วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2563

วันหลอดเลือดสมองโลก ภัยเงียบใกล้ตัว รักษาได้ถ้ารู้จักสัญญาณ F.A.S.T “พูดลำบาก ปากตก ยกไม่ขึ้น”

 


องค์กรโรคหลอดเลือดสมองโลก (World Stroke Organization: WSO) ได้กำหนดให้ วันที่ 29 ตุลาคม ของทุกปี เป็นวันหลอดเลือดสมองโลก (World Stroke Day) โดยรณรงค์ให้สังเกตอาการโรคหลอดเลือดสมองโดยใช้หลักการ F.A.S.T หากพบว่าใบหน้าอ่อนแรงหรือหน้าเบี้ยว (FACE)  แขนอ่อนแรง (ARM) พูดผิดปกติ (SPEECH) ให้นึกถึงเวลา (TIME) ควรนำส่งโรงพยาบาลโดยทันทีจะสามารถช่วยลดโอกาสเสี่ยงในการเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตได้

โรคหลอดเลือดสมองแบ่งเป็น 2 ประเภทตามลักษณะการเกิดคือโรคหลอดเลือดสมองตีบตันและโรคหลอดเลือดสมองแตก

จากการสำรวจประชากรขององค์กรโรคหลอดเลือดสมองโลกพบว่าในปี 2563 มีผู้ป่วยเป็นโรคหลอดเลือดสมองกว่า 80 ล้านคน มีผู้เสียชีวิตประมาณ 5.5 ล้านคน และยังพบผู้ป่วยใหม่ถึง 14.5 ล้านคนต่อปี โดย 1 ใน 4 เป็นผู้ป่วยที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไป และร้อยละ 60 เสียชีวิตก่อนวัยอันควร นอกจากนี้ ยังได้ประมาณการความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดสมองในประชากรโลกพบว่า ทุกๆ 4 คน จะป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมอง 1 คน โดยร้อยละ 80 ของประชากรโลกที่มีความเสี่ยงสามารถป้องกันได้ สำหรับในประเทศไทยโรคหลอดเลือดสมองเป็นโรคทางระบบประสาทที่พบได้บ่อยและเป็นสาเหตุของความพิการและเสียชีวิตอันดับ 1 ในผู้สูงอายุ



ศ.พญ.นิจศรี ชาญณรงค์ หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านโรคหลอดเลือดสมองแบบครบวงจร โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า “สำหรับการรักษาโรคหลอดเลือดสมองในปัจจุบันมีเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทำให้การรักษามีประสิทธิภาพขึ้น เช่น การรักษาโรคหลอดเลือดสมองอุดตัน แพทย์จะทำหัตถการสอดใส่สายสวนเข้าไปทางหลอดเลือดแดงผ่านบริเวณขาหนีบจนไปถึงตำแหน่งที่อุดตัน และนำเอาลิ่มเลือดที่ไปอุดตันตามหลอดเลือดออกมา พบว่าผู้ป่วยใช้เวลานอนโรงพยาบาลเพียงไม่กี่วันก็สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ แต่อย่างไรก็ตามหัวใจสำคัญในการรักษาโรคหลอดเลือดสมองคือ “เวลา” ดังนั้นหากผู้ป่วยหรือคนรอบตัวสามารถนำหลักการที่จะจำได้ง่ายๆ คืออาการที่พบบ่อย ได้แก่ พูดลำบาก ปากตก ยกไม่ขึ้น ไปสังเกตอาการของคนรอบตัว ถ้ามีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้นทันทีทันใด ให้นึกถึงสโตรค หรือโรคหลอดเลือดสมอง การรีบไปโรงพยาบาลอย่างรวดเร็วก็จะทำให้ การรักษาโรคหลอดเลือดสมองมีประสิทธิภาพสูงสุด”

พูดลำบาก ปากตก ยกไม่ขึ้น ประกอบด้วย 3 อาการที่สำคัญ

พูดลำบาก หมายถึงการพูดไปผิดปกติไป ไม่ว่าจะเป็นลิ้นแข็ง พูดไม่ชัด พูดไม่ออก หรือพูดไม่รู้เรื่อง

