วันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2565

Mardi Craft ชวนลูกค้าคนสำคัญร่วมเวิร์กชอปเมนูสุดพิเศษ ในกิจกรรม “Thai Myth Essence” At ร้านสำรับให

 

บริษัท มาร์ดี คราฟท์ จำกัด หรือ Mardi Craft ธุรกิจหนึ่งในเครือของ คุณเทพอาจ กวินอนันต์ ผู้ที่คร่ำหวอดในแวดวงการอาหารและเครื่องดื่ม โดยที่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา  Mardi Craft ได้วางคอนเซ็ปต์ในการนำเสนอตัวเองสุดเก๋ด้วยแนวคิดที่ว่า เราคือสะพานที่เชื่อมโลกของคราฟต์เบียร์ในทุกมิติเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของแบรนด์คราฟต์เบียร์ เจ้าของร้านคราฟต์เบียร์หรือผู้บริโภคคราฟต์เบียร์เองเพื่อนำเสนอประสบการณ์การดื่มคราฟต์เบียร์ที่ถูกผลิตในประเทศไทยอย่างถูกกฎหมายแล้ว”

นอกจากนี้ Mardi Craft ยังมีความตั้งใจที่จะถ่ายทอดเรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆ เกี่ยวกับคราฟต์เบียร์ให้กับผู้คนที่มีความชื่นชอบในรูปแบบของไลฟ์สไตล์เพื่อให้เกิดวัฒนธรรมการดื่มคราฟต์เบียร์ที่ตอบโจทย์มากขึ้น โดยในครั้งนี้เรามุ่งเน้นในการนำเสนอประสบการณ์การกินดื่มแบบใหม่ผ่านการจับคู่คราฟต์เบียร์ไทยกับอาหารไทย เพื่อช่วยชูเอกลักษณ์อันโดดเด่นจากวัตถุดิบไทยและส่งเสริมให้กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างวัฒนธรรมคราฟต์เบียร์ไทย

เมื่อเร็วๆนี้ ได้จับมือร่วมกับร้าน สำรับใหญ่ Thai Experience Cafe คาเฟ่ขนมไทยสไตล์ประยุกต์ ณ สามย่าน ร้านที่มีแนวคิดหลักคือการสร้างประสบการณ์ผสมผสานระหว่างความเป็นไทยแบบร่วมสมัยที่สะท้อนผ่านบรรยากาศร้านไปจนถึงเมนูอาหาร เครื่องดื่มรวมถึงกิจกรรมต่างๆ ที่ถูกคัดสรรมาสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างให้ทุกคนได้สัมผัสผ่านงานเวิร์กชอปสำหรับลูกค้าคนสำคัญในงานที่มีชื่อว่า Thai Myth Essence” At ร้านสำรับใหญ่

ในงานดังกล่าวได้นำเสนอความพิเศษคือการจับคู่อาหารไทยโบราณที่ถูกรังสรรค์จากฝีมือของลูกค้าของเราที่เข้าร่วมเวิร์กชอปในครั้งนี้พร้อมกับนำเสนอความลงตัวด้วยการจับคู่กับคราฟต์เบียร์ไทยจาก Mardi Craft อันได้แก่ “เจ้าสังข์ทองและล่าเตียง” ล่าเตียงคือการนำหมูสับผัดกับสามเกลอ (พริกไทย รากผักชี กระเทียม) จนหอมแล้วห่อด้วยตาข่ายแหจากไข่เป็ด ความเค็มมันหวานแบบครบรสช่วยดึงรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าสังข์ทองให้โดดเด่นขึ้น กลิ่นของข้าวหอมมะลิไทย และความขมเล็กน้อยจากน้ำเบียร์ยิ่งทำให้การจับคู่กับ “ล่าเตียง” เข้ากันเป็นอย่างดี ครบรสถึงที่สุด

