วันอังคารที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2565

บริษัท ซีแอนด์จี ฯ ร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

 

               นาย เหอ  หนิง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีแอนด์จี เอ็นไวรอนเมนทอล โปรเท็คชั่น (ประเทศไทย) จำกัด    ผู้ดำเนินโครงการโรงกำจัดขยะผลิตไฟฟ้าเพื่อสิ่งแวดล้อม หนองแขม  นายนิยม สองแก้ว อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และนายสมพจน์ กวางแก้ว รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน พร้อมด้วย ผู้ตรวจราชการกรมฯ ผู้บริหารกรมฯ ผู้บริหารบริษัทฯ ตัวแทนสำนักสิ่งแวดล้อม  เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และ ประชาชนชุมชนเขตหนองแขม ร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้ 800 ต้น ภายใต้ “โครงการ จป. ร่วมใจปลูกความดี ขยายพื้นที่สีเขียว เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565”

               นอกจากนี้ นาย เหอ  หนิง  ได้นำคณะผู้บริหารของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เข้าเยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้การจัดการขยะผลิตไฟฟ้าเพื่อสิ่งแวดล้อม ของบริษัทฯ ทั้งนี้ บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นที่จะดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมตลอดจนสานต่อพันธกิจในการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับชุมชนอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการกำจัดขยะที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมภายใต้มาตรฐานการประกอบอุตสาหกรรมในประเทศไทยและระดับสากล ทังนี้ ผู้ที่สนใจสามารถเข้าเยี่ยมชมโรงงานและศูนย์เรียนรู้การจัดการขยะผลิตไฟฟ้าเพื่อสิ่งแวดล้อม ด้วยระบบเสมือนจริง ผ่านช่องทางออนไลน์ที่ http://www.cg-ep.co.th/thaihttp://www.cg-ep.co.th/ng

7 CBS Series 7 ทางรอดวิกฤตเงินเฟ้อ #รู้แล้วรอด ถอดบทเรียนสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงิน

 

               ภาควิชาการธนาคารและการเงิน คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ส่งสัญญาณกระตุ้นทุกภาคส่วนตื่นตัวรับมือวิกฤตการเงิน ผ่านการจัดทำคลิปวิดิโอ 7 CBS Series 7 ทางรอดวิกฤตเงินเฟ้อ #รู้แล้วรอด ถอดบทเรียนสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงิน ใน 7 เรื่องสำคัญ ตั้งแต่ เงินเฟ้อ ราคาพลังงาน อัตราดอกเบี้ย ค่าเงินบาท หนี้ครัวเรือน การออม และการลงทุน ดีเดย์เผยแพร่ Episode แรกในวันที่ 9 สิงหาคม 2565 นี้

รศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร
คณบดี คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

               รศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร คณบดี คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า จากสภาวะสถานการณ์และเศรษฐกิจในปัจจุบันสร้างความตระหนกให้กับทุกธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดใหญ่ SME ไปจนถึงระดับบุคคล สิ่งเหล่านี้คือความกังวลของทุกธุรกิจทุกคน ดังนั้นการตั้งรับอย่างถูกวิธี รู้ข้อมูลที่ถูกต้อง จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง คณะพาณิชยศาสตร์ฯ โดยคณาจารย์ภาควิชาการธนาคารและการเงิน จึงได้จัดทำคู่มือการดำเนินธุรกิจหรือการดำเนินชีวิตอย่างไรให้รอดทุกเรื่องในท่ามกลางความไม่แน่นอนทั้งหมดนี้ กับ 7 CBS Series 7 ทางรอดวิกฤตเงินเฟ้อ#รู้แล้วรอด ถอดบทเรียนสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงิน ใน 7 เรื่องสำคัญ ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและนำไปใช้ได้จริง

รศ. ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล
หัวหน้าภาควิชาการธนาคารและการเงิน

