วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2563

คุณสุภกิต เจียรวนนท์ นำคณะนักเรียน วปอ. เข้าศึกษาดูงาน ณ สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ CPLI จ.นครราชสีมา

 คุณสุภกิต เจียรวนนท์ นำคณะนักเรียน วปอ. 

เข้าศึกษาดูงาน ณ สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ CPLI จ.นครราชสีมา


คุณสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ บริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด นำคณะนักเรียน วปอ. เข้าศึกษาดูงาน ณ สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ CPLI อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา โดยมี พลตรีทรงวิทย์  หนุนภักดี  (รองแม่ทัพภาคที่ 1) และ พันเอกเกรียงศักดิ์  ภัทรพงศ์สินธุ์ (รองผู้บัญชาการ ศูนย์สงครามพิเศษ จ.ลพบุรี) นำคณะวปอ. เข้าเยี่ยมชม














เจ้าของรางวัลคนดีเด่นแห่งปี ประกาศเดินหน้าทำงานเชิงรุกด้านดิจิทัลหลังได้รับแต่งตั้งเป็นรองผู้ว่าฯททท.ด้านดิจิทัล วิจัย และพัฒนา เตรียมเดินหน้างานด้านดิจิทัลเต็มรูปแบบ คาดหวังสร้างกลุ่มเครือข่ายนักท่องเที่ยวจิตอาสาด้านเทคโนโลยี่ไปพร้อมการท่องเที่ยวแบบปลอดภัยและคำนึงถึงสุขภาพในยุคโควิด 19

เจ้าของรางวัลคนดีเด่นแห่งปี ประกาศเดินหน้าทำงานเชิงรุกด้านดิจิทัลหลังได้รับแต่งตั้งเป็นรองผู้ว่าฯททท.ด้านดิจิทัล วิจัย และพัฒนา เตรียมเดินหน้างานด้านดิจิทัลเต็มรูปแบบ คาดหวังสร้างกลุ่มเครือข่ายนักท่องเที่ยวจิตอาสาด้านเทคโนโลยี่ไปพร้อมการท่องเที่ยวแบบปลอดภัยและคำนึงถึงสุขภาพในยุคโควิด 19 





           การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซี่งเป็นรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ได้มีการแต่งตั้งข้าราชการประจำปีในหลายตำแหน่งในส่วนของรองผู้ว่าฯททท.มีผู้เกษียณและ1ในนั้น นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ ผอ.ภูมิภาคกลางได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าการการท่องเที่ยวด้านดิจิทัล วิจัย และพัฒนา ซึ่งถือว่าเป็นหน่วยงานที่สำคัญหน่วยงานหนึ่งในการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในยุคประเทศไทย4.0 ที่จะต้องใช้เทคโนโลยี่เข้ามาช่วยในการทำงานเพื่อทันกับยุคสมัยในปัจจุบัน ซึ่งภายหลังได้รับประกาศแต่งตั้ง”นายอภิชัย”กล่าวถึงการที่จะต้องทำงานแบบเชิงรุกในการใช้เทคโนโลยี่ทุกด้าน เพราะภารกิจของตำแหน่งรองผู้ว่าฯด้านนี้ต้องดูแลงานด้านดิจิทัล แล้วยังรวมไปถึงงานด้านวิจัย และการพัฒนาควบคู่กันไป ซึ่งในด้านนี้ททท.มีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถที่จะขับเคลื่อนงานด้านนี้อย่างเต็มที่ เพราะการท่องเที่ยวในปัจจุบันทุกคนสามารถที่จะเข้าถึงข้อมูลข่าวสารหาแหล่งท่องเที่ยวได้สะดวกและรวดเร็วจากการใช้เทคโนโลยี่ โดยเฉพาะมือถือ หรือข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตและเวปต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วกว่าในอดีต จึงเป็นยุคท่องเที่ยวใช้เทคโนโลยี่เข้ามาช่วยให้การเดินทางท่องเที่ยวได้อย่างง่ายดาย

 



                  รองผู้ว่าฯททท.ด้านดิจิทัลฯ กล่าวต่อไปว่าตนเองพร้อมเดินหน้าทำงานในเชิงรุกด้านดิจิทัลให้เกิดประสิทธิภาพอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างมิตรภาพและเครือข่ายกับกลุ่มคนไทยที่ใช้เทคโนโลยี่สมัยใหม่มาเป็นพลังเที่ยวด้วยจิตอาสา เที่ยวแบบปลอดภัยและรักษาสุขภาพในสถานการณ์โควิด19 ที่เราจะต้องปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตในการเดินทางท่องเที่ยวไปพร้อมกัน ซี่งในองค์กรเราผู้นำขององค์กรผู้ว่าฯททท.”ดร.ยุทธศักดิ์  สุภสร” ท่านเป็นนักบริหารชั้นยอดอยู่แล้ว เพียงแต่ทีมงานหน่วยงานต่างๆที่รับผิดชอบร่วมกันทำงานขับเคลื่อนกันเป็นทีมเวิร์ค งานทุกอย่างก็จะไปได้ดี ผมเคยผ่านงานสำคัญ ๆในช่วงเป็นผู้อำนวยภูมิภาคภาคกลางฯ(มาหลายงานสำคัญ เช่น งาน  5ธันวา สะพานภูมิพล ทำเพื่อรำลึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 9,  งานเที่ยวตามฝันครั้งหนึ่งในชีวิต มอบให้กับผู้บำเพ็ญประโยชน์ที่มีรายได้น้อย เช่น กลุ่ม อสม. ,อพปร. ,อสส. อพม และรวมถึงงานศาสตร์พระราชาเพื่อการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน  ซึ่งภารกิจด้านดิจิทัล จึงถือว่ามีบทบาทสำคัญในการมาช่วยขับเคลื่อนการทำงานของหน่วยงานแล้วยังสนับสนุนงานในส่วนของรัฐบาลได้อย่างเต็มที่

 


                      สำหรับนายอภิชัยฯ รองผู้ว่าฯททท.ด้านดิจิจัล วิจัย และพัฒนาฯเคยได้รับรางวัลผู้บริหารแห่งปี 2560(CEO Thailand Awards2017)จากพล.อ.พิจิตร  กุลละวาณิชย์ (องคมนตรีในรัชกาลที่ 9) และรางวัลคนดีเด่นแห่งปี 2562 จากมูลนิธิสร้างสรรค์สังคมไทย ซี่งชีวิตการทำงานเริ่มตั้งแต่พนักงานบริหารทั่วไป 3 งานประสานงานศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวและผ่านงานทั้งด้านดูแลมัคคุเทศก์, หัวหน้างานอเมริกา(ฝ่ายตลาดต่างประเทศ),หัวหน้าส่งเสริมสินค้าที่ระลึก,หัวหน้าส่งเสริมสินค้าที่ระลึกและงานกองส่งเสริมกิจกรรมฯลฯ



วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2563

โครงการคืนคุณแผ่นดิน จัดงาน”ทำดีด้วยหัวใจ เทิดไท้องค์ราชัน” พร้อมมอบรางวัลโครงการเยาวชนคนสร้างชาติ กว่า 2.6 ล้านบาท สนับสนุนกิจกรรมสาธารณประโยชน์

 โครงการคืนคุณแผ่นดิน จัดงาน

”ทำดีด้วยหัวใจ เทิดไท้องค์ราชัน” 

พร้อมมอบรางวัลโครงการเยาวชนคนสร้างชาติ กว่า 2.6 ล้านบาท 

สนับสนุนกิจกรรมสาธารณประโยชน์



โครงการคืนคุณแผ่นดิน จัดงาน”ทำดีด้วยหัวใจ เทิดไท้องค์ราชัน” พร้อมบรรยาย ประวัติศาสตร์ชาติไทยและบุญคุณของพระมหากษัตริย์ไทย เพื่อให้เกิดความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ทั้งนี้มีพิธีการมอบรางวัลและเงินรางวัลการแข่งขัน โครงการเยาวชนคนสร้างชาติ รุ่นที่ 1 สนับสนุนเยาวชนในการทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ ต่อสังคมและประเทศชาติ ณ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.)




โครงการคืนคุณแผ่นดิน จัดงาน”ทำดีด้วยหัวใจ เทิดไท้องค์ราชัน” พร้อมบรรยายพิเศษเรื่องประวัติศาสตร์ชาติไทยและบุญคุณของพระมหากษัตริย์ไทย โดยพลเอก นเรนทร์ สิริภูบาล ผู้บัญชาการสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ เป็นประธานเปิดการอบรม




คุณประสิทธิ์ เจียวก๊ก ประธานโครงการคืนคุณแผ่นดิน เป็นประธานในการมอบรางวัลโครงการเยาวชน คนสร้างชาติ และได้รับความร่วมมือจากวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ (วปอ.) สนับสนุนวิทยากรคือ




นายกองโทธารณา คชเสนี เป็นวิทยากรบรรยาย การอบรมนี้มีเป้าหมายเพื่อธำรงความมั่นคงสถาบันหลักของชาติภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ส่งเสริมปลูกฝังความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาติไทย เพื่อให้คนในชาติเกิดความรักสามัคคี ความปรองดองในสังคมตลอดจนมีความสำนึกและจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์




โดยมีผู้เข้าร่วมการอบรมได้แก่ นักศึกษาวิทยาลัยนานาชาติเซนต์เทเรซา นักศึกษาราชภัฎยะลา นักศึกษามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง นักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี นักศึกษามหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ นักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง นักศึกษามหาวิทยาลัยพิษณุโลก นักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย นักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และนักเรียนโรงเรียนกุนนทีรุทธารามวิทยาคม ครั้งที่ 1 จำนวน 550 คน วันที่ 22 สิงหาคม 2563 ณ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร




ทั้งนี้โครงการอบรมดังกล่าว เพื่อให้เยาวชนได้รับรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทยและบุญคุณของพระมหากษัตริย์ อันจะก่อให้เกิดความรู้รักสามัคคี ประชาชน และประเทศชาติต่อไป




คุณประสิทธิ์ เจียวก๊ก ประธานโครงการคืนคุณแผ่นดิน ประธานในการมอบรางวัลโครงการเยาวชน คนสร้างชาติ วัตถุประสงค์ เพื่อสร้างเยาวชนต้นแบบจิตอาสาในระดับมหาวิทยาลัยที่มีทักษะความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับจิตอาสา เป็นนักคิด นักปฏิบัติ มีจิตสาธารณะพร้อมกับเป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับ สามารถส่งเสริมให้เยาวชนต้นแบบจิตอาสาในระดับมหาวิทยาลัยมีทัศนคติที่ดีต่อสังคมและมีจุดยืน ฐานชีวิตที่มั่นคง มีคุณธรรม จริยธรรม เป็นพลเมืองที่ดีของประเทศ และยังสามารถนำทักษะ ความรู้ ความเข้าใจ ไปปฏิบัติเพื่อเผยแพร่ให้แก่ชุมชน เป้าหมาย สนับสนุนให้เยาวชนได้ทำกิจกรรมเพื่อสาธารณะประโยชน์ ในกลุ่มเยาวชนของประเทศไทย ที่ได้รับการคัดเลือกจากทางมหาวิทยาลัยเพื่อให้เยาวชนได้มีขวัญ กำลังใจ และมีส่วนส่งเสริม สนับสนุน ให้เยาวชนได้ทำความดี และทำกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ได้มากขึ้น




โครงการคืนคุณแผ่นดิน สนับสนุนทุนการทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ของเยาวชน ระยะเวลา 1 ปี ทั้งหมดรางวัลที่ 1 –รางวัลที่ 7 มูลค่า 2,600,000 บาท




กิจกรรมการแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ

  1. แบบการวัดผลที่ 1 : ด้านโซเชี่ยล การแข่งขันทำคลิปวิดีโอ หัวข้อเกี่ยวกับปัญหาด้านสังคมที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้
  2. แบบการวัดผลที่ 2 : แบบปฏิบัติการลงพื้นที่ ผู้เข้าแข่งขันจะได้จังหวัดที่จะทำโครงการ มหาวิทยาลัยละ 1 จังหวัด โดยมี 10 หมู่บ้านในโครงการหมู่บ้านพัฒนาอย่างยั่งยืน สามารถต่อยอดโครงการในพื้นที่ 
ผลการแข่งขัน 

รางวัลที่ 1 วิทยาลัยนานาชาติเซนต์เทเรซ่า ลงพื้นที่หมู่ 5 บ้านวัดขวาง ตำบลบ้านไร่ อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก 

รางวัลที่ 2 มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ลงพื้นที่หมู่ 5 บ้านเกาะไหล ตำบลบ้านหาร อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา 

รางวัลที่ 3 มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ลงพื้นที่หมู่ 3 บ้านดงป่าสัก ตำบลบ้านด้าย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย 

รางวัลที่ 4 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี หมู่ 5 บ้านวังน้ำมอก ตำบลพระพุทธบาท อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย 

รางวัลที่ 5 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ลงพื้นที่หมู่ 8 บ้านปากมาบ ตำบลบางแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม 

รางวัลที่ 6 มหาวิทยาลัยขอนแก่น หมู่ 3 บ้านจอหอ ตำบลจอหอ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา 

รางวัลที่ 7 มหาวิทยาลัยรามคำแหง ลงพื้นที่ หมู่ 9 บ้านหนองปล้อง ตำบลสุขเดือนห้า อำเภอเนินขาม จังหวัดชัยนาท





