรูปแบบวิทยากร กรรมการตัดสิน และการศึกษาดูงานในพื้นที่เมืองอัจฉริยะ หรือ ‘Smart City Ambassador’ แก่ผู้ชนะโครงการ Imagine the Future Scenarios Competition ต่อไป



นางสาวฐิติภา ลักษณพิสุทธิ์ 

ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสื่อสารองค์กรและ

ประธานกรรมการจัดโครงการ Imagine the Future Scenarios Competition 2021 Thailand

 

นางสาวฐิติภา ลักษณพิสุทธิ์ ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสื่อสารองค์กรและประธานกรรมการจัดโครงการ Imagine the Future Scenarios Competition 2021 Thailand กล่าวสรุปว่า “เชลล์มุ่งหวังให้เยาวชนเป็นอีกหนึ่งพันธมิตรที่ไว้วางใจได้ ในการร่วมสร้างเมืองที่ดีและสังคมที่มีคุณภาพ จึงเดินหน้าการแข่งขันต่อเนื่องในรูปแบบ Virtual แม้ว่าจะมีความท้าทายจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั้งนี้ เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่โครงการฯ ได้รับความสนใจจากน้องๆ และมีการตอบรับเข้าร่วมกิจกรรมจากนิสิตนักศึกษาจำนวนมากถึง 62 ทีม กว่า 400 คน จาก 20 มหาวิทยาลัยทั้งในและต่างประเทศ ผู้เข้ารอบรองสุดท้ายทั้งสิ้น 6 ทีม จะได้รับสิทธิ์เข้าสู่ Bootcamp โปรแกรมฝึกฝนทักษะและประสบการณ์ ขอบคุณน้องๆ เยาวชนคนทุกท่านที่ไว้วางใจให้เชลล์เป็นพันธมิตรในการสร้างเสริมศักยภาพให้คนรุ่นใหม่มีแนวคิดก้าวหน้า มีความสามารถในการวิเคราะห์ มีทักษะในการประมวลผลข้อมูลอย่างเป็นระบบ อีกทั้งมีศักยภาพที่จะร่วมมือกันออกแบบพลังงานที่ยั่งยืนและกำหนดการพัฒนาเมืองแห่งอนาคตตามจินตนาการของพวกเขาเองต่อๆ ไป”

ผู้ชนะเลิศในระดับประเทศจะได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท และเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าแข่งขันระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและตะวันออกกลาง ชิงเงินรางวัล 4,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ สามารถติดตามได้ที่ เฟสบุคเพจ Imagine the Future Competition (https://www.facebook.com/imaginethefuturecompetition/)



นายปนันท์ ประจวบเหมาะ ประธานกรรมการ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด และนายภาสกร ประถมบุตร รองผู้อำนวยการ (กลุ่มโครงการพิเศษและศูนย์พัฒนาดิจิทัลและนวัตกรรม) depa และทีมผู้บริหาร ประชุมแลกเปลี่ยนความร่วมมือระหว่างกัน ในการสนับสนุนโครงการ Imagine the Future Scenarios Competition 2021 Thailand เพื่อส่งเสริมเยาวชนคนรุ่นใหม่ จุดประกายความรู้ ความคิด ในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาดและการออกแบบเมืองแห่งอนาคต เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้คนต่อไปในอนาคต

GAC AION ขนที่สุดของซูเปอร์คาร์รถไฟฟ้า Hyper SSR ขุมพลัง 1,225 แรงม้า 0-100 กม.ต่อชั่วโมง ภายในเวลา 1.9 วินาที ให้ผู้ขับได้สัมผัสแรงกระชากในระดับ 1.7 G ในงาน Motor Expo 30 นี้

                 GAC AION  มาเหนือเมฆขนขุมพลังแห่งรถไฟฟ้า 100% ระดับไฮเอน Hyper SSR ด้วยขุมพลัง 1,225 แรงม้า 0-100 กม. ต่อชั่วโมง ภายในเวลา ...