วันจันทร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2565

Doctor Mek Clinic โฉมใหม่ในรูปแบบแกลลอรี่งานศิลปะสุดเก๋ แลนด์มาร์คที่สาว ๆ ต้องปักหมุดเช็คอิน!

 




               Doctor Mek Clinic (ด็อกเตอร์เมฆคลินิก) ของคุณหมอหล่อ คุณหมอเมฆ - นายแพทย์วัชพล ธนมิตรามณี อาจารย์แพทย์ผิวหนังมากประสบการณ์ด้านโปรแกรมฟิลเลอร์และร้อยไหม จากประสบการณ์มากกว่า 10 ปี หรือหมอของดาราที่หลายคนรู้จัก และคุณหมอสวย คุณหมอแอร์ - แพทย์หญิงพิชญานิน สื่อมโนธรรม ผู้ร่วมก่อตั้ง กับฉายาของคลินิกที่ไม่มีใครสามารถลอกเลียนแบบได้ “Home of Filler” ที่นอกจากการบริการด้านโปรแกรมฟิลเลอร์แล้ว ยังให้บริการด้านโปรแกรมความงามแบบครบวงจร ด้วยงานบริการมาตรฐานสากลจากทีมแพทย์มากประสบการณ์ พร้อมด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ดีที่สุดเพื่อส่งมอบเป็นคุณค่าให้กับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ




               ที่ Doctor Mek Clinic (ด็อกเตอร์เมฆคลินิก) ก็ยังให้ความสำคัญกับการตกแต่งออกแบบคลินิกใหม่ เพื่อให้บรรยากาศภายในนั้นสร้างความรู้สึกผ่อนคลาย สบายตา สบายใจเมื่อลูกค้ามาใช้บริการ และสามารถถ่ายภาพสวย ๆ สำหรับโพสต์ลงโซเชียลมีเดียได้ในช่วงระหว่างที่รอเข้ารับบริการ หวังสร้างให้ที่นี่เป็นไลฟ์สไตล์คลินิกสุดเก๋แห่งใหม่ของเมืองไทย เป็นแลนด์มาร์คที่ถูกใจสาว ๆ และต้องปักหมุดมาเช็คอินให้ได้ ซึ่งตั้งอยู่ที่โครงการสเตเดียมวันที่เดิม แต่ขยายพื้นที่สาขาและออกแบบตกแต่งใหม่ทั้งหมดเพื่อคนไข้ที่เข้ามาใช้บริการ

               และโปรเจกต์นี้คือการรีโนเวทแปลงโฉมอาคารเก่าที่มีอายุมากกว่า 30 ปีให้ออกมาเป็นคลินิกความงามแห่งใหม่ในคอนเซ็ปต์ “WONDERLAND/ HOME OF FILLER” จากตึกเก่าอายุ 30 ปีให้กลายเป็น “แกลลอรี่” แสดง “ผลงานศิลปะ” โดยเปรียบเทียบคุณหมอผู้มากประสบการณ์ของ Doctor Mek Clinic (ด็อกเตอร์เมฆคลินิก) นั้นเทียบเท่ากับศิลปินที่จะมารังสรรค์ความงดงามให้กับใบหน้าของแต่ละคน ภายใต้ธีมหลักคือ “เมฆ” ซึ่งเป็นชื่อคลินิกและชื่อของคุณหมอเจ้าของ ที่สื่อถึงความอิสระของความฝันที่อยู่เหนือจินตนาการ





               เปิดแต่ละโซนที่ล้วนมีความหมายและชวนให้ถ่ายรูปเช็คอินยิ่งกว่าคาเฟ่  เริ่มจากมุมแรก โซนต้อนรับด้านหน้าคลินิก ที่เรียกว่า “Colorful Pixel Wall” เป็นการออกแบบตกแต่งผนังที่สื่อถึงความละเอียดที่ใส่ใจในระดับรูขุมขน ในทุกครั้งที่ลงเข็มเปรียบเสมือนการซูมในโปรแกรมตกแต่งภาพที่ลึกลงไปในระดับพิกเซล โดยเพิ่มความสดใสให้กับคนไข้ที่เข้ามาที่คลินิกตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้ามาด้วย “สวนดอกไม้ Tropical Oasis”
 
               มาต่อกันที่หัวใจหลักองการให้บริการด้านความงามนั่นก็คือ “ห้องหัตถการ” ที่ Doctor Mek Clinic (ด็อกเตอร์เมฆคลินิก) ฉีกกฏและทำให้เราลืมภาพคลินิกความงามรูปแบบเดิม ๆ ที่นี่ออกแบบและตกแต่งให้ทุกห้องมีเรื่องราวเรื่องเล่า เสมือนโลกใบใหม่ Easter egg ที่แสดงผลงานศิลปะถึง 5 สไตล์ แตกต่างตามจินตนาการ เพิ่มความแปลกใหม่กับคนไข้ที่มารับบริการ





               ห้อง The secret rocket ความลับของยานแม่ที่ตกแต่งด้วยเส้นสายเรขาคณิต สร้างให้มีกลิ่นอายยุค 70s ดิสโก้และเรโทร




