แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไบเออร์ไทย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไบเออร์ไทย แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2566

ไบเออร์-NSM (อพวช.) ต่อยอดโครงการ “Better Science for Better Life (วิทย์ก้าวหน้า ชีวิตก้าวไกล) ปี 2566” มอบสื่อการเรียนรู้พร้อมจัดอบรมครูโรงเรียนในเขตภาคกลาง และปริมณฑล

 

               บริษัท ไบเออร์ไทย จํากัด จับมือ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM มอบสื่อการเรียนรู้ พร้อมจัดอบรมครูในเขตภาคกลางและปริมณฑลกว่า 20 โรงเรียน ในโครงการ “Better Science for Better Life (วิทย์ก้าวหน้า ชีวิตก้าวไกล)” ภายใต้แนวคิด “Plant Ranger : ขบวนการพิทักษ์พืช” เพื่อสานต่อความมุ่งมั่นในการส่งเสริมและสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ให้กับเยาวชนไทย ณ พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า อพวช. คลองห้า จ.ปทุมธานี

              นางสาวจินอา ลี กรรมการผู้จัดการบริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด กล่าวว่า “ไบเออร์ เป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจไลฟ์ซายน์ ทำให้เราเข้าใจถึงบทบาทสำคัญของวิทยาศาสตร์ที่มีต่อการดำรงชีวิต โดยวิทยาศาสตร์นับเป็นหัวใจหลักในทุกๆ การพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมของเราในการดำเนินธุรกิจ ในกลุ่มฟาร์มาซูติคอล คอนซูเมอร์เฮลธ์ และครอปซายน์ ดังนั้นบริษัทจึงเล็งเห็นถึงความสำคัญและมีความตั้งใจที่จะช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ให้กับเยาวชนผ่านการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมและกิจกรรมเพื่อความยั่งยืน ภายใต้วัตถุประสงค์ วิทยาศาสตร์เพื่อชีวิตที่ดี (Science for a better life) และวิสัยทัศน์ “ทุกคนมีสุขภาพดี และไม่ขาดแคลนอาหาร (Health for all, Hunger for none)”

            โครงการ “Better Science for Better Life (วิทย์ก้าวหน้า ชีวิตก้าวไกล)” เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2560 ได้ผลิตสื่อการเรียนการสอนด้านวิทยาศาสตร์ และส่งมอบให้กับ 300 โรงเรียนทั่วประเทศ โดยมีผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้กว่า 3,000 คน ในระหว่างปี 2560-2563

              สำหรับโครงการ “Better Science for Better Life (วิทย์ก้าวหน้า ชีวิตก้าวไกล)” เริ่มต้นระยะที่ 2 ในปี 2565 ที่ผ่านมา โดยจัดทำและเผยแพร่สื่อการเรียนรู้ (Tool kits) ภายใต้แนวคิด “Plant Ranger : ขบวนการพิทักษ์พืช” เพื่อมอบให้กับโรงเรียนในจังหวัดต่างๆ โดยมุ่งเน้นเรื่องวิทยาศาสตร์ กับ พืช (science behind plant) โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กในระดับประถมศึกษา อายุระหว่าง 10-12 ปี เพื่อให้เยาวชนสามารถเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างวิทยาศาสตร์กับพืช และการคงอยู่ของพืช เมื่อมีความเข้าใจแล้วเด็กๆ จะเรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวกับพืชได้อย่างมีความหมาย และความเข้าใจมากขึ้น ขณะเดียวกันโครงการนี้จะเสริมศักยภาพครูให้สามารถต่อยอดจากการนำชุดสื่อการเรียนรู้ไปใช้สำหรับการเรียนการสอนได้