ปากตก หมายถึงมุมปากข้างใดข้างหนึ่งตกลง เมื่อให้ยิ้มยิงฟันแล้วพบว่าปากเบี้ยว มุมปากสองข้างไม่เท่ากัน

ยกไม่ขึ้น หมายถึงแขนขาข้างใดข้างหนึ่งอ่อนแรง ยกไม่ขึ้น

อาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นเฉียบพลัน ดังนั้นหากผู้ป่วยหรือคนรอบข้างสามารถสังเกตุอาการเหล่านี้ได้เร็วเท่าไร จะสามารถช่วยลดการเสียชีวิตและความพิการได้”

“สำหรับแนวทางป้องกัน สามารถเริ่มทำได้เองที่บ้าน ได้แก่ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์  หลีกเลี่ยงอาหารรสเค็ม หวานจัด อาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง ควบคุมระดับความดันโลหิต ระดับไขมันและระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ งดเหล้าบุหรี่ ลดน้ำหนัก ตรวจสุขภาพประจำปี สำหรับผู้ป่วยควรรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด” ศ.พญ. นิจศรี กล่าว




 


วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2563

กรมเจ้าท่าเปิดตัวโครงการเสริมทรายชายหาดจอมเทียน

 


จากความสำเร็จของโครงการเสริมทรายชายหาดพัทยา ที่ได้ปรับโฉมชายหาดพัทยา ตั้งแต่เหนือจรดใต้ ซึ่งถือเป็นโครงการนำร่องที่ช่วยฟื้นฟู และกระตุ้นการท่องเที่ยวชายหาดพัทยา ให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม จึงได้เดินหน้า โครงการเสริมทรายชายหาดจอมเทียน เป็นแห่งที่ 2 เพื่อรองรับธุรกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดชลบุรี 

นายวิทยา ยาม่วง อธิบดีกรมเจ้าท่า เปิดเผยว่า  จากรายงานการศึกษาและจัดทำแผนแม่บทการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งพื้นที่อ่าวไทยฝั่งตะวันออก โดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ปี พ.ศ. 2552 พบว่าปัจจุบันชายหาดจอมเทียนประสบปัญหาการกัดเซาะอย่างรุนแรงและต่อเนื่องเช่นเดียวกับชายหาดพัทยา ส่งผลให้ชายหาดถดถอยและลดขนาดลงไปทุกปี จนเหลือพื้นที่ทรายชายหาดจอมเทียนไม่เพียงพอ ที่จะรองรับกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่มาพักผ่อนบนชายหาดได้ ในบางช่วงของชายหาดเมื่อน้ำขึ้น ชายหาดจะจมอยู่ใต้ระดับน้ำทะเลทั้งหมดไม่หลงเหลือชายหาดเลย ซึ่งอาจส่งผลต่อจำนวนนักท่องเที่ยวให้มีแนวโน้มลดลงไปในอนาคต หากปล่อยทิ้งไว้ ภายในไม่ถึง 10 ปี ชายหาดจอมเทียนจะไม่มีทรายเหลืออยู่เลย  ดังนั้นจึงได้มีนโยบายเร่งด่วน เพื่อทำการเสริมทรายเพื่อป้องกันปัญหาการกัดเซาะชายหาดเช่นเดียวกับที่ชายหาดพัทยา โดยจะเริ่มงานในระยะที่ 1 ก่อน เป็นระยะทางรวมทั้งสิ้นกว่า 3.5 กิโลเมตร



“จากความสำเร็จของโครงการเสริมทรายชายหาดพัทยา ระยะทาง 2.8 กิโลเมตร ตั้งแต่ชายหาดพัทยาเหนือ บริเวณหน้าโรงแรมดุสิตธานี จนถึงชายหาดพัทยาใต้ บริเวณวอล์คกิ้ง สตรีท ที่ได้รับกระแสการตอบรับที่ดีมากทั้งจากนักท่องเที่ยว ประชาชน พ่อค้าแม่ค้า และผู้ประกอบการต่าง ๆ ในพื้นที่ ทำให้ กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบโดยตรงต่อการพัฒนาการขนส่งทางน้ำ และดูแลรักษาร่องน้ำและชายหาดของประเทศ ได้จัดหางบประมาณเพื่อทำการเสริมทรายในพื้นที่ ชายหาดจอมเทียน เป็นโครงการที่ 2 เพื่อเป็นการฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านการท่องเที่ยวและการสร้างการเติบโตบนคุณภาพ ให้มีการเจริญเติบโตของคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสามารถสร้างมาตรการควบคุมผลกระทบที่จะเกิดขึ้นให้น้อยที่สุด เป็นไปตามมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับของสังคมโดยทั่วไป” นายวิทยา กล่าว  