               ห้อง Keep calm and warm beige นำเสนอฟีลลิ่งของทุ่งหญ้าในฤดูใบไม้ร่วงที่ตกแต่งด้วยเส้นสายโค้งมนบนผนังและเซ็ทดอกไม้พลิ้วกิ่งเอนปลิวไปตามลม




               ห้อง Green therapy ตกแต่งด้วยสีเขียวเป็นหลัก ให้รู้สึกถึงธรรมชาติ เพื่อให้ผู้ที่เข้ามาในห้องนี้ได้ผ่อนคลายเหมือนได้มาสปา




               ห้อง Sweet baby pink ห้องสีลูกอมนมชมพูที่มาพร้อมกราฟิกผนังลายนกยูง สัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์ของความสง่าและอ่อนช้อย




               ห้อง Primary color room การนำแม่สีทั้ง 3 มาอยู่รวมกันได้อย่างลงตัวทั้ง “น้ำเงิน เหลือง แดง” โดยอย่างที่เราทราบกันดีว่าเมื่อทั้ง 3 สีนี้มารวมตัวกันนั้นหมายความว่านี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดสีใหม่สิ่งใหม่
 
               และยังมีมุมอื่น ๆ อีกมากมาย ที่เรียกได้ว่าสวยจัดเต็มทุกมุม พร้อมให้ทุกคนมาถ่ายรูปเช็คอินได้แล้ววันนี้ที่ Doctor Mek Clinic (ด็อกเตอร์เมฆคลินิก) เปิดให้บริการทุกวันอังคาร - อาทิตย์ 11 โมง - 3 ทุ่ม






















วันพฤหัสบดีที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2565

เปิดใจ ‘ปุ้ย ภรณ์ทิพย์’ จากเด็กที่เกือบเรียนไม่จบ สู่เจ้าของแบรนด์มูสกำจัดขน COSMIC กว่าจะมีวันนี้ไม่มีอะไรที่ได้มาง่าย!

 

               หากพูดถึงแบรนด์มูสกำจัดขน เชื่อว่าไม่มีใครไม่รู้จัก ‘มูสกำจัดขน Cosmic’ เพราะถือว่าเป็นผู้เล่นในตลาดรายแรก ๆ ที่นำนวัตกรรมมูสช่วยกำจัดขนเข้ามาสู่ตลาดออนไลน์ประเทศไทย แต่กว่าจะสร้างแบรนด์ให้ติดตลาดและประสบความสำเร็จได้อย่างทุกวันนี้ ‘ปุ้ย ภรณ์ทิพย์’ บอกว่าเส้นทางชีวิตของเธอไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ และไม่มีอะไรได้มาง่าย ๆ แต่เพราะความอดทน และความมุมานะ เธอจึงพา COSMIC มาถึงวันนี้ได้

               จากเด็กที่ต้องดรอปเรียนเพื่อมาทำงานหาเงินจุนเจือครอบครัว รายได้  7,000 – 8,000 บาท ต่อเดือน หารายได้เสริมจากการเป็นตัวแทนขายเครื่องสำอางกำไร 200 – 1,000 บาทต่อวัน สู่การเป็นเจ้าของแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จ สร้างรายได้ต่อเดือนนับล้านบาท!

               มาร่วมทำความรู้จักกับ ปุ้ย ภรณ์ทิพย์’ CEO คนเก่งแห่ง บริษัท META COSMIC พร้อมหลักการทำงานที่ทำให้เธอประสบความสำเร็จได้อย่างงดงาม รวมถึงการต่อยอดความสำเร็จและการสร้างยอดขายเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าในตลาดที่ตัวเองอยู่จะมีการแข่งขันสูงและมีผู้เล่นหน้าใหม่เกิดขึ้นตลอดเวลา!

ชีวิตที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

               ภรณ์ทิพย์ ยิ้มแย้ม’ หรือ ‘ปุ้ย’ เล่าว่าตัวเองเติบโตในครอบครัวชนชั้นกลางจากจังหวัดอุบลราชธานี มีตากับยายเลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็ก หลังเรียนจบมัธยมเธอได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัย แต่เรียนได้เพียงเทอมเดียวก็ต้องหยุดเรียนเพราะทางบ้านไม่มีกำลังมากพอที่จะส่งเสียต่อ ซึ่งตัวเธอเองก็พยายามเข้าใจเหตุผล และรู้ว่าต้นทุนของตัวเองอาจจะมีไม่มากเท่าคนอื่น

               “หลังจากหยุดเรียนปุ้ยก็ออกมาทำงานเป็นลูกจ้างโรงพยาบาล เงินเดือนตอนนั้นประมาณ 7,000 บาท”