ตัวแทนวิทยาลัยนานาชาติเซนต์เทเรซ่า กล่าวว่า ดีใจมากที่ได้รับรางวัลที่ 1 โครงการเยาวชน คนสร้างชาติ เป็นการปลูกฝังการเป็นจิตอาสาให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญชองชาติในอนาคต บุคคลกลุ่มนี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนในการพัฒนาชุมชนและสังคมอย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพในอนาคต ในการลงพื้นที่ทำกิจกรรมครั้งนี้สิ่งที่เราได้รับคือ ประสบการณ์และได้เรียนรู้วิถีชีวิตของชุมชน ได้รู้จักการเป็นผู้ให้ การเป็นจิตอาสา และยังใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ อีกส่วนหนึ่งที่เราไม่คาดคิดว่าเราจะได้รับจากการทำกิจกรรมในครั้งนี้ นั้นก็คือ ความร่วมมือจากชุมชนไม่ว่าจะเป็น ผู้นำชุมชน กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านและชาวบ้านรวมถึงน้องๆเยาวชนในชุมชนที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เราได้รับโอกาสดีๆในการหาประสบการณ์ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีในห้องเรียน และสมาชิกส่วนหนึ่งในคณะทำงานของเรายังไม่เคยมีประสบการณ์ในการลงพื้นที่ทำกิจกรรมในรูปแบบนี้ แต่หลังจากที่ได้ลงพื้นที่ทำกิจกรรมแล้วสิ่งที่ทุกคนได้รับนอกจากประสบการณ์ในทำงานร่วมกันแล้ว เรายังได้รู้จักการอยู่ร่วมกัน การช่วยเหลือซึ่งกันและกันภายในสังคมรวมถึงในการทำโครงการนี้เรายังได้สร้างประโยชน์ต่อชุมชนและสังคมอีกด้วย ขอขอบคุณ คุณประสิทธิ์ เจียวก๊ก ประธานโครงการคืนคุณแผ่นดินและโครงการเยาวชนคนสร้างชาติ ที่ได้มอบโอกาสดีๆให้กับนักศึกษา เยาวชน ในการลงพื้นที่ทำกิจกรรมในครั้งนี้ รวมไปถึงได้ให้การสนับสนุนและความช่วยเหลือในรูปแบบต่างๆ จนกระทั่งโครงการของเราได้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี

รายชื่ออาจารย์และนักศึกษาที่ลงพื้นที่ อาจารย์ภูริภัทร ปัตถา /อาจารย์สุภาพร นันทศักดิ์/นายวทัต ฉายะวงษ์/นางสาวปนัดดา แจ้งเพชร / นางสาวกัญญารัตน์ โปธิเรือน / นางสาวนิติพร เพ็ชรฉกรรจ์ /นายจักพรรดิ์ จำปาเทพ /นายทวีพล คงทันดี / นางสาวสุพัตร เกษมุล / นางสาวชมพูนุท ทวีเลิศ



ตัวแทนมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา (รางวัลที่ 2) กล่าวว่า สามารถนำศาสตร์ความรู้ในเรื่องของการทำเเชมพู เจลล้างมือเเละยากันยุงมาเผยเเพร่เเละต่อยอดเพื่อเป็นอาชีพเสริมให้กับคนในสังคมได้มีอาชีพที่มั่นคง ทำให้ระบบเศรษฐกิจของคนในพื้นที่เจริญยิ่งขึ้นซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนเเปลงเเละพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้ามากขึ้น ได้ประโยชน์จากการเข้าร่วมโครงการเยาวชนคนสร้างชาติ ได้ทำกิจกรรมเพื่อบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม ได้รู้จักการเสียสละเเละมีความสามัคคี เป็นการส่งเสริมให้นักศึกษาใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ได้เรียนรู้การเเก้ปัญหาเฉพาะหน้า ขอบคุณโครงการเยาวชน คนสร้างชาติ ที่สร้างโครงการดีๆนี้ขึ้นมาเเละเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เข้าร่วมโครงการเพื่อไปพัฒนาสังคมเเละประเทศชาติให้มีความเจริญก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น

รายชื่ออาจารย์และนักศึกษาที่ลงพื้นที่ ผศ.วาสนา พิทักษ์ธรรม / นายจรัญ พิทักษ์ธรรม /นายอารีย์ จันทร์เรือง /นางสาวจีระภา บุญเกตุ / นางสาวอารีฟะห์ สะมะแอ / นายลุกมัน เส็งหลี / นางสาวนัฐยมี ปานกลาย / นางสาวอาอีเซาะห์ เจ๊ะอาแซ/ นางสาวฟาซีรา เงาะ / นายมูฮำหมัดฮาฟีซู เปาะแต




ตัวแทนมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (รางวัลที่ 3 ) กล่าวว่า โครงการเยาวชนคนสร้างชาติ ทำให้เยาวชนได้ลงพื้นที่และทำงานร่วมกับชาวบ้านแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน ชาวบ้านได้ให้ความรู้เกี่ยวกับวิถีชีวิตในชุมชน อาชีพในชุมชน นักศึกษาได้ไปให้ความรู้เกี่ยวกับการต่อยอดอาชีพที่มีอยู่ภายในชุมชุน เป็นการคืนคุณ คืนความรู้ และเปลี่ยนความรู้ระหว่างกลุ่มเยาวชนและชาวบ้าน ขอบคุณทางโครงการเยาวชนคนสร้างชาติ ขอบคุณคุณประสิทธิ์เจัยวก๊ก ประธาน ที่ได้ จัดโครงนี้ขึ้น ให้เราได้มีโอกาสได้ตอบแทนคุณแผ่นดินโดยการทำกิจกรรมแลกเปลี่ยนความรู้ เพื่อต่อยอดการเสริมสร้างรายได้ต่างๆให้กับชุมชน

รายชื่ออาจารย์และนักศึกษาที่ลงพื้นที่ ศศิชาฎา บุญจวง /ณัฐชนน ชัยอำนาจ /นราธร ยอดสง่า/ ภัทรวดี ตรีตรง/วิลาสินี มะโนชมภู / ปิยะธิดา ศรีทอง / ฌานนิช นวลคำ / ปนัดดา เข็มทอง /หัสยา วันดี


ตัวแทนมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (รางวัลที่ 4 ) กล่าวว่า ประโยชน์ที่ได้รับจากการเข้าร่วมโครงการคือ ได้เกิดไอเดียใหม่ๆ ที่เกิดจากการที่โครงการมอบหมายงานให้ ทำให้ทีมงานต้องระดมสมองช่วยกันคิดและเเก้ปัญหาที่เกิดขึ้น เป็นอีกประสบการณ์ที่ได้รับ สามารถต่อยอดในข้อบกพร่องและสิ่งที่ขาดไปของชุมชนได้ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ สังคมหรือด้านต่างๆ หลักสำคัญคือจะทำยังไงให้คนในชุมชนเห็นความสำคัญของการพัฒนา แล้วพัฒนาไปพร้อมใจด้วยใจที่เปิดรับ ขอขอบคุณโครงการที่ให้โอกาสทางทีมงานได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน และขอบคุณที่มอบประสบการณ์ให้กับพวกเรา

