วันจันทร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2565

“ แถวตรง…แสบอีหลี “ภาพยนตร์แนวแอ็คชั่น คอมเมดี้ เด็กวัยใส สุดวายป่วง พร้อมลงโรงฉาย 3 พฤศจิกายน 2565 นี้ แน่นอน

 

                ก็ใกล้จะลงโรงฉายแล้ว สำหรับภาพยนตร์แนวแอ็คชั่น คอมเมดี้ เด็กวัยใส สุดวายป่วง ของเหล่าบรรดานักเรียนตัวน้อยกับเหล่าครูผู้ฝึกสอนอย่าง แถวตรง…แสบอีหลี ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นผลงานการกำกับเรื่องแรกของ ผู้กำกับหญิง คุณมินทร์ธิรา ธีรภูมิธัชพงศ์ ที่ได้พระเอกมากฝีมือ อย่าง ตูมตาม ยุทธนา มาร่วมโชว์ลวดลายฝีมือการแสดง พร้อมทั้งยกขบวนความสนุกด้วย แซ็ค ชุมแพ, อี๊ด โปงลาง, นะโม ไทบ้าน, ดาว สเตลล่า, แคนดี้ สุภาภัสสร์, อีกทั้งยังเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของดาราเด็กมากฝีมือ อย่างน้องอินเตอร์ รุ่งรดา, ซึ่งจะมีกำหนดเข้าฉายในเครือเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2565 นี้ รอติดตามผลงานของผู้กำกับหญิงหน้าใหม่คนนี้และเหล่าทีมนักแสดงที่ขนกันมาอย่างครบครัน เพื่อมาสร้างความบันเทิงในจอภาพยนตร์กันได้ กับ ภาพยนตร์ที่จะทำให้คุณอมยิ้ม และหัวเราะทั้งน้ำตาอย่าง แถวตรงแสบอีหลี

วันพฤหัสบดีที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2565

คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CBS) ถอดบทเรียนสำคัญจากเวทีระดับโลก (UN) ในการเข้าร่วม เป็นกรรมการตัดสินการแข่งขันผู้ประกอบการด้านธุรกิจจากประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลก

 

          คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  (CBS) ถอดบทเรียนสำคัญจากเวทีระดับโลก (UN) ในการเข้าร่วม เป็นกรรมการตัดสินการแข่งขันผู้ประกอบการด้านธุรกิจจากประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลก โดยรองศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร คณบดี เป็นกรรมการคนไทยในการได้รับเชิญเป็นกรรมการในรอบชิงชนะเลิศจากทั่วโลกในครั้งนี้

          ถอดบทเรียนสำคัญ จากเวที Youth4South Entrepreneurship Competition at UN ESCAP BANGKOK การแข่งขันผู้ประกอบการด้านธุรกิจจากประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลก สร้างโอกาสเรียนรู้แนวทางการการพัฒนา ของผู้ประกอบการระดับโลก ที่เน้นกลยุทธ์ในการทำงานเพื่อสร้างสิ่งที่ดีต่อสังคมสิ่งแวดล้อมและโลก เร่งต่อยอดความรู้  ปรับหลักสูตรการศึกษา เพื่อยกระดับการศึกษาระดับอุดมศึกษาไทย มุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาธุรกิจที่ยั่งยืน ผลิตบุคลากรเพื่อโลกอนาคต ตามหลัก  SDGs ( Sustainable Development Goals) ขององค์กรสหประชาชาติด้านความร่วมมือเพื่อความยั่งยืน (UN Global Compact)

          รองศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร คณบดี คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่สถาบันการศึกษาได้มีโอกาสมีส่วนร่วมในเวทีระดับนานาชาติในครั้งนี้ โดยรวมแล้วผู้เข้าร่วมการแข่งขันเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ (Entrepreneurs)  ที่ได้นำเสนอแผนงานโดยมีกลยุทธ์ทางธุรกิจที่ไม่ใช่เพื่อแสวงหากำไรแต่เพียงอย่างเดียว แต่มุ่งเน้นเพื่อสร้างผลกระทบที่มีต่อโลกและสังคมในด้านบวกและต้องมีประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม พร้อมทั้งนำเรื่องเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการวางแผนธุรกิจด้วย ซึ่งผู้เข้าแข่งขันได้โชว์วิสัยทัศน์ในการทำธุรกิจให้ก้าวสู่ความสำเร็จในระดับโลกพร้อมแสดงให้เห็นถึงจิตสำนึกที่จะช่วยเหลือสังคม