โครงการนี้ได้รับการจัดสรรงบประมาณจำนวน 586,047,000 บาท กรมเจ้าท่า ได้ว่าจ้างให้ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้รับผิดชอบทำการเสริมทรายชายหาดจอมเทียน จังหวัดชลบุรี ระยะที่ 1 ในครั้งนี้ โดยเริ่มการทำงานตั้งแต่ 29 พฤษภาคม 2563 จนถึง 15 พฤศจิกายน 2565 เป็นระยะเวลา 900 วัน สำหรับแหล่งทรายที่จะใช้เสริมชายหาดจอมเทียน นำมาจากบริเวณทิศตะวันตกของเกาะรางเกวียน ซึ่งอยู่ห่างจากชายหาดจอมเทียนออกไปประมาณ 15 กิโลเมตร และเป็นแหล่งเดียวกับที่ใช้เสริมทรายชายหาดพัทยามาแล้ว  โดยคาดว่าในครั้งนี้จะใช้ทรายรวมทั้งสิ้นราว 6.4 แสนลบ.ม.



สำหรับขอบเขตของงานแบ่งเป็น 8 ประเภทด้วยกัน คือ

 1. งานเสริมทรายชายหาด ความยาว 3,575 เมตร

2. งานก่อสร้างแหล่งสำรองทรายชายหาด ความยาว 225 เมตร

3. งานติดตั้งระบบป้องกันชายหาดแห้งด้วยวิธีระบายน้ำลงสู่ชั้นนำใต้ดิน 2,105 เมตร

4. งานติดตั้งท่อระบายน้ำเชื่อมต่อท่อระบายน้ำเดิม ความยาว 51 เมตร

5. งานก่อสร้างบันไดคอนกรีต ขึ้น-ลง ชายหาด 67 จุด

6. งานติดตั้งป้ายประติมากรรมและป้ายมาตรฐานรวม 2 จุด

7. งานมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม

8. งานประชาสัมพันธ์และสร้างความเข้าใจกับประชาชน



หลังจากการฟื้นฟูบูรณะชายหาดจอมเทียนเสร็จสิ้นแล้ว ชายหาดจะมีขนาดความกว้างเฉลี่ยประมาณ 50 เมตร มีความสวยงาม และใช้เป็นพื้นที่สันทนาการได้มากกว่าเดิม ซึ่งจากผลการศึกษาพบว่า การดำเนินโครงการดังกล่าวมีความคุ้มค่า เงิน 1 บาทที่ลงทุนไปในการเสริมชายหาดจอมเทียนในครั้งนี้   จะสร้างเม็ดเงินกลับคืนมาในระบบประมาณ 3.20 บาท

หากประชาชนท่านใดต้องการข่าวสารโครงการ มีข้อสงสัย ปัญหา หรือข้อเสนอแนะเกี่ยวกับโครงการ สามารถติดต่อได้ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์โครงการฯ บริเวณหน้าชายหาดจอมเทียน 14 โทรศัพท์ 062-490-9099 หรือติดต่อผ่านสายด่วนกรมเจ้าท่า 1199  และ www.jomtienbeachnourishment.com





 


สมาคมช่างภาพข่าวสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย จัดประชุมวิสามัญประจำเดือนตุลาคม 2563


สมาคมช่างภาพข่าวสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย โดยนายสุรชัย วิเศษโสภา นายกสมาคมฯ จัดประชุมวิสามัญประจำเดือน วาระสำคัญ มีสรุปรายรับโฆษณาจากหนังสือของสมาคมฯ, เตรียมงานวันลอยกระทงที่จะมาถึงจัดที่ห้องอาหารยกยอ-มารีน่า พร้อมกิจกรรมสังสรรค์ปีใหม่ของสมาคมฯ และคำกล่าว ของนายกสมาคมฯ ห่วงใยในท่าทีและภาพลักษณ์ของสื่อมวลชน ที่นำเสนอข่าวเหตุการณ์บ้านเมือง ณ ปัจจุบันด้วย