               คุณปุ้ยเล่าย้อนไปถึงช่วงที่ต้องหยุดเรียนแล้วออกมาทำงาน เมื่อเงินเดือนที่ได้ยังไม่พอใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน จึงเริ่มทำงานเสริมเป็นตัวแทนขายสินค้าเพื่อหารายได้อีกทาง และกลับมาเรียนภาคเสาร์อาทิตย์อีกครั้ง โดยวันจันทร์ถึงศุกร์ยังทำงานที่โรงพยาบาลเช่นเดิม ส่วนตอนหลังเลิกงานก็ขับรถมอเตอร์ไซค์ไปส่งของตามที่ลูกค้าสั่ง ชีวิตเป็นอย่างนี้ประมาณ 2 ปี จนเริ่มเก็บเงินได้ก้อนหนึ่งจึงเริ่มสต็อกสินค้าและเริ่มได้กำไรมากขึ้นเรื่อย ๆ จากการเป็นตัวแทนรายใหญ่ของจังหวัด

               “พอเป็นตัวแทนได้สักปีสองปี สินค้าที่ขายอยู่ก็เริ่มหมดกระแสไป เลยคิดว่าเราน่าจะลองทำแบรนด์ของตัวเอง”

               คุณปุ้ยเล่าว่าเธอเห็นโอกาสที่จะทำแบรนด์สินค้าขึ้นมาขาย เลยใช้เงินก้อนทั้งหมดที่มีในตอนนั้นสร้างแบรนด์มูสกำจัดขนขึ้นมา ซึ่งเป็นเงินก้อนสุดท้ายในชีวิต ขณะเล่าเธอพูดแบบติดตลกว่า ถ้าสินค้าขายไม่ได้ อาจจะต้องกินมูสกำจัดขนแทนข้าว เพราะไม่มีเงินเหลือที่จะซื้อข้าวกินแล้ว

               หลังจากผลิตสินค้าล็อตแรกออกมาสู่ตลาด สินค้าก็ขายดีทันทีเพราะตอนนั้นยังไม่มีแบรนด์ไหนที่ทำสินค้าลักษณะนี้ออกมาขาย COSMIC เป็นมูสกำจัดขนเจ้าแรกในตลาดออนไลน์ขณะนั้น ในระยะเวลาไม่ถึงเดือนเธอสามารถขายสินค้าล็อตแรกได้ทั้งหมด และสร้างรายได้กว่า 2 ล้านบาท!

               แต่ชีวิตก็ไม่ได้โรยด้วยดอกกุหลาบเสมอไป เมื่อสั่งผลิตสินค้าล็อตสองที่มีจำนวนมากกว่าเดิม ก็เกิดปัญหาขึ้นกับทางโรงงานโดยที่ตัวคุณปุ้ยไม่ทันตั้งรับ ปัญหาครั้งนั้นเป็นบทเรียนครั้งสำคัญในชีวิต!

ทุกปัญหามีทางออกเสมอ

                   “โรงงานผลิตสินค้าให้เราไม่เหมือนกับล็อตแรก ทำให้สินค้าล็อตสองมีปัญหา และไปผลิตให้แบรนด์อื่น เลยทำให้มีคู่แข่งมากขึ้น”

                   คุณปุ้ยเล่าว่าช่วงนั้นปัญหาถาโถมค่อนข้างหนัก ทั้งเรื่องที่โรงงานผลิตสินค้าที่ไม่ได้ตามมาตรฐานเดิม และหันไปผลิตให้คู่แข่งด้วย เธอเลยเรียกคืนสินค้ากลับมาทั้งหมด และเปลี่ยนโรงงานที่ผลิตสินค้าทันที ซึ่งคุณปุ้ยมองว่าตัวเองยอมขาดทุนดีกว่าปล่อยให้ลูกค้าใช้สินค้าที่ไม่ได้คุณภาพ เพราะสุดท้ายแล้วเมื่อลูกค้าใช้แล้วไม่เห็นผล แบรนด์เองที่จะเกิดความเสียหายในระยะยาว ซึ่งกว่าเธอจะผ่านช่วงเวลานั้นมาได้เป็นเรื่องที่ยากมาก แต่ก็ผ่านทุกอย่างมาได้ในที่สุด เพราะความไม่ย่อท้อของตัวเอง

สร้างจุดแข็งให้เราแตกต่างจากคนอื่น และสร้างจุดขายด้วยการก้าวนำคนอื่นอยู่เสมอ

                   เมื่อถามว่าอะไรคือจุดแข็งที่ทำให้มูสกำจัดขนของ COSMIC ยังขายดีอย่างต่อเนื่องแม้ว่าจะมีคู่แข่งเพิ่มมากขึ้น? คุณปุ้ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงภูมิใจว่า “การไม่หยุดพัฒนา ทำให้เราต่างจากคนอื่นค่ะ”  ซึ่งการพัฒนาคุณภาพสินค้าให้ดีขึ้นเป็นสิ่งที่เธอยึดมั่นเสมอมา โดยจุดแข็งของมูสกำจัดขนแบรนด์ COSMIC คือ ใช้แล้วขนหลุดจริง อ่อนโยน ไม่ระคายเคือง และเป็นแบรนด์เดียวที่ทำสูตรเย็น ทำให้สินค้าแตกต่างจากแบรนด์คู่แข่ง และก้าวนำคนอื่นอยู่เสมอ