รายชื่ออาจารย์และนักศึกษาที่ลงพื้นที่ ผศ.ว่าที่ร.ต.หญิง ยุวดี กวาตระกูล / นายปรัชญา สุพรรณแดง /นายเมธา แค่มจันทึก / นายเมธี แค่มจันทึก/ นายนลนภัทร พูลเพิ่ม/ นายทัศนัย ฮับซัน / นางสาววศินี พรมวงศ์ / นางสาวชุลีกร หรั่งศิริ




ตัวแทนมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (รางวัลที่ 5) กล่าวว่า การเข้าร่วมโครงการเยาวชนคนสร้างชาติ ทำให้มีจิตสำนึกแห่งการเป็นพลเมือง กระตุ้นให้เกิดการสำนึกในสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบ ทั้งต่อตนเอง ครอบครัว สังคมและประเทศชาติ สร้างพื้นฐานความรู้ความเข้าใจการพัฒนาประเทศรอบด้านอย่างมีปัญญา รู้คิด ครบทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม การศึกษา สุขภาพ เพื่อเตรียมพร้อมสู่บทบาทของผู้นำ เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายโครงการ คืนคุณแผ่นดิน นักศึกษาคนรุ่นใหม่ ร่วมมือเชิงสร้างสรรค์ในการพัฒนาสังคมและประเทศ ประโยชน์ที่ได้จากการเข้าร่วมโครงการ ได้เรียนรู้การวางแผน การแก้ไขปัญหาและกระบวนการทำงานเป็นธีม ได้รับประสบการจริงและนำไปให้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้ ชมรมค่ายอาสามหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ขอขอบคุณ คุณประสิทธิ์ เจียวก๊ก ประธานโครงการคืนคุณแผ่นดิน ที่สนับสนุนที่โครงการเยาวชนคนสร้างชาติ ทำกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษามีส่วนร่วมกับชุมชนเพื่อพัฒนาสังคมละประเทศชาติ และขอให้มีโครงการดีๆแบบนี้เรื่อยๆค่ะ ชมรมค่ายอาสามหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ขอขอบคุณอีกครั้งค่ะ

รายชื่ออาจารย์และนักศึกษาที่ลงพื้นที่ นายอาคม ขุนทอง อาจารย์ที่ปรึกษา /นายสุรสิทธิ์ ธงทวัฒน์ เจ้าหน้าที่ /นายชนินทร์ อุดมพืช / นางสาวชนิศา สีสันต์ /นางสาวทิพวรรณ การปลื้มจิตต์ /นายชนาธิป รื่นระรส /นายยุทธพงษ์ คำเพชร /นางสาวกนกวรรณ ครองศิล / นางสาวเสาวภาคย์ วงษ์ขาว /นางสาวสุภาวิตา สกุลโอ๋ /นางสาวจุฑามาศ นีระมิตร /นางสาวสุพิชญา คงผึ้ง / นางสาวสุนันทา สิงห์ตุ๋ย /นายภาณุพันธุ์ จันทร์โต / นายพิทักษ์ เศวตนันท์ /นายกฤษณะ แก้วสุวรรณ /นางสาวธนัฏฐา ประสพสม / นางสาวกฤษณา เฟื่องฟุ้ง / นางสาววิภาวินี บุญรอด /นางสาวชลธิชา โพธิ์เผือก /นางสาวพิมพ์พิชชา เลยไธสง /นายติณณภัทร์ ยอดทอง


ตัวแทนมหาวิทยาลัยขอนแก่น (รางวัลที่ 6 ) กล่าวว่า โครงการเยาวชนคนสร้างชาติ ทำให้ได้เรียนรู้ทักษะกระบวนการทำงานเป็นทีม ได้สร้างประโยชน์แก่ประเทศชาติ อาทิ การช่วยเหลือชาวบ้านและชุมชนให้มีอาชีพที่มั่นคงและยั่งยืน ได้นำองค์ความรู้ที่มีไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริง ขอขอบคุณทางโครงการที่ให้โอกาสชมรมอาสาพัฒนา มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้สร้างประโยชน์ให้กับสังคมและประเทศชาติ

รายชื่ออาจารย์และนักศึกษาที่ลงพื้นที่ จารุวัฒน์ มหามาตร / สุดารัตน์ จูมแก้ว / ปราจรีย์ บัวกอง /กัญญาณัฐ วงค์แก้ว



ตัวแทนมหาวิทยาลัยรามคำแหง (รางวัลที่ 7) กล่าวว่า โครงการเยาวชนคนสร้างชาติ ทำให้น้องๆเยาวชน อนาคตของชาติได้เรียนรู้ความหมายจิตสาธารณะ การเสียสละ การให้ และเกิดการพัฒนาจิตใจในการทำดีเพื่อสังคมส่วนรวมมากกว่าส่วนตน ในนามมหาวิทยาลัยรามคำแหงขอขอบคุณโครงการคืนคุณแผ่นดินเป็นอย่างมากที่สนับสนุนการจัดโครงการในครั้งนี้ ซึ่งถือว่าเป็นโครงการที่ส่งเสริม สนับสนุน ให้เยาวชนได้เรียนรู้ความหมายจิตสาธารณะ การเสียสละ การให้ และเกิดการพัฒนาจิตใจในการทำดีเพื่อสังคมส่วนรวมมากกว่าส่วนตนและสามารถนำความรู้ 5 มิติ มาบูรณาการร่วมกับชาวบ้านในชุมชนในพื้นที่ให้เกิดประโยชน์ต่อไป

รายชื่ออาจารย์และนักศึกษาที่ลงพื้นที่ กิตติพงษ์ แทนคุณ / ศุภชัย กิ้มชาวสวน /ดลอาซีด ชายเร๊ะ / ราเชน คงยิ่ง/ สิทธิชัย พะยอม / วลีญา ไกรวงศ์ / จีรศักดิ์ สมสร / ไพจิตร โคตรมี / ดาริกา มากมูล / นฤชน รักษ์จันทร์


มหาวิทยาลัยทั่วประเทศที่สนใจเข้าร่วม “โครงการเยาวชน คนสร้างชาติ รุ่นที่ 2” เปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมทาง Facebook : โครงการคืนคุณแผ่นดิน หรือโทรสอบถามเจ้าหน้าที่เยาวชนคนสร้างชาติ อรรถพล ภูผา 063-901-1225 คุณได้รับคำเชิญให้เข้าร่วม “เยาวชน คนสร้างชาติ” โปรดแตะลิงก์ด้านล่างเพื่อเข้าร่วมโอเพนแชทนี้