              นางสาวจินอา กล่าวว่า “ไบเออร์มีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่องภายใต้วัตถุประสงค์ วิทยาศาสตร์เพื่อชีวิตที่ดี (Science for a better life) และวิสัยทัศน์ “ทุกคนมีสุขภาพดี และไม่ขาดแคลนอาหาร (Health for all, Hunger for none) ซึ่งสอดคล้องกับเป้าประสงค์ขององค์การสหประชาชาติ ที่ให้ความสำคัญกับการขจัดความหิวโหย ลดความยากจน ส่งเสริมเศรษฐกิจ และรักษาสิ่งแวดล้อม โดยในวันนี้ เราได้มอบชุดสื่อความรู้ให้กับโรงเรียนในเขตพื้นที่ภาคกลางและเขตปริมณฑล กว่า 20 โรงเรียน โดยการส่งมอบครั้งนี้ เป็นการขยายโครงการจากปี 2565 ที่ผ่านมา และที่สำคัญในส่วนของโรงเรียนในจังหวัดสมุทรปราการนับเป็น พื้นที่ชุมชนของศูนย์การผลิตไบเออร์ ที่ตั้งอยู่ภายในนิคมอุตสาหกรรมบางปู นอกเหนือจากสำนักงานที่กรุงเทพและศูนย์การผลิตและวิจัยและพัฒนาอีก 6 แห่ง ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ไบเออร์ได้ดำเนินการส่งสิ่งดีๆ กลับคืนสู่จังหวัดสมุทรปราการ”

              ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM กล่าวว่า “อพวช. ได้จัดทำและพัฒนาสื่อการเรียนรู้ ผ่านโครงการ “Better Science for Better Life (วิทย์ก้าวหน้า ชีวิตก้าวไกล)” โดยได้รับความร่วมมือและสนับสนุนจาก ไบเออร์ไทย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนให้มีความสนใจในการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวกับพืช ซึ่งในเดือนธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา เราได้จัดกิจกรรมคาราวานวิทยาศาสตร์ในการนำร่องมอบสื่อการเรียนรู้ให้กับโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เพื่อกระจายความรู้ให้กับเยาวชนในระดับภูมิภาค ในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่จะได้เข้าถึงโรงเรียนในเขตพื้นที่ปริมณฑล เพื่อหวังช่วยสร้างแรงบันดาลใจและส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ให้กับเด็กนักเรียนได้นำความรู้มาใช้ต่อยอดด้านการศึกษาและประกอบอาชีพในสายงานที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ในอนาคต พร้อมทั้งได้จัดกิจกรรมอบรมครู เพื่อส่งเสริมและพัฒนาทักษะการเรียนการสอนให้กับคุณครู ให้สามารถนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ได้จริงในการสอนในห้องเรียนต่อไป”

              สำหรับปีนี้ดำเนินการภายใต้ธีม “Plant Ranger : ขบวนการพิทักษ์พืช” เป็นกิจกรรมในรูปแบบการมอบสื่อการเรียนรู้ (Tool kits) และอบรมให้กับโรงเรียนที่ได้รับสื่อการเรียนรู้ เพื่อให้คุณครูนำไปใช้สร้างทักษะความรู้ในเรื่องพืช ความสัมพันธ์ระหว่างวิทยาศาสตร์กับพืช และการคงอยู่ของพืช ให้กับนักเรียนในโรงเรียนอันจะทำให้เด็กเยาวชนสามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน และต่อยอดการเรียนวิชาชีพทางด้านเกษตรในอนาคต

              โครงการ “Better Science for Better Life (วิทย์ก้าวหน้า ชีวิตก้าวไกล)” ภายใต้ธีม“Plant Ranger : ขบวนการพิทักษ์พืช” โดยชุดสื่อความรู้ประกอบด้วย