อีกเมนูหนึ่งก็พิเศษไม่น้อยหน้ากันได้แก่ “ขุนแผนพลายแก้วและมังกรคาบแก้ว” มังกรคาบแก้วเป็นเมนูที่มีการนำผลไม้รสเปรี้ยวที่หลากหลายตามฤดูกาลใส่ไส้ในคล้ายข้าวเกรียบปากหม้อหรือไส้สาคูหมูเสิร์ฟด้วยครบรสทั้งเค็ม หวาน มัน เปรี้ยวคือรสชาติเด่นจากอาหารจานนี้ที่จะทำให้การจับคู่กับขุนแผนพลายแก้ว ที่ส่งเสริมให้คู่เมนูนี้แปลกใหม่และน่าสนใจยิ่งขึ้น กลิ่นหอมลิ้นจี่ไทยอันเป็นเอกลักษณ์ไม่ถูกกลบ ความหวานปนขมจากน้ำเบียร์สีอัำพันเข้ากันได้ดีกับผลไม้ที่ใช้คาบแก้ว ช่วยดึงเอาความหวานอมเปรี้ยวให้โดดเด่นและตัดด้วยความเค็มของไส้ กลมกล่อมกำลังดี

โดยบรรยากาศในงานเป็นไปด้วยความสนุกสนานลูกค้าผู้ที่เข้าร่วมเวิร์กชอปก็เพลิดเพลินกับการลงมือรังสรรค์เมนูทั้ง 2 ด้วยตนเองพร้อมลิ้มชิมรสชาติอันมีเอกลักษณ์ร่วมกับชิมรสชาติของเจ้าสังข์ทองและขุนแผนพลายแก้วโดยทุกคนต่างบอกเล่าถึงความประทับใจที่พร้อมพกพากลับบ้านจากกิจกรรมในครั้งนี้

สามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมต่างๆของ Mardi Craft ได้ที่: https://www.facebook.com/MardiCraftBrewing








 

กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับ ISMED นำเสนอ โมเดล 6 เศรษฐกิจกระแสใหม่ หนุนเศรษฐกิจไทยเติบโตแบบก้าวกระโดด

 

นายวิษณุ ทับเที่ยง (กลาง) หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดงานการสัมมนา   “พลิกเมือง ด้วย 6 เศรษฐกิจกระแสใหม่ ขุมกำลังขับเคลื่อนประเทศไทย”โดยมี นายธนนนทน์ พรายจันทร์  (ที่ 3 ซ้าย) ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมให้การต้อนรับ งานดังกล่าวจัดขึ้นโดย สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือISMEDนำเสนอโมเดล 6 เศรษฐกิจกระแสใหม่ พร้อมบ่มเพาะพัฒนายกระดับศักยภาพ SME ไทยให้เติบโต มั่นใจโมเดลนี้จะเกิดพลังหนุนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตแบบก้าวกระโดด ภายในงานมีการเสวนาในหัวข้อ  “ทิศทางของกระทรวงอุตสาหกรรมในการขับเคลื่อน SMEs ภายใต้เศรษฐกิจยุคใหม่”  โดยมีผู้บริหารระดับสูงทั้งภาครัฐ และเอกชน ให้เกียรติเข้าร่วมพูดคุย อาทิ ศรัณย์ ภู่พัฒน์ (ที่ 5 ซ้าย) หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจ  ตลาดเงิน และบริการธุรกรรมทางการเงิน ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน),  ศิริญา เทพเจริญ (ที่ 6 ซ้าย)รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการตลาด บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน) และ สายัณห์ ไวรางกูร ที่ปรึกษาด้านการเงิน  มาร่วมงาน ณ ห้องกมลทิพย์ 1 ชั้น 2 โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพ เมื่อเร็วๆ นี้

วันพฤหัสบดีที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2565

สกู๊ปข่าว : ถอดบทเรียน 'Krukate อัพเดตทอง' จากนักลงทุนผู้ล้มเหลว สู่ราชินีแห่งทองคำ!

 


ถอดบทเรียนความสำเร็จของ ‘Krukate อัพเดตทอง’ เจ้าของเพจเทรดทองชื่อดัง จากพนักงานออฟฟิศเงินเดือนหลักพัน ผันตัวมาเป็นนักลงทุนในตลาดทองคำ ชีวิตสุดพลิกผันขาดทุนนับล้านบาท เริ่มเรียนรู้บทเรียนจากความผิดพลาด สู่การเป็นนักเทรดทองมืออาชีพ มีลูกศิษย์มากมายจนได้ชื่อว่า ‘The Queen of Gold!’

ปัจจุบันตลาดการลงทุนเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด ไม่ว่าจะเป็นหุ้น ทองคำ Forex โดยเฉพาะการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล หรือคริปโทเคอร์เรนซี่ ที่กำลังเข้ามามีบทบาทอย่างมากในโลกปัจจุบัน เทคโนโลยีทางการเงินที่พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วดึงดูดคนให้เข้ามาสู่สนามการลงทุน ทว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะเข้าสู่สนามการลงทุนแล้วชนะเสมอไป เมื่อมีคนชนะย่อมต้องมีคนพ่ายแพ้เป็นธรรมดา การเตรียมความพร้อมก่อนลงสนามจริงจึงเป็นวิธีการหนึ่งที่จะเพิ่มโอกาสชนะได้ อย่างคำกล่าวที่ว่า ‘รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง’ และไม่มีอะไรจะมีค่าไปกว่าการเรียนรู้ความล้มเหลวในอดีตของคนที่ประสบความสำเร็จแล้วในปัจจุบัน




วันนี้เราจะมาถอดบทเรียนตั้งแต่ล้มเหลวขาดทุนนับล้าน จนกระทั่งประสบความสำเร็จของผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นราชินีแห่งทองคำ!

ถนนเส้นนี้ไม่ได้ปูลาดด้วยทอง! ‘เคท’ หรือ ‘นางสาวเกษสุดา หลวงแก้ว’ จบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาภาษาอังกฤษสื่อสารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยศรีปทุม (บางเขน ) และระดับปริญญาโท สาขาการสอนภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เริ่มต้นชีวิตวัย 24 ปี ด้วยการทำงานเป็นพนักงานธนาคาร เงินเดือนที่ได้รับคือ 9,500 บาท การทำงานภายใต้ความกดดันทำให้เกิดภาวะความเครียดสะสม สูญเสียทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ การเริ่มต้นชีวิตการทำงานคงไม่ต่างอะไรกับหนุ่มสาวในยุคนี้ที่ต้องดิ้นรนต่อสู้เพื่ออนาคต กระทั่งเพื่อนสนิทได้ชักชวนให้เข้ามารู้จักกับการเทรดทอง เมื่อก้าวเข้ามาบนถนนเส้นใหม่ที่คิดเอาไว้ว่าปูลาดไปด้วยทองคำ เงินทองหาง่ายโดยไม่ต้องทำงานหนักและอยู่ใต้ความกดดัน แต่ความจริงแล้วชีวิตไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดเอาไว้

กับดักของนักลงทุนมือใหม่ ‘เคท’ เริ่มเทรดทองคำครั้งแรกด้วยการใช้บัญชีทดลอง หรือบัญชี Demo โดยมีเพื่อนสนิทสอนให้เธอหัดเทรดเป็นเวลาสามวัน การใช้เงินทดลองในการซื้อขายทองคำไม่ได้มีความกดดันมากนักเพราะไม่ใช่เงินจริง เธอจึงคิดเพียงแค่ว่าถ้าทองลงก็แค่กด Buy และเมื่อทองขึ้นตามกราฟเทคนิคก็แค่กด Sell เท่านี้ก็ทำให้ได้กำไรมากมาย  หลังจากซื้อขายโดยใช้บัญชีทดลองแล้ว เธอก็เริ่มใช้เงินจริง โดยนำเงินเก็บทั้งหมดที่มีมาลงทุน เพราะความมั่นใจจากความคิดที่ว่า “ลงก็ซื้อ ขึ้นก็ขาย” ทำให้เธอไม่ได้ศึกษาเรื่องการลงทุนอย่างจริงจังเลย ปี 2011 เธอใช้เงินลงทุนครั้งแรก 5000 ดอลลาร์สหรัฐ ราคาทองคำทำจุดสูงสุดในเดือนสิงหาคมปี 2011 ที่ระดับ 1,826 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือปรับตัวขึ้น 129% ในระยะเวลาเพียง 6-7 เดือน ทำให้พอร์ตการลงทุนของเธอเติบโตขึ้นกว่า 100%



‘ความล้มเหลว’ คือบทเรียนครั้งสำคัญของชีวิต ปี 2013 เบน เบอร์นันเก ประธานธนาคารกลางสหรัฐหรือ Fed กล่าวถ้อยแถลงต่อสภาคองเกรสว่าจะลดวงเงินของการเข้าซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณหรือ QE ทำให้ราคาทองปรับลดลงถึงจุดต่ำสุดที่ 1,180 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะสิ่งที่เคทยึดถือมาตลอดในการลงทุนว่า “ลงซื้อ ขึ้นขาย” เธอจึงใช้เงินทั้งหมดที่มีในตอนนั้นซื้อทุกราคาที่ปรับลดลง โดยไม่ได้นำเหตุผลอื่น ๆ มาพิจารณาในการเข้าซื้อครั้งนี้ เพราะคิดว่าตัวเองกำลังซื้อทองในราคาที่ถูก!