                   นอกจากการพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่องแล้ว สิ่งที่คุณปุ้ยให้ความสำคัญมากไม่แพ้กันคือ ‘ตัวแทนจำหน่าย’ ของแบรนด์ COSMIC เพราะทุกคนคือครอบครัวของเธอ

การเป็นเจ้าของแบรนด์…ให้มองตัวแทนเหมือนคนในครอบครัว

               “ตัวแทนหลายคนสามารถขายสินค้าจนมีบ้านมีรถได้ ปุ้ยและบริษัทพร้อมช่วยตัวแทนทุกคนเต็มที่”

               ด้วยความที่ตัวเองเคยเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าคนอื่นมาก่อน คุณปุ้ยจึงเข้าใจดีว่าการจะขายสินค้าหนึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย หากเราไม่สอนวิธีการขายเลยตัวแทนอาจจะต้องแบกสต็อกคนเดียวและขาดทุนในที่สุด  เธอจึงพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวแทนทุกคนมีชีวิตดีขึ้นและสามารถขายสินค้าได้โดยไม่ต้องกังวล ทั้งเรื่องของการเพิ่มความรู้โดยการนัดเทรนด์ตัวต่อตัวก่อนรับสินค้าไปขาย จ้างโค้ชที่มีความเชี่ยวชาญทั้งด้านการตลาดและการยิงแอดโฆษณามาสอนตัวแทนอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งการสร้างสื่อโฆษณาเพื่อให้ทุกคนสามารถนำสื่อไปโพสต์ขายได้ทันที โดยไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายใด ๆ

ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้…ถ้าเราไม่ละพยายาม

               กว่าที่แบรนด์ COSMIC จะประสบความสำเร็จได้ไม่ใช่เรื่องง่าย และสิ่งที่ต้องทำต่อคือการต่อยอด ซึ่งนอกจากมูสกำจัดขนแล้วคุณปุ้ยยังผลิตสินค้าอื่นๆ เช่น สครับขมิ้นไพลสด และได้รับการตอบรับจากลูกค้าอย่างดี ซึ่งกว่าที่เธอจะมาถึงจุดนี้ได้ไม่ใช่เรื่องง่าย เส้นทางที่เดินมาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่เพราะความพยายามและไม่ถอดใจไปก่อน จึงทำให้เธอประสบความสำเร็จ

               คุณปุ้ยพูดด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่นว่าอยากให้คนที่กำลังท้อหรือกำลังเหนื่อยได้ดูชีวิตของเธอว่ากว่าจะมาถึงวันนี้ไม่มีอะไรที่ได้มาง่ายเลย ก่อนที่คุณปุ้ยจะทิ้งท้ายว่า

                “เราอยากมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เราถึงต้องพยายามมากกว่าคนอื่น ถึงต้นทุนเราจะมีไม่เท่ากัน แต่ปุ้ยเชื่อว่าคนเราสามารถประสบความสำเร็จได้จากความตั้งใจและความมุมานะของตัวเอง”

วันอังคารที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2565

บริษัท ซีแอนด์จี ฯ ร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

 

               นาย เหอ  หนิง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีแอนด์จี เอ็นไวรอนเมนทอล โปรเท็คชั่น (ประเทศไทย) จำกัด    ผู้ดำเนินโครงการโรงกำจัดขยะผลิตไฟฟ้าเพื่อสิ่งแวดล้อม หนองแขม  นายนิยม สองแก้ว อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และนายสมพจน์ กวางแก้ว รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน พร้อมด้วย ผู้ตรวจราชการกรมฯ ผู้บริหารกรมฯ ผู้บริหารบริษัทฯ ตัวแทนสำนักสิ่งแวดล้อม  เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และ ประชาชนชุมชนเขตหนองแขม ร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้ 800 ต้น ภายใต้ “โครงการ จป. ร่วมใจปลูกความดี ขยายพื้นที่สีเขียว เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565”

               นอกจากนี้ นาย เหอ  หนิง  ได้นำคณะผู้บริหารของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เข้าเยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้การจัดการขยะผลิตไฟฟ้าเพื่อสิ่งแวดล้อม ของบริษัทฯ ทั้งนี้ บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นที่จะดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมตลอดจนสานต่อพันธกิจในการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับชุมชนอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการกำจัดขยะที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมภายใต้มาตรฐานการประกอบอุตสาหกรรมในประเทศไทยและระดับสากล ทังนี้ ผู้ที่สนใจสามารถเข้าเยี่ยมชมโรงงานและศูนย์เรียนรู้การจัดการขยะผลิตไฟฟ้าเพื่อสิ่งแวดล้อม ด้วยระบบเสมือนจริง ผ่านช่องทางออนไลน์ที่ http://www.cg-ep.co.th/thaihttp://www.cg-ep.co.th/ng

7 CBS Series 7 ทางรอดวิกฤตเงินเฟ้อ #รู้แล้วรอด ถอดบทเรียนสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงิน

 