ติดต่อประชาสัมพันธ์โครงการคืนคุณแผ่นดิน นุช นพวรรณ ดุจศรีวัชร์ 062-245-1457


วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2563

สุดมหัศจรรย์! “พระอาทิตย์ทรงกลด” ขณะอัญเชิญ ‘พระมหาโพธิสัตว์(กวนอิม)’ ขึ้น ณ แท่นประทับหยกขาว

 สุดมหัศจรรย์! “พระอาทิตย์ทรงกลด” 

ขณะอัญเชิญ พระมหาโพธิสัตว์(กวนอิม)’ ขึ้น ณ แท่นประทับหยกขาว


วันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๓ (วันพระ) ผมขอน้อมนำ มหาบุญ มหากุศล มาฝากครับ

สมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าอาวาสวัดยานนาวา, กรรมการมหาเถรสมาคม มีดำริให้อัญเชิญองค์พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร (เจ้าแม่กวนอิมหยกขาว ปาง ๔ พระพักตร์) ซึ่งเดิมประดิษฐาน ณ วัดยานนาวา กรุงเทพฯ ให้ไปประดิษฐานณ สำนักสงฆ์เทพสถิตย์ฯ จ.ชัยภูมิ เพื่อให้ญาติโยมในพื้นที่ได้กราบไหว้สักการะ

โดยทันทีที่ได้อัญเชิญองค์พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ประดิษฐานยังแท่นหินหยก พระอาทิตย์ทรงกลด” บนท้องฟ้าเหนือยอดแท่นได้ปรากฏขึ้นอย่างอัศจรรย์ ซึ่งถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีและเป็นมหาสิริมงคลยิ่งนัก

กราบอนุโมทนาในมหาบุญ มหากุศล อันเป็นมหามงคลฤกษ์ยิ่งนี้ร่วมกันครับ สาธุ











ดาต้า เพาเวอร์ เผย ทิศทางการตลาดครึ่งปีหลัง

 ดาต้า เพาเวอร์ เผย ทิศทางการตลาดครึ่งปีหลัง 



ดาต้า เพาเวอร์ เผยทิศทางการตลาดครึ่งปีหลัง ชูเรื่องสินค้าคุณภาพราคาเข้าถึงง่าย ปรับกลยุทธ์เน้นเรื่องการขายออนไลน์และโปรโมชั่นโดนใจ พร้อมจับมือผู้ประกอบการเฟอร์นิเจอร์  ผู้ผลิต และ ดีไซน์เนอร์ ยกระดับปลั๊กไฟธรรมดาไปสู่การใช้เป็นอุปกรณ์ประดับบ้าน และสร้างสรรค์  สินค้างานดีไซน์ขายแบบ พรีออเดอร์บนเวปไซต์ พร้อมออกสินค้าประเภท DIY ราคาถูก ให้รายย่อยสามารถต่อยอดธุรกิจ ลุยวิกฤตโควิด-19 และทำการ CSR อย่างเป็นกระบวนการโดยพยายามกระจายให้สู่ชุมชนที่ดาต้าเข้าถึงให้โตและยั่งยืนไปด้วยกัน 



นายอภิสฤษฎิ์ นิรุชทรัพย์รดา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดาต้า เพาเวอร์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายปลั๊กไฟมากว่า 35 ปี ภายใต้แบรนด์ ดาต้า ( DATA ) เชื่อในสิ่งที่ดีที่สุด” ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้นำ การทำตลาดปลั๊กไฟในประเทศไทยที่มีการลงทุนด้านสินค้า นวัตกรรม การออกแบบ และทำตลาดมาอย่างต่อเนื่องยาวนานที่สุด เปิดเผยถึงทิศทางในการทำตลาดครึ่งปีหลังนี้ว่า ดาต้าพร้อมจับมือกับผู้ประกอบการ ในวงการเฟอร์นิเจอร์ และดีไซน์เนอร์ สร้างพันธมิตร สร้างงาน สร้างอาชีพ และทำการตลาดออนไลน์ ภายใต้คอนเซ็บต์ นวัตกรรม สวยงาม ใช้งานได้ โดยจะเน้นให้ผู้ประกอบการเข้ามาพูดคุยแลกเปลี่ยน ทำสินค้าใหม่ และ โปรโมทขายออนไลน์และออฟไลน์ทางช่องทางที่ดาต้ามี เพื่อเป็นการส่งเสริม และสร้างงาน สร้างอาชีพ ให้กับคนที่มีไอเดีย มีความคิดสร้างสรรค์ที่ต้องการพันธมิตร ความรู้และช่องทางการขาย ในยุคโควิด-19 นี้ โดย ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถติดต่อมาได้ที่บริษัทโดยตรง www.facebook.com/datatrustedpower หรือ  line official @datatrustedpower 

 ที่ผ่านมา ดาต้า ได้ใช้คอนเซ็บต์ เชื่อในสิ่งที่ดีที่สุด บนพื้นฐานของความเข้าใจในแบรนด์ ท างานมาโดยตลอด เพราะคิดถึงทุกฝ่ายที่มีส่วนได้เลีย ตั้งแต่ลูกค้า คู่ค้า ซัพพลายเออร์ลูกน้อง ในการทำงานเราจึงต่อยอดแนวความคิดกับดีไซน์เนอร์ต่างประเทศ สร้างขึ้นมาเป็นแพลตฟอร์ม สำหรับดีไซน์เนอร์และผู้ผลิตบนเว็บไซต์ Thedomani.com โดยหลักกการคือ นำเอาไอเดียมาเปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์และขายบนช่องทางออนไลน์ในลักษณะ พรีออเดอร์ ( Preorder ) เพื่อร่วมกันออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรม สวยงาม สามารถใช้งานได้ทั้งฟังก์ชั่น และแก้ปัญหาจุดบกพร่องต่างๆ ผ่านมุมมองของผู้ออกแบบ รวมถึงการช่วยทำตลาดในประเทศไทยให้ โดยมีสินค้าพร้อมจำหน่ายแล้วหลายตัว ที่มาจากแนวคิดการออกแบบสำหรับวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่าเดิม ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล 4.0 ที่มีมือถือ อุปกรณ์ไอที และ IOT เป็นตัวแปรสำคัญ ซึ่งเฟอร์นิเจอร์รุ่นแรกที่ออกแบบมา สามารถประยุกต์เอาปลั๊กไฟไปใช้ได้ทุกที่ในบ้านเรียกได้ว่า สามารถที่จะติดตั้ง หรือ วางกูเกิ้ล โฮม หรือ อเมซอน อเล็กซ่า บนเฟอรฺ์นิเจอร์ที่ถูกออกแบบมาบน platform thedomani.com โดยจะวางไว้ในตำแหน่งไหนของบ้านก็ได้ เพื่อเป็นการตอบสนองต่อวิถีชีวิตแนวใหม่ที่ทุกคนอยากกำหนดชีวิตเองได้เช่น การนำปลั๊กไฟไปอยู่กับเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้น ทุกที่ เพื่อเชื่อมต่อ และใช้งานกับอุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างลงตัว 