              ‘ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนอกหักรักคุด’ เคทพูดขึ้นเมื่อเล่าย้อนไปถึงเหตุการณ์ครั้งนั้น เพราะการไม่ได้ศึกษาถึงความเสี่ยงของการลงทุนเลยทำให้เธอขาดทุนจนต้อง ‘ล้างพอร์ตนับล้านบาท!’ เธอย้ำว่านี่เป็นบทเรียนครั้งสำคัญในชีวิตที่จะไม่มีวันลืม

              อย่ายืมจมูกคนอื่นหายใจในการลงทุน หลังจากขาดทุนจนล้างพอร์ตเธอก็กลับมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า ‘เราขาดอะไรไปทำไมถึงขาดทุน?’ และคำตอบที่ได้คือ ‘ขาดความรู้’ เธอพบว่าตัวเองไม่รู้จัก ‘เทรนด์ขาขึ้น’ และ ‘เทรนด์ขาลง’ ไม่รู้จักแม้แต่ ‘แนวรับ’ และ ‘แนวต้าน’ จึงเริ่มศึกษาเกี่ยวกับการลงทุนด้วยตัวเองจากบทความในอินเทอร์เน็ตและจากคลิปสอนเทรดต่าง ๆ ที่หาได้ในสมัยนั้น

              “หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง” เธอบอกกับตัวเองขณะที่กำลังจะกลับเข้ามาสู่ตลาดการลงทุนอีกครั้งระหว่างที่กำลังศึกษาด้วยตัวเองเธอก็ไปเจอนักเทรดทองชาวต่างชาติท่านหนึ่ง ซึ่งเธอเรียกเขาว่า ‘อาจารย์’ หลังจากติดตามการให้ Signal ทองของอาจารย์มาพักใหญ่ก็เริ่มกลับมาลงทุนโดยการเทรดตาม Signal ที่ซื้อมาจากอาจารย์ท่านนี้ และทำให้เธอค่อย ๆ ทำกำไรได้อีกครั้งจนกระทั่งถอนทุนคืนจากการเทรดที่เคยล้างพอร์ตไปช่วงก่อนหน้านี้



              เคทเริ่มซื้อ Signal ทองจากอาจารย์และทำกำไรได้เรื่อย ๆ จนกระทั่งปี 2015 อาจารย์ประกาศว่าจะเลิกขาย Signal เพราะต้องการเกษียณไปใช้ชีวิตเงียบ ๆ นั่นเป็นบทเรียนครั้งยิ่งใหญ่อีกครั้งในชีวิตของเธอว่า ‘อย่ายืมจมูกคนอื่นหายใจในการลงทุน’ เพราะถ้าวันหนึ่งเราไม่สามารถยืมจมูกคนอื่นมาหายใจได้แล้วเท่ากับว่าเราต้องตายเท่านั้น!

เธอจะไปรู้อะไร…ถ้าเธอไม่เรียน! ‘ถ้าไม่มีอาจารย์แล้วจะทำยังไง?’ สิ่งที่เธอตั้งคำถามกับตัวเองอีกครั้ง… คำตอบของคำถามนี้คือเธอต้องเรียนรู้ และต้องหา Signal ได้ด้วยตัวเอง เธอต้องไม่ยืมจมูกคนอื่นหายใจเหมือนที่ผ่านมา เพราะไม่อย่างนั้นอนาคตข้างหน้าสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้อาจจะวนซ้ำกลับมาอีกก็ได้ เคทพยายามติดต่อขอให้อาจารย์สอนหา Signal หลายครั้งแต่ได้รับการปฏิเสธ เพราะเป็นเคล็ดลับวิชาเฉพาะตัว เธอใช้เวลาตื้ออยู่หลายครั้งจนกระทั่งอาจารย์ยอมสอน ค่าเรียนที่ต้องจ่ายคิดเป็นเงินหลายแสนบาท แต่เธอยอมจ่ายเพราะเชื่อว่าวิชาที่ได้ จะสามารถทำให้เธอหาเงินได้มากกว่าที่ตัวเองจ่ายไปอย่างแน่นอน