          บทเรียนที่ได้จากการที่ได้เป็นกรรมการตัดสินงานระดับโลกในครั้งนี้คือ การสร้างผู้ประกอบการระดับนานาชาติที่มีจุดเริ่มต้นในการทำธุรกิจที่มิใช่มองหาว่าจะสร้างกำไรได้มากน้อย (Profit-oriented) แต่มองว่าปัญหาของลูกค้าและสังคมคืออะไร (Consumer centric and Solution-oriented) และนำมาพัฒนาต่อยอดในการสร้างธุรกิจเป็นขั้นต่อไป มุมมองในการสร้างโมเดลทางธุรกิจแบบนี้จะได้เป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างผู้ประกอบการที่ยั่งยืนและสอดคล้องกับในการสร้างบทเรียนทางธุรกิจและการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัย  โดยมีเป้าหมายที่จะกระตุ้นให้นักศึกษา ผู้ประกอบการไทย พัฒนาขีดความสามารถของตนเองเข้าสู่มาตรฐานระดับโลก ซึ่งทาง CBS ได้มีแนวคิดของการสร้างธุรกิจจริงในคณะที่ตามแนวคิดของ Edenterprise ที่ไม่ได้ให้ผู้เรียนได้แค่ความรู้ในห้องเรียนเป็นนิสิตแต่ได้กลายเป็นพนักงานของบริษัท Chula Business Enterprise ที่จะทำให้เรียนและทำงานพร้อมกันตลอดระยะเวลาสี่ปี และแก้ปัญหาเรื่องการจบไปแล้วแต่ไม่มีประสบการณ์ทำงาน นอกจากนี้บริษัทนี้ที่เกิดขึ้นก็มีนโยบายในการแบ่งผลกำไรคืนสู่สังคม เป็นการส่งเสริมนิสิตให้มีความเป็นผู้ประกอบการพร้อมกับแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน 

          นอกจากนี้ รศ.ดร.วิเลิศ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการที่ได้ไปร่วมเป็นกรรมการร่วมกับองค์กรระดับโลกทั้ง UN และ ESCAP ในครั้งนี้เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ทิศทางในการพัฒนาการศึกษาของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้มีความสอดคล้องกับแนวคิดของการพัฒนาผู้ประกอบการระดับโลก ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าในไม่ช้าคงจะมีผู้ประกอบการชาวไทยที่ชนะการประกวดงานระดับโลกแบบนี้ในอนาคต

นัดล้างตาครั้งสำคัญ “บัวขาว” ปะทะ “ซาโตะ” จุดพลุกระหึ่มเมืองอีกครั้ง ที่ “RWS ราชดำเนิน เวิลด์ ซีรีส์” 28 ต.ค.นี้

 

              จากกระแสของรายการแข่งขันกีฬามวย RWS ราชดำเนิน เวิลด์ ซีรีส์” ที่เคยสร้างความฮือฮา และประสบความสำเร็จเมื่อครั้งคู่ชกมวยหยุดโลกระหว่าง “บัวขาว-โคตะ” กันไปแล้ว จนโด่งดังไปทั่วประเทศและทั่วโลก ส่งผลให้ผลตอบรับหลังจบแมตช์นั้น มีเสียงเรียกร้องให้รายการ RWS ราชดำเนิน เวิลด์ ซีรีส์จัดคู่ชกระดับตำนานอีกครั้ง เพื่อความสนุกของผู้ชมอย่างต่อเนื่อง และเป็นการยกระดับมวยไทยให้ไปสู่ระดับโลกด้วย 