               รศ. ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล หัวหน้าภาควิชาการธนาคารและการเงิน กล่าวว่า ปัจจุบันโควิดยังอยู่และสภาวะแวดล้อมก็ยังไม่ดีขึ้น ราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างแรงและเร็ว โดยเฉพาะราคาน้ำมัน ก๊าซหุงต้ม ไฟฟ้า ก็ยิ่งทวีความท้าทาย ถึงแม้มีการเปิดเมืองและการกลับมาดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ แต่ก็อาจไม่สามารถทำให้สถานการณ์ดีขึ้น เพราะสภาวะความบอบช้ำอันมาจากการต่อสู้กับโควิดทำให้ภูมิคุ้มกันทางการเงินลดลง อีกทั้งยังต้องมาต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้ออีก ทำให้เกิดสิ่งที่กังวลมากมาย อาทิ ความเหลื่อมล้ำ ซึ่งเดิมทีประเทศไทยมีความเหลื่อมล้ำของรายได้สูงอยู่แล้ว ในสภาวะปัจจุบันที่ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น ไม่ว่าจะมาจากราคาของสินค้าและบริการ หรือต้นทุนทางการเงินสำหรับท่านที่มีหนี้ เมื่อรายได้ไม่โตแต่ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น ก็ส่งผลต่อการออมและสะสมสินทรัพย์ และเมื่อมีเงินไม่พอใช้ก็จำเป็นต้องไปก่อหนี้ จนอาจตกอยู่ในวงจรหนี้ในที่สุด จนอาจกล่าวได้ว่าเป็นวิกฤตซ้ำซ้อน วิกฤตรายได้ วิกฤตเงินเฟ้อ วิกฤตหนี้ วิกฤตการออม และในกรณีที่มีการตัดสินใจที่ไม่เหมาะสม เช่น บริหารสภาพคล่องผิดพลาด ก่อหนี้ผิดประเภท ชะล่าใจไม่ออม หรือลงทุนในสิ่งที่ไม่เกิดประโยชน์ ก็ยิ่งเป็นปัจจัยขยายผลทำให้ความเหลื่อมล้ำยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น จึงเป็นปัญหาของสังคมที่เราทุกคนต้องช่วยกันแก้

               ดังนั้นการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเศรษฐกิจ จากการจัดทำคลิป “รู้แล้วรอด” ทางทีมคณาจารย์ได้นำข้อมูลที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ปัจจุบันมาวิเคราะห์ให้เห็นถึงปัญหา พร้อมแนะนำเทคนิคการรับมือ ซึ่งรายละเอียดองค์ความรู้ที่จะเผยแพร่ประกอบด้วย

Introduction EP. 7 เรื่อง รู้แล้วรอด โดย รศ. ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล หัวหน้าภาควิชาการธนาคารและการเงิน

          EP.1 เงินเฟ้อ ของแพง ไม่หมดแรง ทำไง โดย ผศ.ดร.พรพิชยา กุวลัยรัตน์ อาจารย์ประจำภาควิชาการธนาคารและการเงิน

          EP.2 ดอกเบี้ยและภาระหนี้กับสถานการณ์เงินเฟ้อสูง โดย รศ.ดร.วิมุต วานิชเจริญธรรม อาจารย์ประจำภาควิชาการธนาคารและการเงิน

          EP.3 วิกฤตพลังงานแพง ไปต่อหรือพอแค่นี้ รับมือยังไงไม่พัง โดย ผศ.ดร.อนิรุต พิเสกฎฐศลาศัย อาจารย์ประจำภาควิชาการธนาคารและการเงิน

          EP.4 ลงทุนสู้เงินเฟ้อ โดย ผศ.ดร.รุ่งเกียรติ รัตนบานชื่น อาจารย์ประจำภาควิชาการธนาคารและการเงิน 

          EP.5 เงินเฟ้อกับอัตราแลกเปลี่ยน โดย ผศ.ดร.รัฐชัย ศีลาเจริญ อาจารย์ประจำภาควิชาการธนาคารและการเงิน