ปี 2015-2016 เธอเปิดแฟนเพจ ‘Kate อัพเดตทอง’ มีผู้ติดตามหลักพัน ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็น Krukate อัพเดตทอง’ ในเวลาต่อมาเมื่อเธอมีลูกศิษย์มากขึ้นทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ครูเคทเริ่มฝึกหา Signal ทองด้วยตัวเองควบคู่ไปกับการทำเพจ เธอมองว่าเป็นการฝึกวิชาไปในตัว ช่วงแรกเธอยอมรับว่าหวงวิชาเพราะจ่ายค่าเรียนค่อนข้างแพงและคิดว่าไม่ควรสอนให้ใครง่าย ๆ กระทั่งเริ่มมีคนมาขอให้สอน และความคิดที่ว่าวิชาที่เธอมีจะช่วยให้ชีวิตคนอื่นดีขึ้น ไม่ต้องหลงทางและขาดทุนอย่างตัวเอง ทำให้เธอยอมสอนนักเรียน 2 คนแรก



หลังจากนั้นในปี 2019 ได้เปิดสอนนักเรียนที่โรงแรม Bangkok Marriott Hotel Sukhumvit มีคนลงทะเบียนเรียนกว่า 200 คน นับเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญอีกครั้งในชีวิตของผู้หญิงคนนี้

วินัยในการลงทุนคือหนทางสู่ความสำเร็จ! เมื่อถามว่าอะไรคือ ‘หัวใจหลักของการลงทุน’ ครูเคท ตอบกลับมาว่า ‘วินัย’ แม้วันนี้เธอจะอยู่ในตลาดการลงทุนมากว่า 11 ปีแล้ว แต่เธอยังคงตื่นแต่เช้าเพื่อมานั่งวิเคราะห์กราฟเทคนิค พร้อมกับฟังข่าวเศรษฐกิจและนำมาประกอบการวิเคราะห์การลงทุนเช่นเดิม ไม่มีวันไหนที่เธอไม่ทำอย่างนี้

เมื่อถามว่าสิ่งที่เธอตั้งใจจะทำต่อไปคืออะไร ครูเคทตอบอย่างไม่ลังเลว่า…เธอตั้งใจจะสอนวิชาที่เธอมีให้ลูกศิษย์เรื่อย ๆ จนกว่าจะถึงวันที่ไม่สามารถทำได้ มีลูกศิษย์หลายคนกลับมาเรียนซ้ำถึง 40 ครั้ง และปัจจุบันประสบความสำเร็จในการลงทุน สามารถปลดหนี้สินและมีเงินเลี้ยงดูคนในครอบครัวได้ ครูเคทพูดด้วยน้ำเสียงภาคภูมิว่า…นี่เป็นรางวัลแห่งความภาคภูมิใจของเธอในฐานะครู มีลูกศิษย์หลายคนที่ประสบความสำเร็จแล้วแต่ก็ยังกลับมาเรียนซ้ำอยู่เรื่อย ๆ อย่างสม่ำเสมอ และเธอไม่เคยเบื่อที่จะสอนเลยสักครั้งเดียว

ปัจจุบันครูเคทยังคง Live วิเคราะห์ Signal ทองที่เพจ “Krukate อัพเดตทอง” เป็นประจำ นับจากวันที่เริ่มเข้ามาสู่ตลาดการซื้อขายทองคำ จนขาดทุนนับล้านบาท และมาถึงวันที่เธอประสบความสำเร็จ สามารถหาเลี้ยงชีพได้ด้วยการลงทุนในทองคำในฐานะ Fulltime Trader และเปลี่ยนชีวิตลูกศิษย์นับหมื่นคนให้สามารถนำสิ่งที่เธอสอนไปปรับใช้ได้รวมแล้วเป็นเวลากว่า 11 ปี ถือเป็นคนไทยที่ประสบความสำเร็จและน่าชื่นชม แน่นอนว่าเธอได้รับการยอมรับจากทั้งคนไทยและชาวต่างชาติจนได้ชื่อว่า ‘The Queen of Gold

และหากใครสนใจอยากศึกษาเกี่ยวกับการลงทุนใน Gold,Platinum,Silver และ Forex สามารถติดตามได้ที่เพจ ‘Krukate อัพเดตทอง’*






วันจันทร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2565

แถลงข่าว/สัมมนา “พลิกเมือง ด้วย 6 เศรษฐกิจกระแสใหม่ ขุมกำลังขับเคลื่อนประเทศไทย” ณ ห้องกมลทิพย์ 1 ชั้น 2 โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพ

 

สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดทลางและขนาดย่อม หรือ ISMED จัดแถลงข่าวและสัมมนา “พลิกเมือง ด้วย 6 เศรษฐกิจกระแสใหม่ ขุมกำลังขับเคลื่อนประเทศไทย” โดยกิจกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นจาก ISMED ภายใต้กำกับของ กระทรวงอุตสาหกรรม ได้ศึกษาและค้นหา เครื่องจักรเศรษฐกิจตัวใหม่ และมอง  ฉากทัศน์ที่ประเทศไทยจะสามารถสร้างการเจริญเติบโต และมีความเป็นไปได้ แนวโน้มไปทิศทางใด ได้จัดทำ “บทสรุปแนวทางการเติบโตของธุรกิจแบบก้าวกระโดดด้วย 6 เศรษฐกิจกระแสใหม่” เพื่อให้ภาคธุรกิจและองค์กรที่เกี่ยวข้องจะได้นำข้อมูลไปประยุกต์ใช้ให้สอดรับกับทิศทางใหม่นี้ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเสริมความแกร่ง ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม กับ ธนาคารทหารไทยธนชาติ จำกัด (มหาชน) (ttb) ที่จะร่วมพัฒนาบ่มเพาะศักยภาพ SMEs และสนับสนุน ส่งเสริมด้วยการเงิน โมเดลการเติบโตในเศรษฐกิจตัวใหม่ การมองน่านน้ำแห่งโอกาสใหม่ๆ ของปี 2022

ภายในงาน ได้รับเกียรติจาก นางวรวรรณ ชิตอรุณ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธาน พร้อมกล่าวนำการสัมมนาในหัวข้อ ทิศทางของกระทรวงอุตสาหกรรม และการขับเคลื่อน SME ภายใต้เศรษฐกิจยุคใหม่” นอกจากนี้ยังมีการบรรยายสำคัญในหัวข้อ  “ISMED Next : ทิศทางและภารกิจของ ISMED ในยุคต่อไป” โดย นายธนนนทน์ พรายจันทร์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ต่อด้วยไฮไลต์กับการเสวนาหัวข้อ “Power up SMEs towards Next Boom” โดย Biz Leaders หลายมุมมอง ได้แก่ นายเสนธิป ศรีไพพรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าธุรกิจ ทีเอ็มบีธนชาต (ttb), ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อดีตรองอธิการบดีฝ่ายความยั่งยืนและบริหาร ศูนย์รังสิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, นางศิริญา เทพเจริญ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการตลาด บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน), นายศุภชัย สัจไพบูลย์กิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บริษัท ออพติมุส (ประเทศไทย) จำกัด ดำเนินเสวนาโดย ดร.ธนันธน์ อภิวันทนาพร ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจต่างประเทศและการตลาด สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม จากนั้น นายปรัชญา เพิ่มทองคำ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาโอกาสทางธุรกิจ สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ขึ้นกล่าวในหัวข้อ Re-Design Business in Six new economies ปิดท้ายด้วยการลงนามความร่วมมือระหว่าง สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม กับ ธนาคารทหารไทยธนชาติ จำกัด (มหาชน) (ttb) เพื่อขับเคลื่อนโครงการให้สัมฤทธิ์ผลต่อไป ท่ามกลางสักขีพยานทั้งออนไซต์และรับชมผ่านออนไลน์

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถติดตามรับฟังพร้อมกันได้ในวันพฤหัสบดีที่ 10 มีนาคม 2565 เวลา 12:00 – 16:00 น. ผ่านระบบ Zoom และ FB Live ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่ เพจ FB: ISMED สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ,

เว็บไซต์ http://www.ismed.or.th หรือ

Line official account : @ismed 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.02-105-4778 ต่อ 8000, 086-753-4967

 E-mail: kanokwan_r@ismed.or.th



วันอังคารที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2565

NUSA เปิดตัว “Miracle Cannabis Land” ดินแดนแห่งพืชมหัศจรรย์ เดินหน้ากลยุทธ์ธุรกิจใหม่เพื่อพลิกโฉม เลเจนด์ สยาม พัทยา

 