               ภาควิชาการธนาคารและการเงิน คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ส่งสัญญาณกระตุ้นทุกภาคส่วนตื่นตัวรับมือวิกฤตการเงิน ผ่านการจัดทำคลิปวิดิโอ 7 CBS Series 7 ทางรอดวิกฤตเงินเฟ้อ #รู้แล้วรอด ถอดบทเรียนสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงิน ใน 7 เรื่องสำคัญ ตั้งแต่ เงินเฟ้อ ราคาพลังงาน อัตราดอกเบี้ย ค่าเงินบาท หนี้ครัวเรือน การออม และการลงทุน ดีเดย์เผยแพร่ Episode แรกในวันที่ 9 สิงหาคม 2565 นี้

รศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร
คณบดี คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

               รศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร คณบดี คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า จากสภาวะสถานการณ์และเศรษฐกิจในปัจจุบันสร้างความตระหนกให้กับทุกธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดใหญ่ SME ไปจนถึงระดับบุคคล สิ่งเหล่านี้คือความกังวลของทุกธุรกิจทุกคน ดังนั้นการตั้งรับอย่างถูกวิธี รู้ข้อมูลที่ถูกต้อง จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง คณะพาณิชยศาสตร์ฯ โดยคณาจารย์ภาควิชาการธนาคารและการเงิน จึงได้จัดทำคู่มือการดำเนินธุรกิจหรือการดำเนินชีวิตอย่างไรให้รอดทุกเรื่องในท่ามกลางความไม่แน่นอนทั้งหมดนี้ กับ 7 CBS Series 7 ทางรอดวิกฤตเงินเฟ้อ#รู้แล้วรอด ถอดบทเรียนสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงิน ใน 7 เรื่องสำคัญ ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและนำไปใช้ได้จริง

รศ. ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล
หัวหน้าภาควิชาการธนาคารและการเงิน

               รศ. ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล หัวหน้าภาควิชาการธนาคารและการเงิน กล่าวว่า ปัจจุบันโควิดยังอยู่และสภาวะแวดล้อมก็ยังไม่ดีขึ้น ราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างแรงและเร็ว โดยเฉพาะราคาน้ำมัน ก๊าซหุงต้ม ไฟฟ้า ก็ยิ่งทวีความท้าทาย ถึงแม้มีการเปิดเมืองและการกลับมาดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ แต่ก็อาจไม่สามารถทำให้สถานการณ์ดีขึ้น เพราะสภาวะความบอบช้ำอันมาจากการต่อสู้กับโควิดทำให้ภูมิคุ้มกันทางการเงินลดลง อีกทั้งยังต้องมาต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้ออีก ทำให้เกิดสิ่งที่กังวลมากมาย อาทิ ความเหลื่อมล้ำ ซึ่งเดิมทีประเทศไทยมีความเหลื่อมล้ำของรายได้สูงอยู่แล้ว ในสภาวะปัจจุบันที่ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น ไม่ว่าจะมาจากราคาของสินค้าและบริการ หรือต้นทุนทางการเงินสำหรับท่านที่มีหนี้ เมื่อรายได้ไม่โตแต่ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น ก็ส่งผลต่อการออมและสะสมสินทรัพย์ และเมื่อมีเงินไม่พอใช้ก็จำเป็นต้องไปก่อหนี้ จนอาจตกอยู่ในวงจรหนี้ในที่สุด จนอาจกล่าวได้ว่าเป็นวิกฤตซ้ำซ้อน วิกฤตรายได้ วิกฤตเงินเฟ้อ วิกฤตหนี้ วิกฤตการออม และในกรณีที่มีการตัดสินใจที่ไม่เหมาะสม เช่น บริหารสภาพคล่องผิดพลาด ก่อหนี้ผิดประเภท ชะล่าใจไม่ออม หรือลงทุนในสิ่งที่ไม่เกิดประโยชน์ ก็ยิ่งเป็นปัจจัยขยายผลทำให้ความเหลื่อมล้ำยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น จึงเป็นปัญหาของสังคมที่เราทุกคนต้องช่วยกันแก้

               ดังนั้นการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเศรษฐกิจ จากการจัดทำคลิป “รู้แล้วรอด” ทางทีมคณาจารย์ได้นำข้อมูลที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ปัจจุบันมาวิเคราะห์ให้เห็นถึงปัญหา พร้อมแนะนำเทคนิคการรับมือ ซึ่งรายละเอียดองค์ความรู้ที่จะเผยแพร่ประกอบด้วย

Introduction EP. 7 เรื่อง รู้แล้วรอด โดย รศ. ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล หัวหน้าภาควิชาการธนาคารและการเงิน

          EP.1 เงินเฟ้อ ของแพง ไม่หมดแรง ทำไง โดย ผศ.ดร.พรพิชยา กุวลัยรัตน์ อาจารย์ประจำภาควิชาการธนาคารและการเงิน