ส่วนกิจกรรมสังสรรค์ปีใหม่ของสมาคมช่างภาพข่าวสื่อมวลชนฯ ศกนี้ มีนายมนูญ พุฒทอง ที่ปรึกษาสมาคมฯ เสนอให้สมาชิกร่วมกิจกรรมเลี้ยงสังสรรค์ พร้อมกับ ชมรมช่างภาพการเมือง,ชมรมช่างภาพอาวุโสด้วย  ณ ห้องอาหารยกยอ-มารีน่า









วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2563

กฟผ. พร้อมเสิร์ฟความสุข ผ่านกิจกรรม ‘เที่ยวอุ่นใจ ไปกับน้อง ENGY’ ร่วมกระตุ้นเศรษฐกิจไทยผ่านการท่องเที่ยว

 


 กฟผ. เปิดเส้นทางท่องเที่ยวเขื่อนและโรงไฟฟ้า พาผู้โชคดีจากกิจกรรม ‘เที่ยวอุ่นใจ ไปกับน้อง ENGY’ เที่ยวฟรี 4 ทริป โรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา เขื่อนศรีนครินทร์ เขื่อนวชิราลงกรณ และเขื่อนภูมิพล ตั้งแต่ ต.ค. - ธ.ค. 2563 พร้อมเดินหน้าจัด ‘เทศกาลท่องเที่ยวแม่เมาะ ครั้งที่ 16’ ทุกวันหยุดเสาร์ – อาทิตย์ ตลอดเดือน พ.ย. 2563 ประเดิมเสาร์แรก 7 พ.ย. เพื่อส่งมอบความสุขให้กับคนไทย พร้อมร่วมกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ ฟื้นคืนจากวิกฤตโควิด – 19 ผ่านการท่องเที่ยว

 


 นายประเสริฐ อินทับ ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ. จัดกิจกรรมลุ้นเที่ยวฟรี ‘เที่ยวอุ่นใจ ไปกับน้องเอนจี้ (ENGY)’ 4 ทริป นำผู้ได้รับสิทธิ์ ทั้งหมด 120 คน แบ่งเป็นทริปละ 30 คน ออกเดินทางสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวสุดพิเศษ โดยผู้ได้รับสิทธิ์ 30 คนแรก ออกเดินทาง ครั้งที่ 1 เส้นทางโรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา จ.นครราชสีมา 2 วัน 1 คืน ระหว่างวันที่ 17 ตุลาคม 2563 – 18 ตุลาคม 2563 เพื่อร่วมกระตุ้นฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยจากวิกฤติโควิด – 19 ผ่านการท่องเที่ยวในจังหวัดที่ตั้งเขตเขื่อนและโรงไฟฟ้าของ กฟผ. นอกจากผู้ร่วมเดินทางจะได้ชมความสวยงามของธรรมชาติตลอดเส้นทางแล้ว ยังได้เยี่ยมชมภายในโรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา โรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับใต้ดินแห่งแรกและแห่งเดียวในไทย พร้อมชมวิวหลักหมื่นล้าน ท่ามกลางทุ่งกังหันลมบริเวณอ่างพักน้ำตอนบนเขายายเที่ยง ลิ้มลองกาแฟสดจากเมล็ดกาแฟชั้นดีที่ปลูกและเติบโตในพื้นที่ป่าต้นน้ำเหนือเขื่อนและโรงไฟฟ้าของ กฟผ. ที่ร้านกาแฟคุณสายชล เยี่ยมชมทัณฑสถานเกษตรอุตสาหกรรมเขาพริก ที่พลิกฟื้นเรือนจำให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว และอิ่มอร่อยกับร้านอาหารท้องถิ่น ตลอดจนอุดหนุนของดีในพื้นที่และผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อร่วมกระจายรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากตลอดเส้นทาง