26 กุมภาพันธ์ 2565 – พัทยา จ.ชลบุรี  บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน)  จับมือ บริษัท CSR ทุ่ม 1,700 ล้าน ร่วมพัฒนา เลเจนด์ สยาม พลิกกลยุทธ์ ปั้นโมเดลธุรกิจใหม่  Medical Technology ปรับโฉม Legend siam สู่การเป็นเมืองมหัศจรรย์กัญชา “Miracle Cannabis Land”  ที่มีศักยภาพและความพร้อมในการเป็น Cannabis Destination ทั้งด้านการท่องเที่ยว การแพทย์ทางเลือก เริ่มตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ จากปลูก สู่การสกัด และการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ เป็นศูนย์การเรียนรู้ กัญชง กัญชา ของโลก “Cannabis Museum” ควบคู่ไปกับการเป็นศูนย์วิจัยนำ “กัญชา กัญชง” เพื่อเป็นองค์ความรู้สู่การพัฒนาทุกรูปแบบ รวมทั้งจะเป็นศูนย์กลางในการติดต่อ-จำหน่ายผลิตภัณฑ์กัญชาไทยสู่ตลาดโลก

Miracle Cannabis Land  มหัศจรรย์เมืองกัญชา เป็นโครงการที่อยู่ภายใต้การดูแลของ  ณุศา-CSR  บริษัทในเครือของ บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน) ดำเนินการโดย บริษัท เวิลด์ เมดิคอล อัลไลแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด การปรับโฉม เลเจนด์ สยาม พัทยา จากแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมแห่งแรกในประเทศไทย ทรานส์ฟอร์มธุรกิจสู่  ‘Medical Technology’ สู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพและบริการทางการแพทย์ครบวงจร ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ธุรกิจกัญชงครบวงจร ตอกย้ำความพร้อมลงทุนธุรกิจกัญชงครบวงจรด้วยการสร้างโรงสกัดสาร CBD 

 การปรับโฉม เลเจนด์ สยาม (Legend siam) สู่การเป็น “Miracle Cannabis Land”  มหัศจรรย์เมืองกัญชา นับจากวันนี้สถานที่แห่งนี้จะเป็นโลกแห่งการเรียนรู้ “กัญชา” พืชวิเศษจากสวรรค์ ในรูปแบบของการท่องเที่ยวที่สร้างประสบการณ์เหนือจินตนาการให้กับผู้ที่มาเยือน โดยภายในจะแบ่งเป็นส่วนต่างๆ ดังนี้

Cannabis Land 

เมืองมหัศจรรย์ ซึ่งจะเป็นที่ตั้งของศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์จากกัญชา และสมุนไพร ของ Siam Bio Innovation  คลินิกกัญชาและแพทย์ทางเลือก ตลอดจนสถานที่ซึ่งตอบโจทย์ Life Style เช่น Cannabis Treatment  และ Cannabis Café

Learning Center

ศูนย์การเรียนรู้ แปลงเพาะชำกัญชง กัญชา  รวมถึงพิพิธภัณฑ์กัญชา โดยมีไฮไลท์คือห้อง “ไอรมดมควัน” ซึ่งถือเป็นพิพิธภัณฑ์กัญชาแห่งแรกของประเทศไทย และจะเป็นที่ตั้งของสถาบันกัญชาศาสตร์ ตลอดจนเป็นแหล่งการเรียนรู้เกี่ยวกับกัญชา

Legend Siam 

ปีนี้ทุกท่านจะได้พบกับโฉมใหม่ของ เลเจนด์สยาม ที่พร้อมให้บริการเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ในส่วนของ Legend Siam เรามีสวนสนุกเชิงวัฒนธรรม, ตลาด 100 ปี , พื้นที่จัดกิจกรรมอีเวนท์ และ Boutique Resort

คุณศิริญา เทพเจริญ 
รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน)  และ
กรรมการบริหาร บริษัท เวิล์ด เมดิคอล อัลไลแอนซ์ ประเทศไทย จำกัด

คุณศิริญา เทพเจริญ  รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน)  และ กรรมการบริหาร บริษัท เวิล์ด เมดิคอล อัลไลแอนซ์ ประเทศไทย จำกัด  เปิดเผยว่า