          EP.6 หนี้มาเยือน เตือนกันไว้ รศ.ดร.คณิสร์ แสงโชติ อาจารย์ประจำภาควิชาการธนาคารและการเงิน

          EP.7 ออมและ ออมอย่ายอมลด โดย ดร.ธนวิต แซ่ซือ อาจารย์ประจำภาควิชาการธนาคารและการเงิน

               โดยจะเปิดตัว Episode แรกในวันที่ 9 สิงหาคม 2565 เวลา 10.30 น.ผ่านทาง facebook และ Youtube Live ได้ทาง F: CBS Chula และ CBS Academy

               รศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร คณบดี คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวปิดท้ายว่า การจัดทำ CBS 7 Series นี้ มุ่งหวังให้ทุกคนมีภูมิคุ้มกันที่สูงขึ้น เพราะ “เชื้อโรค” ทางการเงินเหล่านี้ลุกลามไวและแผ่ไปได้ทุกกระเบียดนิ้วของสังคม การป้องกัน “ไม่ให้ติดเชื้อจนเรื้อรัง” จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพื่อไม่ให้ความเหลื่อมล้ำของสังคมไม่ขยายไปไกลกว่าที่เป็น

​​

วันพฤหัสบดีที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2565

คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เตรียมจัดงานแถลงข่าว “รู้แล้วรอด” 7 CBS Series 7 ทางรอดวิกฤตเงินเฟ้อ

 

               คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมทีมคณาจารย์ ภาควิชาการธนาคารและการเงินฯ โดย รศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร คณบดี และ รศ. ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล หัวหน้าภาควิชาการธนาคารและการเงิน พร้อมด้วย รศ. ดร. คณิสร์ แสงโชติ ประธานหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต (MBA) เตรียมจัดงานแถลงข่าว “รู้แล้วรอด” 7 CBS Series 7 ทางรอดวิกฤตเงินเฟ้อ ถอดบทเรียนสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงิน หวังเชิญชวนให้ทุกภาคส่วนตระหนักรู้ถึงเหตุปัจจัยของวิกฤตและความสุ่มเสี่ยงทางการเงินทั้งหลาย เพื่อสามารถนำไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการตัดสินใจทางการเงินเพื่อให้ “รู้แล้วรอด”ถอดบทเรียนสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงิน ได้ใน 7 เรื่องสำคัญ ตั้งแต่ เงินเฟ้อ ราคาพลังงาน อัตราดอกเบี้ย ค่าเงินบาท หนี้ครัวเรือน การออม และการลงทุน เพื่อให้ทุกคนมีภูมิคุ้มกันที่สูงขึ้นท่ามกลางวิกฤติการณ์รอบด้าน อาทิ Covid-19 , ความผันผวนของราคาสินค้า ตลอดจนค่าเงิน กรอบการค้าใหม่ ฯลฯ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ฯ ในฐานะสถาบันการศึกษาที่ผลิตบุคลากรด้านธุรกิจและเป็นองค์กรที่ผลักดัน บุกเบิกกิจกรรมการตลาดใหม่ๆให้กับเศรษฐกิจไทย จึงได้จัดทำข้อมูลการรับมือภาวะเศรษฐกิจในทุกเซกเม้นท์ขึ้น เพื่อให้ข้อมูลกับภาคธุรกิจเล็ก กลาง ใหญ่ และประชาชน ในการรับมือได้ทันสถานการณ์ ในวันอังคารที่ 9 สิงหาคม 2565  เวลา 10.00 – 11.30 น. ณ ห้อง 208 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร
คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รศ. ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล
หัวหน้าภาควิชาการธนาคารและการเงิน

รศ. ดร. คณิสร์ แสงโชติ
ประธานหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต (MBA)