 ทั้งนี้ กฟผ. มีกำหนดจัดกิจกรรม ‘เที่ยวอุ่นใจ ไปกับน้องเอนจี้ (ENGY)’ ทั้งหมด 4 ครั้ง โดยครั้งที่ 2 จะนำผู้ได้รับสิทธิ์เที่ยวฟรี 3 วัน 2 คืน เส้นทางเขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี ระหว่างวันที่ 14 – 16 พฤศจิกายน 2563 ผู้ร่วมเดินทางจะได้สัมผัสกับแลนด์มาร์คยอดนิยมของ จ.กาญจนบุรี กับสะพานข้ามแม่น้ำแคว ชมวิวพาโนราม่าของเขื่อนศรีนครินทร์ พร้อมเจาะลึกวิถีชีวิตความเชื่อมโยงระหว่างชุมชนกับช้างป่า ผ่าน การเลี้ยงผึ้งกล่อง แนวกั้นธรรมชาติที่ช่วยให้คนและช้างป่าอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน พร้อมสนุกสนานไปกับการล่องแพเปียก และครั้งที่ 3 จะนำผู้ได้รับสิทธิ์เที่ยวฟรี 3 วัน 2 คืน เส้นทางเขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี ระหว่างวันที่ 21 – 23 พฤศจิกายน 2563 ผู้ร่วมเดินทางจะเดินทางขาไปด้วยรถไฟตู้ OTOP Train ขบวนพิเศษ สัมผัสความงดงาม 360 องศา ของเขื่อนวชิราลงกรณกับจุดเช็คอินล่าสุดที่เปิดใหม่ต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกหลายจุด ซึ่งรวมถึงแลนด์มาร์คแห่งใหม่ ทางเดินกระจกใส ‘เขาแหลมสกายวอล์ค’ กับสไลเดอร์เนินหญ้า พร้อมสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างสะพานมอญ สะพานไม้ยาวที่สุดในประเทศไทย และนั่งเรือชม วัดใต้น้ำ หรือวัดวังก์วิเวการาม



 จากนั้น จบกิจกรรม ครั้งที่ 4 ด้วยการนำผู้ได้รับสิทธิ์เที่ยวฟรี 3 วัน 2 คืน เส้นทางเขื่อนภูมิพล จ.ตาก ระหว่างวันที่ 18 – 20 ธันวาคม 2563 ซึมซับศิลปวัฒนธรรมดั้งเดิมของจังหวัดตาก ชมความงดงามของทัศนียภาพภายในเขื่อนภูมิพล สัมผัสความเข้มแข็งในการพึ่งพาตนเองของชุมชนรอบพื้นที่เขื่อน พิเศษกับกิจกรรมลอยกระทงสายเมืองตาก และอิ่มเอมใจไปกับอาคารเรือนไทยเฉลิมพระเกียรติ หรือ ‘บ้านของพ่อ’ ที่จัดแสดงพระราชประวัติ พระอัจฉริยภาพ และพระราชกรณียกิจต่าง ๆ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งตั้งอยู่ภายในเขื่อนภูมิพล เขื่อนแห่งแรกในรัชกาล ที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินมาทอดพระเนตรงานก่อสร้างด้วยพระองค์เอง นับตั้งแต่เริ่มสร้างจวบจนแล้วเสร็จ



 สำหรับ ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติม และร่วมลุ้นรับสิทธิ์เที่ยวฟรีในกิจกรรม ‘เที่ยวอุ่นใจ ไปกับน้อง ENGY’ ได้ทาง Facebook Fanpage : กฟผ. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย นอกจากนั้น ในปีนี้ กฟผ. ยังกำหนดจัด ‘เทศกาลท่องเที่ยวแม่เมาะ ครั้งที่ 16’ ขึ้น โดยปรับเปลี่ยนรูปแบบ การจัดงาน และระยะเวลาให้สอดรับกับยุค New Normal โดยงานจะจัดขึ้นทุกวันเสาร์ – อาทิตย์ เริ่มวันแรกเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2563 เป็นต้นไป จนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน ทั้งนี้ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook Fanpage ของ กฟผ. หรือ เทศกาลท่องเที่ยวแม่เมาะ เพื่อร่วมส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและประเทศไทยให้ฟื้นฟูจากวิกฤติโควิด – 19 ได้โดยเร็วอีกทางหนึ่ง







 


ยิ่งใหญ่อลังการ! ประเพณีงานเจ เยาวราช 2563 บิ๊กอีเว้นท์กลางแจ้งแห่งปี “วิถีใหม่ เพื่อกายใจ ใส่ใจสุขภาพ”

 