              งานนี้ ช่องเวิร์คพอยท์ 23 และ บริษัท โกลเบิล สปอร์ต เวนเจอร์ส จำกัด (Global Sport Ventures) หรือ GSV จึงเอาใจแฟน ๆ อีกครั้งด้วยการเปิดศึกนัดล้างตาครั้งสำคัญระหว่าง “บัวขาว บัญชาเมฆ” และคู่ปรับเก่าที่เคยน็อกบัวขาวมาแล้วเมื่อ 14 ปีก่อน “โยชิฮิโระ ซาโตะ” นักสู้ชาวญี่ปุ่น โดยเป็นการสู้กันในนัดพิเศษ KAT PRESENTS LEGEND OF RAJADAMNERN เป็นการชกกันในรูปแบบ Exhibition Kickboxing Match ไม่ตัดสินแพ้ชนะ แต่อนุญาตให้น็อกเอาต์คู่ต่อสู้กันได้ภายใต้กติกาคิกบ็อกซิ่ง ซึ่งจะระเบิดศึกความมันส์ ในคืนวันศุกร์ที่ 28 ตุลาคม 2565 ถ่ายทอดสด เวลา 21.15 น. ทางช่องเวิร์คพอยท์23 

              สำหรับความแค้นฝังลึกในใจของบัวขาวยังถูกเก็บมาจนถึงวันนี้ หลังจากนั้น 5 ปี บัวขาวจะมีโอกาสแก้มือกับซาโตะอีกครั้งก็ตาม แม้จะชนะ แต่ก็เป็นเพียงแค่ชนะคะแนนเท่านั้น ตลอดการชกกว่า 300 ไฟต์ของบัวขาว มีเพียงครั้งเดียวครั้งนั้นที่เขาแพ้น็อก K.O. ให้กับซาโตะ เมื่อครั้งศึก K1 World Max 2008 ที่ Nippon Budokan Arena ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น สำหรับ “โยชิฮิโระ ซาโตะ” เจ้าของฉายา Mugen Sniper ที่มีจุดเด่นในเรื่องของความแม่นยำ และเขาบอกว่า “ผมได้ศึกษาการชกของบัวขาวมา จะรู้จุดอ่อน และจะรู้ว่าจะล้มบัวขาวได้อย่างไร พร้อมฝากบอกบัวขาวว่า ครั้งนี้ระวังประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย”        

              ห้ามพลาดและห้ามกะพริบตากับแมตช์สำคัญนัดล้างตาที่ทางรายการ “RWS ราชดำเนิน เวิลด์ ซีรีส์” จัดมาให้ชมกัน ในคืนวันศุกร์ที่ 28 ตุลาคม 2565 ถ่ายทอดสดเวลา 21.15 น. เป็นต้นไป  ทางช่องเวิร์คพอยท์23 

“Prey for the Devil สวดส่งไปลงนรก” หนังสยอง ต้อนรับฮาโลวีน

 

              มงคลภาพยนตร์ ต้อนรับฮาโลวีนด้วยภาพยนตร์แค่โปสเตอร์ก็หลอนแล้ว สำหรับ Prey for the Devil สวดส่งไปลงนรก” กับการต่อกรกับปีศาจร้ายในหนังสยองขวัญแห่งปีผลงานขวัญผวาจาก “แดเนียล สแตมม์” (จาก The Last Exorcism)  ซึ่งล่าสุดชวนระทึกกับความหลอนบนใบปิดไม้กางเขนกลับหัวในมือของซิสเตอร์สาว เมื่อปีศาจร้ายหลุดจากนรก กัดกินจิตใจมนุษย์ และกำลังต่อกรกับพระเจ้า ท่ามกลางหายนะที่ยากเกินรับมือของ ซิสเตอร์แอน แม่ชีสาวที่เกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์ หรือ คำสาปจากนรก เมื่อเธอคือคนเดียวที่ปีศาจอยากลองดี

              ฮาโลวีนนี้ ต้องเรื่องนี้ Prey for the Devil สวดส่งไปลงนรก 27 ตุลาคม ไปหลอนสุดสะพรึงกันในโรงภาพยนตร์

วันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2565

ประเทือง แซ่เอี๊ย น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวง ร. 9 ทรงจัดตั้งสถาบันราชประชาสมาสัย

 

               ย้อนไปเมื่อประมาณ 60 ปีที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงทราบเรื่องและทอดพระเนตรเห็นผู้ป่วยโรคเรื้อนในที่สาธารณะ จึงมีพระราชดำริว่า จะต้องเร่งรีบช่วยเหลืออย่างจริงจัง หลังจากนั้นพระองค์ก็มีพระราชดำริให้กระทรวงสาธารณสุขจัดตั้งสถาบันราชประชาสมาสัย ส่งผลให้ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ป่วยโรคเรื้อนดีขึ้นเป็นอย่างมาก สอดคล้องกับที่มาของชื่อสถาบัน “ราชประชาสมาสัย” ซึ่งเป็นชื่อพระราชทาน อันมีความหมายลึกซึ้งว่า “พระมหากษัตริย์และประชาชน ย่อมพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน”