          EP.2 ดอกเบี้ยและภาระหนี้กับสถานการณ์เงินเฟ้อสูง โดย รศ.ดร.วิมุต วานิชเจริญธรรม อาจารย์ประจำภาควิชาการธนาคารและการเงิน

          EP.3 วิกฤตพลังงานแพง ไปต่อหรือพอแค่นี้ รับมือยังไงไม่พัง โดย ผศ.ดร.อนิรุต พิเสกฎฐศลาศัย อาจารย์ประจำภาควิชาการธนาคารและการเงิน

          EP.4 ลงทุนสู้เงินเฟ้อ โดย ผศ.ดร.รุ่งเกียรติ รัตนบานชื่น อาจารย์ประจำภาควิชาการธนาคารและการเงิน 

          EP.5 เงินเฟ้อกับอัตราแลกเปลี่ยน โดย ผศ.ดร.รัฐชัย ศีลาเจริญ อาจารย์ประจำภาควิชาการธนาคารและการเงิน

          EP.6 หนี้มาเยือน เตือนกันไว้ รศ.ดร.คณิสร์ แสงโชติ อาจารย์ประจำภาควิชาการธนาคารและการเงิน

          EP.7 ออมและ ออมอย่ายอมลด โดย ดร.ธนวิต แซ่ซือ อาจารย์ประจำภาควิชาการธนาคารและการเงิน

               โดยจะเปิดตัว Episode แรกในวันที่ 9 สิงหาคม 2565 เวลา 10.30 น.ผ่านทาง facebook และ Youtube Live ได้ทาง F: CBS Chula และ CBS Academy

               รศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร คณบดี คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวปิดท้ายว่า การจัดทำ CBS 7 Series นี้ มุ่งหวังให้ทุกคนมีภูมิคุ้มกันที่สูงขึ้น เพราะ “เชื้อโรค” ทางการเงินเหล่านี้ลุกลามไวและแผ่ไปได้ทุกกระเบียดนิ้วของสังคม การป้องกัน “ไม่ให้ติดเชื้อจนเรื้อรัง” จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพื่อไม่ให้ความเหลื่อมล้ำของสังคมไม่ขยายไปไกลกว่าที่เป็น

​​

วันพฤหัสบดีที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2565

คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เตรียมจัดงานแถลงข่าว “รู้แล้วรอด” 7 CBS Series 7 ทางรอดวิกฤตเงินเฟ้อ

 

               คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมทีมคณาจารย์ ภาควิชาการธนาคารและการเงินฯ โดย รศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร คณบดี และ รศ. ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล หัวหน้าภาควิชาการธนาคารและการเงิน พร้อมด้วย รศ. ดร. คณิสร์ แสงโชติ ประธานหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต (MBA) เตรียมจัดงานแถลงข่าว “รู้แล้วรอด” 7 CBS Series 7 ทางรอดวิกฤตเงินเฟ้อ ถอดบทเรียนสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงิน หวังเชิญชวนให้ทุกภาคส่วนตระหนักรู้ถึงเหตุปัจจัยของวิกฤตและความสุ่มเสี่ยงทางการเงินทั้งหลาย เพื่อสามารถนำไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการตัดสินใจทางการเงินเพื่อให้ “รู้แล้วรอด”ถอดบทเรียนสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงิน ได้ใน 7 เรื่องสำคัญ ตั้งแต่ เงินเฟ้อ ราคาพลังงาน อัตราดอกเบี้ย ค่าเงินบาท หนี้ครัวเรือน การออม และการลงทุน เพื่อให้ทุกคนมีภูมิคุ้มกันที่สูงขึ้นท่ามกลางวิกฤติการณ์รอบด้าน อาทิ Covid-19 , ความผันผวนของราคาสินค้า ตลอดจนค่าเงิน กรอบการค้าใหม่ ฯลฯ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ฯ ในฐานะสถาบันการศึกษาที่ผลิตบุคลากรด้านธุรกิจและเป็นองค์กรที่ผลักดัน บุกเบิกกิจกรรมการตลาดใหม่ๆให้กับเศรษฐกิจไทย จึงได้จัดทำข้อมูลการรับมือภาวะเศรษฐกิจในทุกเซกเม้นท์ขึ้น เพื่อให้ข้อมูลกับภาคธุรกิจเล็ก กลาง ใหญ่ และประชาชน ในการรับมือได้ทันสถานการณ์ ในวันอังคารที่ 9 สิงหาคม 2565  เวลา 10.00 – 11.30 น. ณ ห้อง 208 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร
คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รศ. ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล
หัวหน้าภาควิชาการธนาคารและการเงิน

รศ. ดร. คณิสร์ แสงโชติ
ประธานหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต (MBA)

วันพุธที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2565

กลุ่มธุรกิจลัคกี้ บิลดิ้ง ซิสเท็ม จับมือ ปูนซีเมนต์นครหลวง ขยายฐานผลิตภัณฑ์เรือธง “อินทรีมอร์ตาร์หล่อในที่” เพื่อต่อยอดนวัตกรรมก่อสร้างห้องน้ำสำเร็จรูป

 