ยกตัวอย่างสินค้า The Cat ที่นำเอาอุปกรณ์สำหรับชาร์จไฟแบบยูเอสบี ผสานกับของตกแต่งบ้านอย่างลงตัว  เหมาะกับการตกแต่งห้อง และชาร์จอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้แบบไม่รก และจะนำแนวคิดแบบนี้ ไปสร้างผลงานใน สินค้ารุ่นต่อๆไป เป็นการสร้างอาชีพให้กับงานฝีมือในสาขาอื่นต่อไป ตั้งเป้าการสร้างงานให้ได้ถึง 1,000,000 บาทภายในสิ้นปี ดาต้า ยังเตรียมแผนส่งออกสินค้าดีไซน์ที่ผลิตในไทยไปต่างประเทศ นอกจากนี้ยังได้ร่วมมือกับ  บริษัท อาร์ ที บี เทคโนโลยี จำกัด นำนวัตกรรมสายชาร์จไฟมาต่อยอด เรียกว่าครบวงจร เสียบปลั๊กชาร์จไฟ  เสริมความแข็งแกร่งไปด้วยกัน เป็นแบบอย่าง อีโค ซิสเต็ม ที่หาพันธมิตรโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน ” นาย อภิสฤษฎิ์ กล่าว 

สำหรับทุกคนที่กำลังต่อสู้กับวิกฤตโควิด-19 ดาต้า ยังสนับสนุนสินค้าประเภท DIY ให้อย่างเต็มที่ เพื่อตอบรับกระแสการตกแต่งต่อเติมบ้านด้วยการท าเอง หรือแม้แต่การประดิษฐ์เพื่อสร้างงานเชิงพาณิชย์  สอดคล้องกับกระแส work from home ต่อให้ปิดเมืองก็ต้องรอด ต้องมีอาชีพเลี้ยงดูครอบครัว คนอยู่บ้านสามารถทำอาหารขายผ่านทางช่องทางออนไลน์ หรือ หากคิดจะเริ่มต้นทำร้านธุรกิจเล็ก ๆ เช่น ร้านชา หรือ  ร้านกาแฟ ดาต้า จะเป็นส่วนช่วยสนับสนุนด้วยชุดสินค้าประเภท DIY เริ่มต้นด้วยการเพิ่มช่องเสียบปลั๊ก เพิ่มจุดเชื่อมต่อปลั๊กไฟสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยมีสินค้าให้เลือกมากมาย เช่น ชุดเต้ารับเดี่ยว ชุดเต้ารับคู่ สวิตช์ไฟ  สายไฟ และปลั๊กลอย เป็นต้น ในราคาที่ย่อมเยาว์ เริ่มต้นไม่ถึง 50 บาท 

นอกจากนี้ ดาต้า ยังไม่เคยลืมสังคม สวนกระแสด้วยการสร้างกระบวนการ CSR แบบยั่งยืน โดยเน้นให้ชุมชน มีรายได้ ช่วยส่งเสริมการทำตลาด ทำผลิตภัณฑ์ ออแกนิกส์ ภายใต้แบรนด์ Nice Organic นำเอา ผลิตภัณฑ์ชุมชนมาต่อยอด โดยมีชุมชนต้นแบบกว่า 14 ชุมชน ร่วมมือกัน เพื่อเป็นอาชีพเสริม พร้อมส่งต่อนวัตกรรม และรองรับอนาคตของชุมชน รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่จะเข้าร่วมกับชุมชนในอนาคต Nice Organic คือสินค้าประเภท food packaging เพราะในช่วงโควิดเราเล็งเห็นว่า แนวโน้มในบรรจุภัณฑ์อาหารประเภทพลาสติกมีแนวโน้มสูงขึ้น และ ใช้เวลานาน พร้อมกระบวนการหลายขึ้นตอนในการก าจัดหรือย่อยสลาย จึง นำเอาผลิตภัณฑ์จากชุมชนต้นแบบ ซึ่งเราเป็นเจ้าแรกๆ ที่ผลิตมาจากวัสดุธรรมชาติ 100% มาต่อยอด เพื่อสร้างระบบนิเวศลดระยะเวลาการย่อยสลายผลิตภัณฑ์จากบรรจุภัณฑ์อาหาร แทนที่จะทิ้งเป็นขยะสามารถแปลงมาเป็น ปุ๋ยได้ เหมือนใบไม้ 



 

วันอังคารที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2563

บทความพิเศษ เรื่อง เคล็ดไม่ลับสุขภาพดีกับคอลลาเจนญี่ปุ่นที่ดูดซึมไวที่สุดในโลก !!

 บทความพิเศษ

เรื่อง เคล็ดไม่ลับสุขภาพดีกับคอลลาเจนญี่ปุ่นที่ดูดซึมไวที่สุดในโลก !!


ในยุคที่อาหารเสริมมีบทบาทในชีวิตประจำวันเพิ่มมากขึ้น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามีหลากหลายแบรนด์ที่ทำออกมาได้น่าสนใจ และมีจุดขายที่แตกต่างกัน แต่การจะเลือกอาหารเสริมมารับประทานนั้นมีองค์ประกอบหลายอย่าง เพราะเป็นสิ่งที่ต้องรับประทานเข้าสู่ร่างกาย จึงต้องคัดเลือกจากสารอาหารที่ร่างกายควรจะได้รับ และความปลอดภัยในตัวสินค้า หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและได้รับความนิยมจากผู้บริโภคคือคอลลาเจน

 คอลลาเจนเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่พบได้ทั่วร่างกายของเรา โดยเฉพาะในกระดูก เอ็นกล้ามเนื้อ ขน เส้นผม และเนื้อเยื่อ มีหน้าที่เพิ่มความแข็งแรง ความยืดหยุ่น เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับชั้นผิว แต่คอลลาเจนจะเสื่อมสลายไปตามอายุที่เพิ่มขึ้น หรือจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น รังสียูวี ความเครียด การพักผ่อน การสูบบุหรี่ ไปจนถึงการรับประทานอาหาร ก็ล้วนส่งผลทำให้คอลลาเจนลดน้อยลงได้ทั้งสิ้น จะเห็นว่าเมื่อร่างกายมีคอลลาเจนน้อยลง สิ่งที่ตามมาก็คือ ผิว ผม กระดูก ข้อต่อ รวมไปถึงเล็บ จะไม่แข็งแรง ผิวหนังจะเริ่มเหี่ยว มีริ้วรอย แห้งกร้าน แลดูขาดน้ำ การรับประทานคอลลาเจนญี่ปุ่นเสริม ก็เลยเป็นทางช่วยให้ร่างกายได้รับคอลลาเจนให้เพียงพอต่อการเสริมสร้างส่วนต่าง ๆ

 