               ในเวลาต่อมา ประเทือง แซ่เอี๊ย ลูกหลาน ผู้ป่วยโรคเรื้อน ของสถาบันราชประชาสมาสัย ชุมชน ปู่เจ้า หมู่ 7 ตำบลบางหญ้าแพรก อำเภอพระประแดง จ.สมุทรปราการ จัดว่าเป็นคนที่ปิดทองหลังพระ ตามรอยในหลวง รัชกาลที่ 9 ซึ่งย้อนไปเมื่อ ปี 2503 ประเทือง เป็นคณะกรรมการชมรมจิตอาสาเพื่อนช่วยเพื่อน(ตามรอยพ่อ) พร้อมด้วยผู้ป่วยโรคเรื้อน ได้ร่วมกันบูรณะอาคารราชประชาสมาสัย ซึ่งเป็นอาคารของพ่อหลวง

               จากวันนั้นถึงวันนี้ ประเทือง แซ่เอี๊ย ไม่เคยลืมในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงสละทรัพย์ส่วนพระองค์ในการบูรณะอาคารราชประชาสมาสัย โดยเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2565 ทางสถาบันราชประชาสมาสัย ได้จัดงานน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งแน่นอนว่าประเทือง ไม่พลาดโอกาสที่จะแสดงความจงรักภักดีในงานครั้งนี้ โดยมีนายกเทศมนตรีเมืองปูเจ้าสมิงพราย ดร.สรรเกียรติ กุลเจริญ เป็นประธานเปิดงาน และประเทือง แซ่เอี้ย ประธานชมรมจิตอาสาเพื่อนช่วยเพื่อนตามรอยพ่อ จัดพิธีบำเพ็ญกุศลและวางพวงมาลาถวายบังคมเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่9 น้อมรำลึกถึงมหากรุณาธิคุณ ซึ่งในการจัดงานครั้งนี้ พันเอก เกียรติศักดิ์ พรมตวง เสนาธิการสำนักงานพัฒนาภาค 5 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย ได้ประพันธ์บทเสภา อันแสนซาบซึ้งตอนหนึ่งว่า

               “เพราะวันนั้น ถึงมีวันนี้” ถ้าไม่มีวันที่พระองค์ท่านเสด็จมาให้ชีวิต ให้โอกาสแก่เหล่าพวกนิกรของพระองค์ในวันนั้น กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อน คงหมดหนทางที่จะดำเนินชีวิตได้ในสังคมได้เช่นนี้… เพราะวันนั้นถึงมีวันนี้ มีองค์กรต่างๆ หลายองค์กรที่มาร่วมกิจกรรมนี้ คุณทัศนีย์ ศรศิริ และคุณมิ่งขวัญ นาคบังลังค์ ร่วมวางมาลา

               ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ในการก่อสร้างอาคารสถาบันราชประชาสมาสัย โดยมีเงินสมทบจากราชวงศ์ ข้าราชบริพาร และประชาชน เพื่อช่วยก่อสร้างอาคารสถาบันราชประชา ไม่เพียงแต่ช่วยพลิกฟื้นชีวิตผู้ป่วยโรคเรื้อนที่เคยได้รับความเจ็บป่วยจากอาการของโรคให้มีอาการดีขึ้นเท่านั้น แต่ในด้านจิตใจของผู้ป่วยโรคเรื้อนก็เสมือนได้อยู่ภายใต้ร่มพระบารมีของพระองค์ด้วยเช่นกัน เพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ตรัสและเยี่ยมเยียนราษฎรที่ป่วยเป็นโรคเรื้อนอย่างใกล้ชิด ไม่ต่างจากครั้งเสด็จฯ ไปเยี่ยมราษฎร ณ ที่ไหน ๆ ส่งผลให้ผู้ป่วยโรคเรื้อนอยู่ร่วมกับบุคคลทั่วไปได้อย่างสบายใจขึ้น ไม่โดนดูถูก โดนรังเกียจ เหมือนในอดีต อีกทั้งเมื่อมีหน่วยงานอย่างสถาบันราชประชาสมาสัย ให้ความรู้เรื่องโรคเรื้อน มีการรักษา พร้อมด้วยวิธีป้องกันโรคเรื้อนอย่างจริงจัง ก็ทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจโรคเรื้อนมากขึ้นด้วย ผู้ป่วยโรคเรื้อนทุกคนล้วนโชคดี ที่ได้อยู่ภายใต้ร่มพระบารมีของพระองค์ท่าน พระผู้เสด็จสู่สวรรค์คาลัย สถิตในดวงใจคนไทยตราบนิจนิรันดร์ 