 “ณุศาศิริ ของเรา ได้ก้าวไปสู่ความเป็นสากล ทั้งในด้านอสังหาริมทรัพย์ ท่องเที่ยว และด้านสุขภาพ ฯลฯ โดยการร่วมมือกับบริษัทชั้นนำระดับโลก ในการดูแลและบริหารการจัดการต่างๆ จากประวัติอันยาวนาน ที่ ณุศาศิริ เราเติบโตคู่กับคนไทย ผ่านร้อน ผ่านหนาว ผ่านทุกสถานการณ์ จนก้าวสู่ความสำเร็จ และเข้าสู่ปีที่ 25 อย่างมั่นคง เราจึงอยากจะสร้างแบรนด์ ณุศาศิริ ให้ก้าวไปในทิศทางใหม่อย่างยิ่งใหญ่ในโอกาสฉลองปีที่ 25 ของเราอีกครั้ง    โดย NUSA ได้ปรับโครงสร้างสู่ ธุรกิจเวลเนส (Wellness)  ธุรกิจด้านเกษตรกรรม (Agriculture)  และธุรกิจด้าน “เทค” (Tech)  ซึ่งครั้งนี้ ณุศาศิริ จับมือกับบริษัท CSR พันธมิตรจากประเทศจีน ปรับโฉม เลเจนด์สยาม สู่การเป็น  Miracle Cannabis Land  มหัศจรรย์เมืองกัญชา เป็นโครงการที่อยู่ภายใต้การดูแลของ  ณุศา-CSR  บริษัทในเครือของ บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน) และดำเนินการโดยบริษัท เวิลด์ เมดิคอล อัลไลแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด

บริษัทรุกตลาดปั้นโมเดลธุรกิจใหม่ Medical Technology ตั้งศูนย์วิจัยนำ “กัญชา กัญชง” เพื่อแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่สู่ตลาดโลกซึ่งเรามีแพลตฟอร์มจำหน่ายสินค้าและบริการเพื่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีแบบองค์รวม ทั้งการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทุกหมวด ที่มีสารสกัดจากกัญชง กัญชา และพืชสมุนไพรไทย  ผ่านทุกช่องทาง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่ผ่านมาเราได้เตรียมความพร้อม โดยปรับพื้นที่ในโครงการของ ณุศาศิริ ที่ Legend Siam Pattaya จากเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมปรับให้เป็นแหล่งปลูกกัญชา กัญชง เราขอใบอนุญาตปลูกพืชกัญชงบนพื้นที่กว่า 60 ไร่  ในเชิงงานศึกษาวิจัย และอยู่ระหว่างขอใบอนุญาตโรงสกัดสาร CBD สารสำคัญจากพืชกัญชง  โดยเราตั้งใจสร้าง Cannabis Museum”  เพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้กัญชา กัญชง ของโลก

นอกจากนี้ เรากำลังพัฒนาความรู้และงานวิจัยในเรื่อง กัญชง กัญชา เพื่อสุขภาพและการแพทย์ ผลักดัน พัฒนา และต่อยอดธุรกิจด้านสุขภาพและการแพทย์ ของเวิล์ดเมดิคอล (WMA) รุกธุรกิจด้านสุขภาพ และการแพทย์ พร้อมกันนี้ยังได้เปิดแพลตฟอร์มเพื่อสุขภาพและการแพทย์ ชื่อ หมอฮัลโหล (Morhello) และยังมี โรงพยาบาลพานาซี (Panacee Hospital) ที่เป็นโรงพยาบาล เฉพาะทางที่ให้บริการทางการแพทย์แผนปัจจุบันและการแพทย์ทางเลือกแบบองค์รวม เพื่อตอกย้ำให้ประเทศไทยเป็น Medical HUB ของโลก และ ก้าวสู่การเป็นผู้นำไปสู่ตลาดต่างประเทศอย่างยิ่งใหญ่ต่อไป” คุณศิริญา กล่าว

ผู้สนใจสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวและเปิดประสบการณ์ท่องโลกมหัศจรรย์กัญชา กัญชง ได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร.033 073 333 หรือติดตามความเคลื่อนไหวกิจกรรมต่าง ๆ ของ เลเจ้นด์ สยาม ได้ที่ FB Fanpage: Legend Siam







GAC AION ขนที่สุดของซูเปอร์คาร์รถไฟฟ้า Hyper SSR ขุมพลัง 1,225 แรงม้า 0-100 กม.ต่อชั่วโมง ภายในเวลา 1.9 วินาที ให้ผู้ขับได้สัมผัสแรงกระชากในระดับ 1.7 G ในงาน Motor Expo 30 นี้

                 GAC AION  มาเหนือเมฆขนขุมพลังแห่งรถไฟฟ้า 100% ระดับไฮเอน Hyper SSR ด้วยขุมพลัง 1,225 แรงม้า 0-100 กม. ต่อชั่วโมง ภายในเวลา ...