วันพุธที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2565

กลุ่มธุรกิจลัคกี้ บิลดิ้ง ซิสเท็ม จับมือ ปูนซีเมนต์นครหลวง ขยายฐานผลิตภัณฑ์เรือธง “อินทรีมอร์ตาร์หล่อในที่” เพื่อต่อยอดนวัตกรรมก่อสร้างห้องน้ำสำเร็จรูป

 

               กลุ่มบริษัท สยามสตีลอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) โดย หน่วยธุรกิจลัคกี้ บิลดิ้ง ซิสเท็ม (LBS) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายห้องน้ำสำเร็จรูปอันดับ 1 ของประเทศ จับมือ บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) หรือ “ปูนอินทรี” เดินหน้าขยายฐานผลิตภัณฑ์เรือธง อินทรีมอร์ตาร์หล่อในที่” ต่อยอดนวัตกรรมการก่อสร้างห้องน้ำสำเร็จรูป (Prefabricated Bathroom Pod)  ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์กลุ่มเป้าหมาย ชี้แนวโน้มตลาดเติบโตสูง โครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่แห่ใช้แพร่หลาย ครอบคลุมทั้งคอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม และอื่นๆ เน้นจุดแข็งด้านมาตรฐานสากล ผ่านการทดสอบทุกจุด สวย แข็งแรง ทนทาน ลดปัญหาจุกจิก

               นายกิติชัย คุณานันทกุล กรรมการผู้จัดการ-หน่วยธุรกิจ ลัคกี้ บิลดิ้ง ซิสเท็ม-ในกลุ่มบริษัท สยามสตีล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ห้องน้ำสำเร็จรูปถือเป็นธุรกิจที่ LBS ให้ความสำคัญ และเชื่อว่าจะเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในประเทศ จึงเป็นที่มาสู่การจับมือกับ “ปูนอินทรี” ลัคกี้ บิลดิ้ง ซิสเท็ม (LBS) มีความเชี่ยวชาญในระบบอาคารโครงสร้างเหล็กสำเร็จรูปทุกชนิด โดยเฉพาะระบบอาคารสำเร็จรูประบบโมดูลาร์ (Modular Building System) ซึ่งเป็นที่รู้จักด้านคุณภาพ และมีมาตรฐานสูงในระดับสากล ส่งออกไปยังหลายประเทศทั่วโลก เช่น ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ดูไบ อินโดนีเซีย และอินเดีย โดยมีทีมงานบริการแบบครบวงจร ตั้งแต่การวิจัย พัฒนา วางแผน ออกแบบ ตลอดจนถึงการผลิตและติดตั้ง เป็นหนึ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมชั้นนำของประเทศไทยที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 6 ทศวรรษ และมียอดขายเป็นอันดับหนึ่งในอุตสาหกรรมห้องน้ำสำเร็จรูปในประเทศ

                ด้านนายกิติศักดิ์ คุณานันทกุล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสหน่วยธุรกิจลัคกี้ บิลดิ้ง ซิสเท็ม  กล่าวเสริมว่า ที่ผ่านมาบริษัทร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศในการพัฒนาการก่อสร้างอาคารทุกรูปแบบ เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีและโซลูชั่นเพื่อแก้ไขปัญหาในทุกมิติ มีแผนรองรับการเติบโตอย่างต่อเนื่องของสินค้าในกลุ่มอาคารสำเร็จรูป LBS ตั้งเป้าจะเป็นบริษัทซึ่งไม่หยุดยั้งพัฒนาจากพื้น FRP มาตรฐานสากล สู่วัสดุที่คนไทยคุ้นชินมากยิ่งขึ้น คือคอนกรีต ตั้งเป้าที่จะรักษาการเป็นผู้นำตลาด และพัฒนาระบบการก่อสร้างแบบโมดูล่าอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อลดขั้นตอนและของเสียในหน้างาน ยกระดับอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย เอาใจใส่ทุกขั้นตอนด้วยความเป็นมืออาชีพ และพร้อมจะส่งมอบสินค้าและบริการที่มีมาตรฐานแก่ลูกค้าทุกท่านให้อย่างดีที่สุด