วันนี้จึงขอหยิบยกผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Mana Pure Collagen ที่ได้ชื่อว่าเป็นคอลลาเจนญี่ปุ่นที่ดูดซึมไวที่สุดในโลก และเป็นคอลลาเจนญี่ปุ่นที่กำลังมาแรงมากในไทยขณะนี้ ถือเป็นคอลลาเจนญี่ปุ่นนวัตกรรมใหม่ที่แตกต่างจากแบรนด์ทั่วไปตามท้องตลาดอย่างชัดเจน เนื่องจากเป็นคอลลาเจนญี่ปุ่นที่ ผ่านการคัดเกรดมาจากสถาบัน WellnexTM สถาบันคอลลาเจนญี่ปุ่นที่ดีที่สุดในโลก ควบคุมการผลิตด้วยมาตรฐานสูงสุดจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อการันตีคุณภาพคอลลาเจน อีกทั้งยังดูดซึมได้ไวมาก เพราะใช้นวัตกรรมคอลลาเจนไดเปปไทด์ ซึ่งเป็นคอลลาเจนญี่ปุ่นโมเลกุลขนาดเล็กมาก เพียง 200 ดาลตันเท่านั้น จึงทำให้สามารถลำเลียงและดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดและเข้าเซลล์ได้อย่างรวดเร็ว โดยที่ไม่ต้องผ่านการย่อยที่กระเพาะอาหาร ดูดซึมได้ดีกว่าคอลลาเจนทั่วไปถึง 55 เท่า อีกทั้งยังเป็นการรวมตัวกันของคอลลาเจน 3 ชนิด นั่นก็คือ คอลลาเจน ไดเปปไทด์ (Collagen Di Peptide) คอลลาเจน ไตร เปปไทด์ (Collagen Tripeptide) และคอลลาเจน เปปไทด์ (Collagen Peptide) โดยที่คอลลาเจนที่ได้เป็นคอลลาเจนที่สกัดจากปลาทะเลน้ำลึก

 นอกจากเพียวคอลลาเจนญี่ปุ่นแล้ว ก็ยังมีส่วนผสม Vitamin C ที่เป็นตัวช่วยนำพาคอลลาเจน ให้ดูดซึมและทำงานได้ดียิ่งขึ้น หากเน้นการบำรุงผิวพรรณ การรับประทานคอลลาเจนญี่ปุ่นควบคู่ไปกับการทานวิตามินซีถือว่าเป็นสูตรสำเร็จที่ทำให้คอลลาเจนดูดซึมและทำงานได้ดีที่สุด นอกจากนี้ยังมี Rice Ceramide สารสกัดจากข้าวญี่ปุ่น ที่เป็นนวัตกรรมของ MANA เจ้าแรก และเจ้าเดียวในประเทศไทย ที่จะเข้าไปช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น จึงถือว่าเป็นคอลลาเจนญี่ปุ่นที่รับประทานแล้วได้คุณประโยชน์เต็มๆ สำหรับวิธีการรับประทานแนะนำว่าควรทานขณะท้องว่าง ในช่วงเวลาเช้า/ก่อนนอน โดยสามารถที่จะใช้ชงกับเครื่องดื่มร้อนหรือเย็นก็ได้ และยังสามารถผสมในอาหาร ไม่ว่าจะเป็นอาหารคาว อาหารหวาน โดยที่ไม่ทำให้อาหารเสียรสชาติ เพราะตัวคอลลาเจน ไม่มีสี และไม่มีรสคาว ไม่มีการผสมแป้ง ที่สำคัญสามารถละลายได้ง่าย และไม่จับตัวเป็นก้อน เหมาะสำหรับสาว ๆ ที่กำลังควบคุมน้ำหนัก เพราะเป็นสูตร 0% Fat ไม่มีน้ำตาล และไขมัน

 เมื่อร่างกายได้รับคอลลาเจนญี่ปุ่นจะเห็นได้ชัดเจนเลยว่า ผิวสามารถกักเก็บน้ำ และมีความชุ่มชื้นเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ริ้วรอย ความเหี่ยวย่นลดลง รวมไปถึงทำให้ผิวใส ฝ้า กระ จุดด่างดำจางลง สัมผัสผิวฟูนุ่ม เพราะการรับประทานคอลลาเจนญี่ปุ่น เป็นการเสริมบำรุงจากภายใน เป็นผลทำให้เกิดการสร้างผิวใหม่ รูขุมขนกระชับ เรียบเนียน กระจ่างใส และสุขภาพดีมากยิ่งขึ้น นอกจากผลลัพธ์ในด้านการบำรุงผิวและเสริมความงามแล้ว ยังช่วยบำรุงสุขภาพด้วย เพราะคอลลาเจนญี่ปุ่นจะเข้าไปช่วยบำรุงเซลล์ข้อต่อและกระดูก ทำให้มีความแข็งแรง จึงเป็นอาหารเสริมที่ตอบโจทย์ได้อย่างครอบคลุม

 นอกจากการรับประทานคอลลาเจนเสริมแล้ว เพื่อผิวและสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน อย่าลืมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันร่วมไปด้วย ควรหลีกเลี่ยงแสงแดด พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ถูกหลักโภชนาการ และดื่มน้ำให้มากเพื่อช่วยรักษาคอลลาเจนในร่างกายให้คงอยู่ได้ยาวนานยิ่งขึ้น สำหรับท่านใดที่สนใจ Mana Pure Collagen สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม/สั่งซื้อได้ที่ http://www.mana-skincare.com  หรือตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ



วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2563

สถาบันเครือข่ายไทยสร้างสรรค์(สคทส.)Thai Sangsan Institute “สรรค์สร้างไทย อนาคตไทย”ความเห็นต่างในยุคโควิดภิวัฒน์ ชีวิตที่ต้องเป็นแบบ Next Normal

 สถาบันเครือข่ายไทยสร้างสรรค์(สคทส.)

Thai Sangsan Institute “สรรค์สร้างไทย  อนาคตไทย”

 ความเห็นต่างในยุคโควิดภิวัฒน์ ชีวิตที่ต้องเป็นแบบ 

Next Normal


               สถาบันเครือข่ายไทยสร้างสรรค์(สคทส.)Thai Sangsan Institute มองปัญหาสังคมไทยในช่วงโควิดภิวัฒน์ ว่า”บนความคิดเห็นที่เห็นต่าง หรือความคิดที่แตกต่าง ต้องยอมรับและสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข ถ้าเรายึดพื้นฐานเคารพความคิดเห็นของกันและกันหรือแต่ละฝ่ายได้โดยไม่แตกแยกสังคมก็อยู่กันได้   นักวิชาการด้านการศึกษามองปัญหาของโลกวันนี้มันเปลี่ยนแปลงมาพร้อมกับเทคโนโลยี่  ความคิดของคนรุ่นใหม่ จึงแตกต่างจากคนรุ่นเก่า  ทุกอย่างที่เกิดขึ้นนี้กับสถานการณ์โควิดระบาดทั้งโลก จึงไม่ใช่จะดำเนินชีวิตแบบ New Normal แล้วแต่ต้องวางแผนแบบ Next Normal