               กลุ่มบริษัท สยามสตีลอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) โดย หน่วยธุรกิจลัคกี้ บิลดิ้ง ซิสเท็ม (LBS) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายห้องน้ำสำเร็จรูปอันดับ 1 ของประเทศ จับมือ บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) หรือ “ปูนอินทรี” เดินหน้าขยายฐานผลิตภัณฑ์เรือธง อินทรีมอร์ตาร์หล่อในที่” ต่อยอดนวัตกรรมการก่อสร้างห้องน้ำสำเร็จรูป (Prefabricated Bathroom Pod)  ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์กลุ่มเป้าหมาย ชี้แนวโน้มตลาดเติบโตสูง โครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่แห่ใช้แพร่หลาย ครอบคลุมทั้งคอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม และอื่นๆ เน้นจุดแข็งด้านมาตรฐานสากล ผ่านการทดสอบทุกจุด สวย แข็งแรง ทนทาน ลดปัญหาจุกจิก

               นายกิติชัย คุณานันทกุล กรรมการผู้จัดการ-หน่วยธุรกิจ ลัคกี้ บิลดิ้ง ซิสเท็ม-ในกลุ่มบริษัท สยามสตีล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ห้องน้ำสำเร็จรูปถือเป็นธุรกิจที่ LBS ให้ความสำคัญ และเชื่อว่าจะเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในประเทศ จึงเป็นที่มาสู่การจับมือกับ “ปูนอินทรี” ลัคกี้ บิลดิ้ง ซิสเท็ม (LBS) มีความเชี่ยวชาญในระบบอาคารโครงสร้างเหล็กสำเร็จรูปทุกชนิด โดยเฉพาะระบบอาคารสำเร็จรูประบบโมดูลาร์ (Modular Building System) ซึ่งเป็นที่รู้จักด้านคุณภาพ และมีมาตรฐานสูงในระดับสากล ส่งออกไปยังหลายประเทศทั่วโลก เช่น ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ดูไบ อินโดนีเซีย และอินเดีย โดยมีทีมงานบริการแบบครบวงจร ตั้งแต่การวิจัย พัฒนา วางแผน ออกแบบ ตลอดจนถึงการผลิตและติดตั้ง เป็นหนึ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมชั้นนำของประเทศไทยที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 6 ทศวรรษ และมียอดขายเป็นอันดับหนึ่งในอุตสาหกรรมห้องน้ำสำเร็จรูปในประเทศ

                ด้านนายกิติศักดิ์ คุณานันทกุล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสหน่วยธุรกิจลัคกี้ บิลดิ้ง ซิสเท็ม  กล่าวเสริมว่า ที่ผ่านมาบริษัทร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศในการพัฒนาการก่อสร้างอาคารทุกรูปแบบ เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีและโซลูชั่นเพื่อแก้ไขปัญหาในทุกมิติ มีแผนรองรับการเติบโตอย่างต่อเนื่องของสินค้าในกลุ่มอาคารสำเร็จรูป LBS ตั้งเป้าจะเป็นบริษัทซึ่งไม่หยุดยั้งพัฒนาจากพื้น FRP มาตรฐานสากล สู่วัสดุที่คนไทยคุ้นชินมากยิ่งขึ้น คือคอนกรีต ตั้งเป้าที่จะรักษาการเป็นผู้นำตลาด และพัฒนาระบบการก่อสร้างแบบโมดูล่าอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อลดขั้นตอนและของเสียในหน้างาน ยกระดับอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย เอาใจใส่ทุกขั้นตอนด้วยความเป็นมืออาชีพ และพร้อมจะส่งมอบสินค้าและบริการที่มีมาตรฐานแก่ลูกค้าทุกท่านให้อย่างดีที่สุด

               อินทรีมอร์ตาร์หล่อในที่ ถือเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด ที่มุ่งตอบสนองความต้องการของลูกค้าในโครงการต่าง ๆ รวมถึงงานที่ต้องการการหล่อในที่ ใช้งานสะดวก แข็งแรง ทนทาน และตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ผ่านการทดสอบคิดค้นในห้องปฏิบัติการอย่างละเอียดทุกขั้นตอน สร้างสรรค์สูตรผลิตภัณฑ์ที่จะเป็นโซลูชั่นสำหรับพื้นห้องน้ำ เพื่อให้ได้ห้องน้ำสำเร็จรูปที่เหมาะกับสภาวะอากาศและสิ่งแวดล้อมเมืองไทยอย่างสมบูรณ์แบบ