               อินทรีมอร์ตาร์หล่อในที่ ถือเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด ที่มุ่งตอบสนองความต้องการของลูกค้าในโครงการต่าง ๆ รวมถึงงานที่ต้องการการหล่อในที่ ใช้งานสะดวก แข็งแรง ทนทาน และตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ผ่านการทดสอบคิดค้นในห้องปฏิบัติการอย่างละเอียดทุกขั้นตอน สร้างสรรค์สูตรผลิตภัณฑ์ที่จะเป็นโซลูชั่นสำหรับพื้นห้องน้ำ เพื่อให้ได้ห้องน้ำสำเร็จรูปที่เหมาะกับสภาวะอากาศและสิ่งแวดล้อมเมืองไทยอย่างสมบูรณ์แบบ

               สำหรับอินทรีมอตาร์หล่อในที่ ที่ใช้ในการก่อสร้างห้องน้ำสำเร็จรูป (Prefabricated Bathroom Pod) มีคุณสมบัติเด่นที่หลากหลาย  น้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายสะดวก แต่ให้ความรู้สึกสัมผัสของการก้าวเดินที่มั่นคง ปลอดภัย ป้องกันการรั่วซึม ติดกระเบื้องได้สวยและแน่น ช่วยให้งานก่อสร้างสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น และได้มาตรฐานระดับสากล ปัจจุบันกำลังเป็นที่นิยม มีโครงการที่อยู่อาศัย และโครงการมิกซ์ยูสระดับชั้นนำ นำไปใช้อย่างแพร่หลาย เนื่องจากคุณสมบัติพิเศษเฉพาะตัว สามารถรับแรงอัดได้หลากหลาย ได้แก่ 100 KSC 180 KSC และ 240 KSC ใช้วัตถุดิบ ส่วนผสม และสารเคมีพิเศษสำหรับงานหล่อในที่โดยเฉพาะ ลดการแยกชั้นและลดการคายน้ำ ลดระยะเวลาการก่อสร้าง ลดความผิดพลาดของงานระบบประปาและไฟฟ้า สามารถทนไฟได้สูงถึง 4 ชั่วโมง

               นอกจาก ผลิตภัณฑ์ อินทรีมอร์ตาร์หล่อในที่ บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน)  ยังมีผลิตภัณฑ์อินทรีมอร์ตาร์ ไทล์ฟิกซ์ แกรนิตโต้ กาวซีเมนต์ที่ได้มาตรฐาน มอก. ชั้นคุณภาพสูง และมาตรฐานการควบคุมสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) อินทรีมอร์ตาร์ 61 เฟล็กซ์ ชิลด์ ซีเมนต์ทากันซึม และอินทรี การ์ด กาวยาแนวป้องกันราดำ ขนาดร่อง 1-7 มม. ที่ได้นำมาใช้ร่วมเป็นโซลูชั่นสำหรับการก่อสร้างห้องน้ำสำเร็จรูป ทำให้มั่นใจได้ว่าห้องน้ำสำเร็จรูปของ หน่วยธุรกิจลัคกี้ บิลดิ้ง ซิสเท็ม จะแข็งแรง ทนทาน สวยงาม ตอบโจทย์การใช้งานของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี

               การร่วมมือกับ บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) หรือ “ปูนอินทรี” ในครั้งนี้เป็นการต่อยอดการใช้ประโยชน์จาก อินทรีมอร์ตาร์หล่อในที่ ซึ่งเป็นระบบเทหล่อพื้นและผนังอาคารในที่ (Cast in place) รูปแบบใหม่ที่แตกต่างจากการก่ออิฐฉาบปูนแบบเก่า ให้พื้นที่ได้จากการใช้ อินทรีมอร์ตาร์หล่อในที่ มีผิวที่เรียบสวย ได้ระดับ แข็งแรง และยังเพิ่มคุณสมบัติความไหลลื่นขณะเทหล่อ มีคุณสมบัติต่อการทนไฟ