วันจันทร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2565

“บัวผัน ฟันยับ” Fun! แน่นอน 24 พ.ย. ในโรงภาพยนตร์

 

              บีอีซี เวิลด์ และ เอ็ม พิคเจอร์ส ส่งทีเซอร์โปสเตอร์แรกของ “บัวผัน ฟันยับ” ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ แนวคอมเมดี้ ที่ได้นางเอกซุปตาร์ค้างฟ้า “แอน ทองประสม” มาพลิกบทบาทความฮายับ ประกบคู่ซูปตาร์ดาวรุ่งหนุ่ม “กลัฟ-คณาวุฒิ ไตรพิ   พัฒนพงษ์” เป็นครั้งแรก และได้ “ยอร์ช-ฤกษ์ชัย พวงเพ็ชร์” รับหน้าที่ Executive Producer ฝีมือการกำกับโดย “ตุ๋ย-พฤกษ์ เอมะรุจิ”

              เป็นเรื่องราวของ “บัวผัน” ผู้หญิงเก่งที่เป็นนักดาบตัวแม่ของหมู่บ้านหลังเขา เรื่องตีรันฟันแทงขอให้บอก แต่นางกลับถูกมองว่าเป็นหัวหน้าแก๊งหญิงอันธพาล เป็นตัวอันตรายซะงั้น ด้วยชื่อเสียงของบัวผันและชาวคณะขจรกระจายไปไกล จนทำให้หนุ่มหน้าหวานอย่าง “ขาม” ต้องเดินทางมาที่หมู่บ้านหลังเขาแห่งนี้ เพื่อขอสมัครเป็นศิษย์ของอาจารย์บัวผัน ความชุลมุนชุนจึงเกิดขึ้นเมื่อแก๊งหญิงจอมแสบต้องปลุกปั้นพ่อหน้าหวานคนนี้ให้กลายเป็นวีรบุรุษ

              เตรียมฮากันยับกับการกลับมาอีกครั้งบนจอภาพยนตร์ ของ “แอน ทองประสม” ในรอบ 20 ปี เตรียมตัวให้ดี เพราะ “เธอคนนี้” จะfunยับ! 24 พฤศจิกายนนี้ ในโรงภาพยนตร์



วันอังคารที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2565

หมอดังออกมาเตือนภัย ‘ฉีดฟิลเลอร์’ ต้องเลือกทำกับ หมอที่มากประสบการณ์เฉพาะด้าน และรู้เรื่องโครงสร้างใบหน้า

 

               วงการความงามไม่เคยแผ่ว อุตสาหกรรมความงามเติบโตมาก และเติบโตมากขึ้นเรื่อย ๆ และยิ่งไปกว่านั้นมีเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมเพื่อเสริมความงามเกิดขึ้นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ที่ฮิตมากอีกโปรแกรมหนึ่งคือ ‘โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์’ หรือการฉีดสารเติมเต็มเข้าไปบนใบหน้าเพื่อให้ใบหน้าดูเอิบอิ่มและเรียบเนียน ช่วยให้บริเวณที่ถูกฉีดนั้นเต็มมากขึ้น เมื่อผิวหน้าดูเต็มกระชับแล้วจะช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ ซึ่งโดยแท้จริงแล้วนั้น ฟิลเลอร์หรือสารเติมเต็ม ไม่มีสารอันตราย และสามารถที่จะสลายไปได้เองตามแต่ละอายุการสลายของแต่ละประเภทซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 1-2 ปี