  • กิจกรรมที่ 1 พืชเบื้องต้น (Plant Ranger Basic) เรียนรู้เรื่องพืช พืชคืออะไร พืชสุขภาพดีและไม่ดีมีลักษณะอย่างไร
  • กิจกรรมที่ 2 พืชให้อาหาร (Plant Ranger Food) เรียนรู้เรื่องพืชเป็นแหล่งอาหารของมนุษยชาติและทดสอบสารอาหารที่อยู่ในพืช
  • กิจกรรมที่ 3 พืชให้อากาศ (Plant Ranger O2) เรียนรู้เรื่องพืชเป็นสิ่งที่มีชีวิตที่นำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มาใช้ให้เป็นประโยชน์ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง
  • กิจกรรมที่ 4 พืชให้น้ำ (Plant Ranger H2O) เรียนรู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างพืชกับน้ำและวัฏจักรของน้ำ
  • กิจกรรมที่ 5 พืชให้ที่อยู่อาศัย (Plant Ranger Home) เรียนรู้เรื่องพืชคือบ้านของสิ่งมีชีวิตนานาชนิด เป็นระบบนิเวศขนาดเล็กที่พร้อมไปด้วยปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต เมื่อเติบโตรวมกันเป็นจำนวนมากจะกลายเป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์
  • กิจกรรมที่ 6 พืชให้ความรื่นรมย์ (Plant Ranger Harmony) เรียนรู้พืชที่ให้ความรื่นรมย์ กลิ่นที่มีผลต่อการกระตุ้นอารมณ์และส่งผลต่อการเรียนรู้ของมนุษย์

เกี่ยวกับไบเออร์

            ไบเออร์เป็นบริษัทระดับโลกที่มีความเชี่ยวชาญหลักในด้านไลฟ์ซายน์เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพและโภชนาการ ผลิตภัณฑ์และบริการของไบเออร์ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยผู้คนและโลกของเราโดยการสนับสนุนความพยายามในการก้าวข้ามอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้นกับประชากรโลกที่กำลังเพิ่มจำนวนขึ้นและมีประชากรสูงอายุมากขึ้น ไบเออร์มุ่งมั่นที่จะผลักดันการพัฒนาอย่างยั่งยืนและสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในเชิงบวกด้วยธุรกิจของบริษัท พร้อมกันนี้ บริษัทยังได้มุ่งเป้าในการเพิ่มรายได้และสร้างคุณค่าจากนวัตกรรมใหม่ๆ และการเติบโต ภายใต้เครื่องหมายการค้าไบเออร์ ขึ้นชื่อในด้านความเชื่อถือ ความไว้วางใจ และคุณภาพในระดับโลก ในปีงบประมาณ 2564 กลุ่มบริษัทมีพนักงานราว 100,000 คน และมียอดขาย 44.1 พันล้านยูโร ค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาก่อนรายการพิเศษรวมเป็น 5.3 พันล้านยูโร หากต้องการดูข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ www.bayer.com

วันอังคารที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2565

ไบเออร์ไทย จัดโครงการ Better Farms, Better Lives 2.0 สานต่อความสำเร็จในการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในพื้นที่ 11 จังหวัด ภาคกลางและภาคอีสาน กว่า 26,000 ราย นำนวัตกรรมสมัยใหม่ช่วยลดต้นทุนการผลิตและถ่ายทอดองค์ความรู้การใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

 

              บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และมูลนิธิคลังสมองสหกรณ์ไทย จัดงาน “ศาสตร์แห่งแผ่นดินสร้างวิถีสู่อนาคตชาวนาไทย” ภายใต้โครงการ Better Farms, Better Lives 2.0 โดยมีเป้าหมายเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมการเกษตรสมัยใหม่ การใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ การแปรรูปผลิตภัณฑ์เพื่อลดต้นทุนเพิ่มผลผลิตและสร้างรายได้เพิ่มให้แก่เกษตรกร โดยมี คุณวีรพล เจริญพานิช ผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจครอปซายน์ ประเทศไทย กัมพูชา พม่า บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด เป็นผู้มอบผลิตภัณฑ์กำจัดวัชพืชและชุดความปลอดภัย ให้ผู้แทนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวจาก 6 จังหวัด ภายในงานยังได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วย ผศ.ดร.นิคม แหลมสัก รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, คุณกฤษณพงศ์ ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการส่งเสริมกิจการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ อดีตอธิบดีกรมการข้าว, คุณอนันต์ ภู่สิทธิกุล ประธานมูลนิธิคลังสมองสหกรณ์ไทย และ คุณดวงพร วิธูรจิตต์ นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ ศูนย์วิจัยข้าวชัยนาท พร้อมเสวนา “การยกระดับนวัตกรรมข้าวและผลิตภัณฑ์ข้าวคุณภาพ” รวมทั้งสาธิตการใช้นวัตกรรมเกษตรสมัยใหม่ เช่น อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) เพื่อการเกษตร ได้รับความสนใจจากผู้ร่วมงานกว่า 100 คน กิจกรรมจัดขึ้น ณ ศูนย์เรียนรู้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ ประจำตำบลสามง่ามท่าโบสถ์ อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2565