 

                 นายสมชาย  พหุลรัตน์ ประธานสถาบันเครือข่ายไทยสร้างสรรค์ (สคทส.) Thai Sangsan Institute  ได้เผยถึงการระดมความคิดเห็นของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ของสถาบันฯทางด้านการศึกษาอย่าง ศ.ดร.มณีรัตน์ สวัสดิวัต ณ อยุธยา (ราชบัณฑิตยสถาน-เจ้าของรางวัลการพัฒนาอย่างยั่งยืนจากสหประชาชาติ) ศ.ดร.สุรพล  บุญประถัมภ์ (นักวิชาด้านวัฒนธรรม-ศาสนา) อาจารย์นิดาวรรณ  เพราะสุนทร เลขาธิการสถาบันฯ(ผอ.หลักสูตรนิติศาสตร์ ม.รังสิต) Prof.อิน นฤหล้า (นักวิชาการนานาชาติ-อดีตคณะบดีบริหารธุรกิจม.เอแบค), Prof.ปีแอร์ เดอลาลองด์, Prof.สก็อต บัดเล่ยด์ (โปรแกรมหลักสูตรLeadership)อ.สุพัฒก์ ชุมช่วย(นักวิชาการอิสระหลักสูตรGTO) และ พ.ต.อ.สุรโชค เจษฎาเดช “สารวัตรแรมโบ้” ประธานมูลนิธิป้องกันต่อต้านอาชญากรรมและยาเสพติด(ในฐานะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านกฎหมาย-ยุติธรรมสถาบันฯ)พร้อมนักวิชาการด้านสาธารณสุขและสังคม อ.เภสัชกรอธิวัฒน์  สินรัชตานันท์ ผู้เชี่ยวชาญศาสาตร์แห่งแพทย์ทางเลือกและผู้ทรงคุณวุฒิด้านสมุนไพรและ นายชนแดน พรหมเมศร์ นักธุรกิจด้านสุมนไพร ได้มองปัญหาของประเทศไทยในคณะนี้ที่เราสามารถจัดการปัญหาโรคระบาดไวรัสโควิด 19 ได้เป็นอย่างดีและได้รับคำชมเชย  ซึ่งเป็นเพราะคนไทยเรามีวินัย และเชื่อฟังในข้อมูลข่าวสารของทางการ ถึงแม้จะมีบ้างที่ละเลยในการไม่เซฟตัวเองในการใส่แมส แต่ส่วนใหญ่แล้วก็จะใส่กันแทบทั้งนั้น  แต่ปัญหาอีกเรื่องที่ตามมาในปัจจุบันและปัญหาที่มากับยุคเทคโนโลยี่ แต่เราคิดว่านี้คือปัญหาในช่วงโควิดภิวัตน์ คือการแสดงความคิดเห็นที่เห็นต่างของผู้คนในสังคม(บางส่วน) หรือจะเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะที่เราได้ยินได้ฟังคือคนรุ่นใหม่ มีความเห็นที่ต่างหรือแตกต่างจากคนรุ่นใหม่ในทำนองนั้น

 

                  คณะกรรมการยุทธศาสตร์ทั้งหมดของสถาบันฯมองว่านี้คือ  ความเปลี่ยนแปลงของโลกที่คนรุ่นใหม่เขาก็จะมีความคิดของเขาอาจจะก้าวหน้า หรือจะเรียกว่าก้าวล้ำ แตกต่างจากคนรุ่นเก่าๆ (ขอเรียกว่าผู้อาวุโสหรือผู้เชี่ยวชาญชีวิต ที่มีประสบการณ์มาก่อนก็ได้) ซึ่งบางเรื่องความเห็นจึงเป็นคนละมุมมอง  แต่ผู้ใหญ่เราก็ต้องปรับตัวและฟังคนรุ่นใหม่ให้มาก ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร เพราะเราต้องคิดอยู่เสมอว่า ความคิดเห็นต่าง หรือเห็นแตกต่างกันสามารถอยู่รวมกันได้ บนพื้นฐานความเห็นต่างที่เคารพในความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ก็จะทำให้คนรุ่นก่อนหรือรุ่นใหม่ก็สามารถจะเดินคู่ขนานกันไปได้ แต่ถ้าเราเป็นแบ่งว่าคนรุ่นใหม่ คิดอย่าง คนรุ่นเก่าคิดอย่าง  มันก็ดูถ้าไม่ได้เสียหายอะไร แต่เป็นเรื่องเกี่ยวกับส่วนรวมประเทศชาติเราก็ยอมรับในความคิดเห็นของกันและกัน แต่ต้องไม่นำไปสู่ความขัดแย้ง”

                      นายสมชายฯ ประธานสถาบันฯ กล่าวตอนท้ายว่า”เราอยู่กับโควิดภิวัตน์ เราก็ต้องปรับตัวเองไปทุกอย่างแม้กรทั่งความคิดเห็นก็ต้องปรับตาม เราจะอยู่แบบที่เรียกว่า New Normal ไม่ได้แล้วแต่เราจะต้องวางแผนชีวิตในแบบ Next Normal โลกทั่งโลกเปลี่ยนแปลงเพราะไวรัสตัวนี้เรายังไปมาหาสู่กับชาวโลกแบบปกติเหมื่อนเดิมยังไม่ได้ ตราบใดที่ยังไม่มีวัคซีนออกมาใช้ เพราะฉะนั้นชีวิตจากนี้ไปคือชีวิตแบบเน็คนอร์มอล เราต้องปรับตัวเองทุกอย่าง ตั้งแต่การใช้ชีวิตประจำวัน ร่วมไปถึงความคิดเห็นในบางเรื่องก็คงจะเป็นแบบ Next Normal ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดนั้นคณะกรรมการยุทธศาสตร์ของสถาบันฯจะนำมาถ่ายทอดต่อในรายการตรงประเด็นและทางโซเชี่ยลมิเดีย-ยูทูปส์และเครือข่ายวิทยุของสถาบันฯที่เรามีอยู่ทั้งหมด.




 

 

GAC AION ขนที่สุดของซูเปอร์คาร์รถไฟฟ้า Hyper SSR ขุมพลัง 1,225 แรงม้า 0-100 กม.ต่อชั่วโมง ภายในเวลา 1.9 วินาที ให้ผู้ขับได้สัมผัสแรงกระชากในระดับ 1.7 G ในงาน Motor Expo 30 นี้

                 GAC AION  มาเหนือเมฆขนขุมพลังแห่งรถไฟฟ้า 100% ระดับไฮเอน Hyper SSR ด้วยขุมพลัง 1,225 แรงม้า 0-100 กม. ต่อชั่วโมง ภายในเวลา ...