               ด้าน นายสมเกียรติ ปินตาธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจวัสดุก่อสร้าง บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายปูนซีเมนต์สำเร็จรูปภายในแบรนด์ อินทรีมอร์ตาร์” เผยว่า บริษัทฯ มุ่งมั่นคิดค้นนวัตกรรมการก่อสร้างใหม่ ๆ ต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้ลงนามความร่วมมือกับ ลัคกี้ บิลดิ้ง ซิสเท็ม (LBS) หน่วยธุรกิจของบริษัท สยามสตีลอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายห้องน้ำสำเร็จรูป (Prefabricated Bathroom Pod) อันดับ 1 ของประเทศ เพื่อวิจัยและพัฒนา (Product Co-Creation) ผลิตภัณฑ์ภายใต้ตราผลิตภัณฑ์ “อินทรีมอร์ตาร์หล่อในที่” สำหรับงานพื้น ต่อยอดนวัตกรรมการก่อสร้างห้องน้ำสำเร็จรูป (Prefabricated Bathroom Pod) หวังตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด

               ทั้งนี้ ทั้ง 2 บริษัท ยังมีความมุ่งมั่นที่จะขยายความร่วมมือ เพื่อพัฒนานวัตกรรมการก่อสร้าง ร่วมกันสำหรับรองรับความต้องการที่หลากหลายมากขึ้นอีกในอนาคต

               สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ “อินทรีมอร์ตาร์หล่อในที่” ได้ทาง http://www.siamcitycement.com หรือ www.facebook.com/LBMThailandGroup และข้อมูลผลิตภัณฑ์ห้องน้ำสำเร็จรูปได้ที่ http://www.lbs.co.th  หรือ  www.facebook.com/luckybuildingsystem

วันอังคารที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2565

RUN พร้อมโชว์ผลงานวิจัยเด่น 30 ผลงาน และผลงานวิจัยร่วมใน 10 คลัสเตอร์วิจัยจาก 8 มหาวิทยาลัยเครือข่ายฯ ในงาน"มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2565"

 

               กรุงเทพฯ – 1 สิงหาคม 2565 เครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย(RUN) เชิญชวนอาจารย์ นักวิจัย นักวิชาการ นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ร่วมขับเคลื่อนประเทศชาติด้วยงานวิจัย ผ่านการแสดงนิทรรศการ จาก 8 มหาวิทยาลัยเครือข่ายฯ และผลงานวิจัยร่วมใน 10 คลัสเตอร์วิจัย พร้อมรับฟังการปาฐกถาพิเศษเรื่อง “มองภาพงานวิจัยและนวัตกรรมของประเทศไทยจากอดีตสู่ปัจจุบัน” โดย พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง ประธานคณะกรรมาธิการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม วุฒิสภา รวมทั้งฟังการบรรยายพิเศษและการเสวนา จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ในงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2565”

ศ.นพ.วชิร คชการ
ประธานเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (RUN)

               ศ.นพ.วชิร คชการ ประธานเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (RUN) เปิดเผยว่า การพัฒนางานวิจัยถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีความเกี่ยวข้องกับการพัฒนาประเทศชาติ ซึ่งสามารถนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในมิติต่าง ๆ ไม่ว่าจะทางด้านวิชาการ เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม รวมไปถึงด้านนโยบายของรัฐบาล ดังนั้นงานวิจัยจึงเป็นอีกหนึ่งกลไกในการพัฒนาและช่วยแก้ปัญหาเร่งด่วนสำคัญของประเทศ ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

               เครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (RUN) ก่อตั้งขึ้นจากการรวมตัวกันของมหาวิทยาลัย 8 แห่ง โดยมีเป้าหมายเพื่อการดำเนินการวิจัยที่มุ่งตอบโจทย์นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ภายใต้แนวคิด ด้วยความจริงใจ ความเท่าเทียม และมุ่งสู่ความเป็นเลิศ (Sincerely, Equally, Excellently) สร้างงานวิจัยที่มีความสำคัญต่อประเทศ ภูมิภาคและของโลก ด้วยความมุ่งหวังว่างานวิจัยจะตอบสนองและเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาในอนาคต อีกทั้ง เป็นศูนย์กลางการสร้างองค์ความรู้ และนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาประเทศและภูมิภาคอาเซียน ภายใต้กรอบแนวความคิดการร่วมมือกัน คือ การแบ่งปันทรัพยากรในการวิจัย (resource sharing) อาจารย์และนักวิจัย นิสิตนักศึกษาทุกระดับจนถึงหลังปริญญาเอก (Postdoc) เครื่องมือวิจัย การแลกเปลี่ยนประสบการณ์และวิธีการบริหารงานวิจัย และร่วมกันสร้างโครงการวิจัยและวิเคราะห์ปัญหางานวิจัยร่วมกัน

               สำหรับงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติประจำปี 2565 นี้ ทางเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (RUN) ได้นำผลงานผลงานวิจัยเด่น 30 ผลงาน และผลงานวิจัยร่วมใน 10 คลัสเตอร์วิจัย ได้แก่ คลัสเตอร์อาเซียน (ASEAN) คลัสเตอร์เกษตรและอาหาร (กลุ่ม Agriculture) คลัสเตอร์เกษตรและอาหาร (กลุ่ม Functional Food) คลัสเตอร์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการจัดการภัยพิบัติ (Climate change and Disaster Management) คลัสเตอร์พลังงาน (Energy) คลัสเตอร์สุขภาพ (Health) คลัสเตอร์วัสดุ (Material Science)   คลัสเตอร์หุ่นยนต์ (Robotics)   คลัสเตอร์ดิจิทัล (Digital) และคลัสเตอร์โลจิสติกส์ (logistics) ภายใต้แนวคิด “Driving BCG Economy Through R&I” มาจัดแสดงภายในงาน จึงอยากเชิญชวนอาจารย์ นักวิชาการ นักวิจัย นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมชมการแสดงนิทรรศการผลงานวิจัยเด่น ของเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (Research University Network : RUN) ในงาน มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2565” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 – 5 สิงหาคม 2565 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ

               พิเศษ!! ในวันที่ 5 สิงหาคม 2565 ตั้งแต่เวลา 09.00 – 11.30 น. ณ ห้องประชุมเวิลด์บอลรูม ชั้น 23 ขอเชิญร่วมกิจกรรมปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “มองภาพงานวิจัยและนวัตกรรมของประเทศไทยจากอดีตสู่ปัจจุบัน” โดย พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง ประธานคณะกรรมาธิการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม วุฒิสภา พร้อมฟังการบรรยายพิเศษหัวข้อ “Soft Power ไทย…อย่างไรถึงจะปัง!” และการเสวนาเรื่อง “การสนับสนุนงานวิจัยด้าน Creative Economy” โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ มาร่วมกันพัฒนากำลังคนและสถาบันด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ตลอดจนสร้างและขยายเครือข่ายความร่วมมือทางด้านการวิจัยกับมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ จนเกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีสู่สังคม เพื่อเป็นรากฐานในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศชาติด้วยงานวิจัยอย่างยั่งยืน

GAC AION ขนที่สุดของซูเปอร์คาร์รถไฟฟ้า Hyper SSR ขุมพลัง 1,225 แรงม้า 0-100 กม.ต่อชั่วโมง ภายในเวลา 1.9 วินาที ให้ผู้ขับได้สัมผัสแรงกระชากในระดับ 1.7 G ในงาน Motor Expo 30 นี้

                 GAC AION  มาเหนือเมฆขนขุมพลังแห่งรถไฟฟ้า 100% ระดับไฮเอน Hyper SSR ด้วยขุมพลัง 1,225 แรงม้า 0-100 กม. ต่อชั่วโมง ภายในเวลา ...