              สำหรับโครงการ Better Farms, Better Lives 2.0 มีเป้าหมายเพื่อลดต้นทุน สนับสนุนการเพิ่มศักยภาพการผลิตและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่เกษตรกร ตามเจตนารมณ์ บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด ที่ได้ริเริ่มโครงการ Better Farms, Better Lives ครั้งที่ 1 ในปี 2563 เพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยช่วยเหลือด้านปัจจัยการผลิต ส่งมอบชุดความรู้ด้านเกษตรปลอดภัย รวมถึงเทคโนโลยีทางการเกษตรให้แก่เกษตรกรรายย่อยพื้นที่ภาคกลาง จำนวน 50,000 ราย ประสบความสำเร็จได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากเกษตรกรในเรื่องการลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตที่สูงขึ้น บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด จึงดำเนินโครงการ Better Farms, Better Lives ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 2 ในปี 2565 มุ่งถ่ายทอดองค์ความรู้ที่จำเป็นในการเพิ่มผลผลิตอย่างมีคุณภาพ แบ่งเบาภาระเกษตรกรด้านต้นทุนการเพาะปลูกที่สูงขึ้น ยกระดับนวัตกรรมจัดการวัชพืชในนาข้าว ขยายพื้นที่เป้าหมายจากภาคกลางไปยังภาคอีสานรวม 11 จังหวัด พื้นที่เพาะปลูกข้าวนาหว่านน้ำตม ได้แก่ จังหวัดกาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด มหาสารคาม อยุธยา สุพรรณบุรี อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท พิจิตร ขอนแก่น และนครราชสีมา รวมทั้งสิ้น 26,000 ราย คิดเป็นพื้นที่ 300,000 ไร่ โดยเกษตรกรที่สนใจยังสามารถรับฟังการถ่ายทอดองค์ความรู้การผลิตข้าวด้วยเทคโนโลยีที่ปลอดภัยและยั่งยืนได้ ผ่านระบบ Zoom เป็นประจำทุกวันจันทร์ เริ่มตั้งแต่ 18 เมษายน 2565 โดยมีเกษตรกรติดตามโครงการ Better Farms, Better Lives 2.0 ได้รับประโยชน์เป็นจำนวนมาก

วันศุกร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2564

กรมอนามัย-ไบเออร์ไทย ดีเดย์วันคุมกำเนิดโลก 2564 ร่วมรณรงค์หยุดปัญหา ‘ท้องไม่พร้อม’ พุ่งช่วงโควิด-19


  • สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 พบสถิติตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์เพิ่มสูงขึ้น
  • เดินหน้ารณรงค์สร้างความตระหนักรู้ รวมถึงความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการคุมกำเนิดอย่างถูกต้อง การวางแผนการตั้งครรภ์เมื่อพร้อม และการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย ในกลุ่มวัยรุ่นผ่านกิจกรรมสื่อสังคมออนไลน์มากขึ้น



24 กันยายน 2564 กรุงเทพฯ สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และ บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด จับมือเดินหน้ารณรงค์เพื่อให้ทุกๆ การตั้งครรภ์เกิดขึ้นจากความพร้อมและความตั้งใจ เนื่องใน วันคุมกำเนิดโลก(26 กันยายน 2564 หรือ World Contraception Day 2021)

นายแพทย์พีระยุทธ สานุกูล ผู้อำนวยการสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในระยะเวลาเกือบ 2 ปีของสถานการณ์โควิด-19 และการ Lockdown ส่งผลกระทบต่อผู้หญิงโดยเฉพาะในวัยรุ่น ในหลายด้าน ทั้งในเรื่องการดูแลสุขภาพ การเข้าถึงการคุมกำเนิด รวมถึงความสามารถในการวางแผนครอบครัว ดังจะเห็นได้จากสถิติการท้องไม่พร้อมมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง นับเป็นอีกหนึ่งปัญหาสำคัญที่ต้องดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วน