               และจากที่บนโลกโซเชียลได้มีการแชร์จำนวนมากว่า การทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์บนใบหน้านั้นเกิดอันตราย และแน่นอนว่ามีโอกาสเกิดขึ้นเพราะฟิลเลอร์เป็นงานหัตถการที่ต้องอาศัยฝีมือและความเชี่ยวชาญจากแพทย์ผู้มากประสบการณ์ และควรต้องเป็นแพทย์เฉพาะทางที่รู้จักโครงสร้างใบหน้า รู้ว่าสามารถเติมแต่งตรงไหนได้บ้าง หรือต้องเลี่ยงระวังบริเวณไหนบ้าง

               หมอเมฆ – นายแพทย์วัชพล ธนมิตรามณี แห่ง Doctor Mek Clinic หมอฟิลเลอร์คนดังอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย ผู้ที่คว้ารางวัลด้านการฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์มานับไม่ถ้วน และเป็นหมอคนดังที่ดาราทั่วฟ้าเมืองไทยไว้วางใจฝากความงดงามบนใบหน้าไว้ที่ฝีมือหมอเมฆได้เผยเกี่ยวกับอันตรายจากการฉีดสารเติมเต็ม และเตือนในเรื่องที่ต้องระวังว่า ‘สำหรับการดูแลเสริมความงามในโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์นั้น

                    1. เลือกคลินิกที่ได้การรับรองจากกระทรวงสาธารณะสุข

                    2. ต้องขอดูข้อมูลของประเภทชนิดของฟิลเลอร์เช็คให้ชัวร์ว่าใช้ของแท้หรือไม่

                    3. สอบถามและรับคำปรึกษาจากคุณหมอที่มากประสบการณ์ ให้คุณหมอประเมินใบหน้าก่อนทำให้แน่ชัด

                    4. ไม่โฟกัสแค่เรื่องของราคาถูกเพียงอย่างเดียว

                    5. เลือกรับบริการจากแพทย์มากประสบการณ์ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญโดยตรงเฉพาะด้านกายภาพ สรีระศาสตร์และผิวหนัง และสามารถให้คำแนะนำได้อย่างดีและน่าเชื่อถือ เพราะโครงสร้างบนใบหน้ามีจุดเสี่ยงหลายจุด แพทย์จะต้องมีประสบการณ์ รู้หลักสรีระของใบหน้าว่าจุดไหนสามารถเติมสารเติมเต็มได้มากน้อยแค่ไหน จุดไหนที่ต้องหลบหลีกเพื่อความปลอดภัย เพราะถ้าแพทย์ไม่มากด้วยประสบการณ์และเข้าใจเรื่องโครงสร้างใบหน้าอาจจะเป็นความเสี่ยงเกิดอันตรายได้ เช่น ไปเติมเข้าหลอดเลือดทำให้ตาบอด บางรายส่งผลกระทบไปถึงการทำให้แขนขาอ่อนแรง และหากเข้าสู่สมองอาจทำให้เป็นอัมพฤกษ์หรืออัมพาตได้ ผมแนะนำให้เข้ามาปรึกษาผมและทีมแพทย์มากประสบการณ์ก่อน เพื่อประกอบการตัดสินใจและได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องเหมาะสม เพราะผมย้ำเสมอเรามีเพียงใบหน้าเดียวไม่ใช่จะฉีดกับใครก็ได้ ต้องเลือกที่ดีที่สุดให้ตัวเอง’

ขอบคุณภาพจาก IG: @doctormek

ช่องทางการติดต่อของ Doctor Mek Clinic

Facebook Fanpage: https://www.facebook.com/doctormekclinic

Line OA: https://cnx.bz/ztO0Bq หรือ @doctormekclinic

GAC AION ขนที่สุดของซูเปอร์คาร์รถไฟฟ้า Hyper SSR ขุมพลัง 1,225 แรงม้า 0-100 กม.ต่อชั่วโมง ภายในเวลา 1.9 วินาที ให้ผู้ขับได้สัมผัสแรงกระชากในระดับ 1.7 G ในงาน Motor Expo 30 นี้

                 GAC AION  มาเหนือเมฆขนขุมพลังแห่งรถไฟฟ้า 100% ระดับไฮเอน Hyper SSR ด้วยขุมพลัง 1,225 แรงม้า 0-100 กม. ต่อชั่วโมง ภายในเวลา ...