               สำหรับอินทรีมอตาร์หล่อในที่ ที่ใช้ในการก่อสร้างห้องน้ำสำเร็จรูป (Prefabricated Bathroom Pod) มีคุณสมบัติเด่นที่หลากหลาย  น้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายสะดวก แต่ให้ความรู้สึกสัมผัสของการก้าวเดินที่มั่นคง ปลอดภัย ป้องกันการรั่วซึม ติดกระเบื้องได้สวยและแน่น ช่วยให้งานก่อสร้างสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น และได้มาตรฐานระดับสากล ปัจจุบันกำลังเป็นที่นิยม มีโครงการที่อยู่อาศัย และโครงการมิกซ์ยูสระดับชั้นนำ นำไปใช้อย่างแพร่หลาย เนื่องจากคุณสมบัติพิเศษเฉพาะตัว สามารถรับแรงอัดได้หลากหลาย ได้แก่ 100 KSC 180 KSC และ 240 KSC ใช้วัตถุดิบ ส่วนผสม และสารเคมีพิเศษสำหรับงานหล่อในที่โดยเฉพาะ ลดการแยกชั้นและลดการคายน้ำ ลดระยะเวลาการก่อสร้าง ลดความผิดพลาดของงานระบบประปาและไฟฟ้า สามารถทนไฟได้สูงถึง 4 ชั่วโมง

               นอกจาก ผลิตภัณฑ์ อินทรีมอร์ตาร์หล่อในที่ บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน)  ยังมีผลิตภัณฑ์อินทรีมอร์ตาร์ ไทล์ฟิกซ์ แกรนิตโต้ กาวซีเมนต์ที่ได้มาตรฐาน มอก. ชั้นคุณภาพสูง และมาตรฐานการควบคุมสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) อินทรีมอร์ตาร์ 61 เฟล็กซ์ ชิลด์ ซีเมนต์ทากันซึม และอินทรี การ์ด กาวยาแนวป้องกันราดำ ขนาดร่อง 1-7 มม. ที่ได้นำมาใช้ร่วมเป็นโซลูชั่นสำหรับการก่อสร้างห้องน้ำสำเร็จรูป ทำให้มั่นใจได้ว่าห้องน้ำสำเร็จรูปของ หน่วยธุรกิจลัคกี้ บิลดิ้ง ซิสเท็ม จะแข็งแรง ทนทาน สวยงาม ตอบโจทย์การใช้งานของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี

               การร่วมมือกับ บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) หรือ “ปูนอินทรี” ในครั้งนี้เป็นการต่อยอดการใช้ประโยชน์จาก อินทรีมอร์ตาร์หล่อในที่ ซึ่งเป็นระบบเทหล่อพื้นและผนังอาคารในที่ (Cast in place) รูปแบบใหม่ที่แตกต่างจากการก่ออิฐฉาบปูนแบบเก่า ให้พื้นที่ได้จากการใช้ อินทรีมอร์ตาร์หล่อในที่ มีผิวที่เรียบสวย ได้ระดับ แข็งแรง และยังเพิ่มคุณสมบัติความไหลลื่นขณะเทหล่อ มีคุณสมบัติต่อการทนไฟ

               ด้าน นายสมเกียรติ ปินตาธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจวัสดุก่อสร้าง บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายปูนซีเมนต์สำเร็จรูปภายในแบรนด์ อินทรีมอร์ตาร์” เผยว่า บริษัทฯ มุ่งมั่นคิดค้นนวัตกรรมการก่อสร้างใหม่ ๆ ต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้ลงนามความร่วมมือกับ ลัคกี้ บิลดิ้ง ซิสเท็ม (LBS) หน่วยธุรกิจของบริษัท สยามสตีลอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายห้องน้ำสำเร็จรูป (Prefabricated Bathroom Pod) อันดับ 1 ของประเทศ เพื่อวิจัยและพัฒนา (Product Co-Creation) ผลิตภัณฑ์ภายใต้ตราผลิตภัณฑ์ “อินทรีมอร์ตาร์หล่อในที่” สำหรับงานพื้น ต่อยอดนวัตกรรมการก่อสร้างห้องน้ำสำเร็จรูป (Prefabricated Bathroom Pod) หวังตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด

               ทั้งนี้ ทั้ง 2 บริษัท ยังมีความมุ่งมั่นที่จะขยายความร่วมมือ เพื่อพัฒนานวัตกรรมการก่อสร้าง ร่วมกันสำหรับรองรับความต้องการที่หลากหลายมากขึ้นอีกในอนาคต

               สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ “อินทรีมอร์ตาร์หล่อในที่” ได้ทาง http://www.siamcitycement.com หรือ www.facebook.com/LBMThailandGroup และข้อมูลผลิตภัณฑ์ห้องน้ำสำเร็จรูปได้ที่ http://www.lbs.co.th  หรือ  www.facebook.com/luckybuildingsystem

GAC AION ขนที่สุดของซูเปอร์คาร์รถไฟฟ้า Hyper SSR ขุมพลัง 1,225 แรงม้า 0-100 กม.ต่อชั่วโมง ภายในเวลา 1.9 วินาที ให้ผู้ขับได้สัมผัสแรงกระชากในระดับ 1.7 G ในงาน Motor Expo 30 นี้

                 GAC AION  มาเหนือเมฆขนขุมพลังแห่งรถไฟฟ้า 100% ระดับไฮเอน Hyper SSR ด้วยขุมพลัง 1,225 แรงม้า 0-100 กม. ต่อชั่วโมง ภายในเวลา ...