สถิติข้อมูลบริการ 1663 สายด่วนปรึกษาเอดส์และท้องไม่พร้อม มีผู้มาขอรับคำปรึกษาปัญหานี้เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวโดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและผู้ที่ยังอยู่ในระบบการศึกษา สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางและอาจกลายเป็นวิกฤตทางสังคมตามมา นายแพทย์พีระยุทธกล่าว

ทั้งนี้ ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2564 มีกลุ่มสตรีโทรมาขอรับบริการปรึกษาที่ 1663 เกี่ยวกับปัญหาตั้งครรภ์ไม่พร้อมมากถึง 4,461 คน หรือเฉลี่ย 149 คนต่อวัน เป็นหญิงอายุต่ำกว่า 20 ปี จำนวน 26 คน มากกว่าช่วงสถานการณ์ปกติ อาทิ เดือนตุลาคม 2563 ที่มีผู้ขอรับคำปรึกษาเพียง 2,490 คน เฉลี่ย 83 คนต่อวัน และเป็นหญิงอายุต่ำกว่า 20 ปี จำนวน 16 คน

สำหรับสถิติ ในปี 2562 กรมอนามัยพบว่า มีการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปี มีจำนวน 63,831 ราย แบ่งเป็น หญิงช่วงอายุระหว่าง 15-19 ปี 61,651 ราย และผู้มีอายุต่ำกว่า 15 ปี ตั้งครรภ์จำนวน 2,180 ราย และยังพบว่ามีวัยรุ่นตั้งครรภ์ซ้ำอีกจำนวน 5,222 ราย

นายแพทย์พีระยุทธ กล่าวอีกว่า การตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์หรือท้องไม่พร้อมในวัยรุ่น ส่วนใหญ่เกิดจากความไม่รู้หรือมีความรู้แต่ใช้ไม่ถูกวิธี นำไปสู่การเรียนรู้เรื่องเพศที่อาจไม่ถูกต้องและไม่ได้รับคำแนะนำอย่างถูกต้อง ดังนั้นสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ จึงได้มุ่งเน้นการสร้างสื่อความรู้เกี่ยวกับเรื่องของการคุมกำเนิดอย่างถูกวิธี การให้ความรู้เกี่ยวกับความสำคัญของการตั้งครรภ์เมื่อพร้อม และการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ได้แก่ Facebook คลับนี้เลดี้คุม by YoungLove และ Line คลับนี้เลดี้คุม by YoungLove เพื่อให้เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่วัยรุ่นสามารถเข้ามาค้นหาข้อมูลได้อย่างถูกต้อง ซึ่งการให้ความรู้และทัศนคติที่ถูกต้องเป็นหนึ่งวิธีที่จะทำให้สามารถวางแผนครอบครัวเตรียมพร้อมสำหรับการมีลูกในเวลาที่เหมาะสม เพื่ออนาคตที่ดียิ่งขึ้นได้

การคุมกำเนิดยังควรต้องเป็นความรับผิดชอบร่วมกันทั้งผู้ชายและผู้หญิง โดยปัจจุบันวิธีการคุมกำเนิดมีทางเลือกหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นยาฉีดคุมกำเนิด ยาฝังคุมกำเนิด ห่วงอนามัย ถุงยางอนามัย การทำหมันชายและหญิง โดยอีกทางเลือกหนึ่งที่นิยมและสะดวกสำหรับผู้หญิง คือการรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิด




แพทย์หญิงปานียา สูตะบุตร ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ แผนกฟาร์มาซูติคอล บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด กล่าวว่า ไบเออร์ในฐานะหนึ่งในผู้นำธุรกิจด้านเภสัชกรรมระดับโลกที่มีความเชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลสุขภาพผู้หญิงและยาฮอร์โมนคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพ เราสนับสนุนการรณรงค์ลดปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์มาอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมมือกับเครือข่ายภาครัฐและภาคประชาสังคมต่างๆ ทั้งในประเทศไทยและในระดับนานาชาติ

“จากสถานการณ์โควิด-19 กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) คาดการณ์ว่า มีผู้หญิงเกือบ 12 ล้านคนใน 115 ประเทศรายได้ต่ำและปานกลาง ไม่สามารถเข้าถึงบริการการวางแผนครอบครัว ซึ่งนำไปสู่การตั้งครรภ์ที่ไม่ได้วางแผน 1.4 ล้านคน ดังนั้นการให้ความรู้เรื่องคุมกำเนิดจึงสำคัญมาก เพราะผลกระทบที่เกิดขึ้นอาจส่งผลให้ชีวิตหรืออนาคตอาจต้องเปลี่ยนไปจากเส้นทางที่วางแผนไว้

ทั้งนี้ บริษัท จึงร่วมมือกับสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ ในการจัดกิจกรรมเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนกันยายนนี้ ได้เข้าร่วมโปรโมทเนื่องในวันคุมกำเนิดโลกปีนี้ ในรายการออนไลน์ ทางช่องทาง Facebook และ YouTube NaNake555 ที่ให้คำปรึกษาเรื่องเพศ ดำเนินรายการโดย น้าเน็ก คุณเกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ร่วมกับแพทย์ 3 ท่าน เพื่อรณรงค์ให้เกิดความตระหนักถึงความสำคัญของการคุมกำเนิด และส่งเสริมให้เกิดการสนทนาเรื่องเพศสัมพันธ์อย่างเปิดเผย ลดปัญหาท้องไม่พร้อม (ติดตามรายการได้ที่ Facebook คลับนี้เลดี้คุม by YoungLove)




นอกจากนี้ยังมีการจัดบรรยายในรูปแบบออนไลน์ในสถานศึกษา และมีการร่วมสนับสนุนอบรมฟื้นฟูความรู้ เรื่องเทคโนโลยีการวางแผนครอบครัวให้แก่กลุ่มเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานสถานพยาบาลต่างๆ อีกด้วย

สำหรับในระดับนานาชาติ ไบเออร์ได้สนับสนุนกิจกรรม #WCD2021 เป็นวิดีโอออนไลน์รวบรวมความคิดเห็นของวัยรุ่นและอินฟลูเอนเซอร์จากทั่วโลกเกี่ยวกับการคุมกำเนิด โดย คุณบีม วีราวัลย์ พูลสวัสดิ์ เป็นตัวแทนจากประเทศไทย เข้าร่วมในแคมเปญนี้ด้วย สามารถติดตามได้จาก https://www.facebook.com/vjlittlebeam/ และ https://www.youtube.com/c/LittleBeamChannel

เนื่องในโอกาสวันคุมกำเนิดโลก 2564 หรือ World Contraception Day 2021 ในต่างประเทศ ไบเออร์ยังร่วมกับองค์กรพันธมิตรนานาชาติ ดำเนินการผ่านโครงการ Your Life จัดให้มีกิจกรรมรณรงค์เพื่อลดปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์และส่งเสริมให้เกิดความรู้การคุมกำเนิดอย่างถูกต้อง ผ่านทางเว็บไซต์ www.yourlife.com นับเป็นอีกหนึ่งความมุ่งมั่นขององค์กรภาคีที่ดำเนินกิจกรรมนี้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 15 พร้อมกันใน 70 ประเทศทั่วโลก

GAC AION ขนที่สุดของซูเปอร์คาร์รถไฟฟ้า Hyper SSR ขุมพลัง 1,225 แรงม้า 0-100 กม.ต่อชั่วโมง ภายในเวลา 1.9 วินาที ให้ผู้ขับได้สัมผัสแรงกระชากในระดับ 1.7 G ในงาน Motor Expo 30 นี้

                 GAC AION  มาเหนือเมฆขนขุมพลังแห่งรถไฟฟ้า 100% ระดับไฮเอน Hyper SSR ด้วยขุมพลัง 1,225 แรงม้า 0-100 กม. ต่อชั่วโมง ภายในเวลา ...