พิธีเปิดสุดยิ่งใหญ่ “ประเพณีงานเจ เยาวราช 2563” ภายใต้แนวคิด “วิถีใหม่ เพื่อกายใจ ใส่ใจสุขภาพ” บิ๊กอีเว้นท์กลางแจ้งแห่งปี ในรูปแบบ  Next Normal  เชิญชวนสักการะขอพรเทพเจ้าแห่งหมอยา “ฮั่วท้อเซียนซือ” พร้อมไฮไลต์!  โชว์ปรุงเมนูเจมงคลกระทะใหญ่  “ผัดหมี่จักรพรรดิชัยมงคลโป๊ยเซียน” รวมทั้งกิจกรรมต่างๆ มากมาย ร้านค้าอาหารเจเลิศรส เต็มพื้นที่ 2 ฝั่งถนนเยาวราช ชูมาตรการสุดคุมเข้มเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด–19มั่นใจผู้ร่วมงานอิ่มบุญ อิ่มใจ อิ่มท้อง ตลอดงาน 10 วัน 10 คืน ตั้งแต่วันนี้–25 ตุลาคม 2563



วันนี้ (17 ตุลาคม 2563) ณ บริเวณซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา ถนนเยาวราช สำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร ร่วมกับสภาวัฒนธรรมเขตสัมพันธวงศ์ และประชาคมเขตสัมพันธวงศ์ ได้จัดพิธีเปิด “ประเพณีงานเจ  เยาวราช 2563” ซึ่งในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “วิถีใหม่ เพื่อกายใจ ใส่ใจสุขภาพ” โดยได้รับเกียรติจาก  ฯพณฯ นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร  เป็นประธานเปิดงาน โดยมี พล.ต.อ.ชินทัต  มีศุข ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร  พร้อมด้วย นายธีรเดช  สินธพเรืองชัย  ประธานจัดงาน และคณะกรรมการรวมทั้งผู้สนับสนุนการจัดงานให้การต้อนรับ และร่วมปรุงอาหารมงคลกระทะใหญ่ “ผัดหมี่จักรพรรดิชัยมงคลโป๊ยเซียน” เพื่อแจกจ่ายให้ผู้มาร่วมงานจำนวน 1,000 จาน  พร้อมทั้งปล่อยขบวนแห่รถบุปผาชาติ และขบวนมังกร สิงโต อันเป็นสัญลักษณ์ของประเพณีเจเยาวราช ท่ามกลางผู้สนใจเข้าร่วมงานอย่างคับคั่งตลอดเส้นทางถนนเยาวราช



สำหรับเมนูมงคล“ผัดหมี่จักรพรรดิชัยมงคลโป๊ยเซียน” ได้คิดค้นเมนูและปรุงโดยเชฟจากร้านแม่อุ่นเรือน ซึ่งเป็น OTOP จากอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี โดยส่วนประกอบของผัดหมี่ ได้แก่ เส้นหมี่ขาวตรามังกรคู่และมาม่า  ผักกะหล่ำปลี แครอท ถั่วฝักยาว โปรตีนเกษตร น้ำมันถั่วเหลืองมรกต และซีอิ๊วตราเด็กสมบูรณ์ พร้อมเสริมด้วยวัตถุดิบ 8 ชนิด หรือแปดเซียน เพื่อเพิ่มคุณค่าสารอาหารให้อิ่มบุญและสุขภาพดี ดังนี้ ลูกเดือย–ช่วยบำรุงสมองให้แข็งแรงและแก้เหน็บชา, ถั่วแดง–ช่วยปรับสภาพเลือดและความสมดุลในร่างกาย, เผือก–มีแคลเซียมสูง ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน, มันหวาน–ให้พลังงานสูง, เต้าหู้–มีโปรตีนสูงและกรดไขมันไม่อิ่มตัว, แปะก๊วย–ช่วยบำรุงปอด, เห็ดหอม–ช่วยบำรุงหัวใจ ลดไขมัน ลดความดันโลหิต และเม็ดมะม่วงหิมพานต์–อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก ป้องกันจอประสาทตาเสื่อม โดยลูกเดือย ถั่วแดงและเม็ดมะม่วงหิมพานต์เป็นผลิตภัณฑ์จากเฮอริเทจ



นายธีรเดช  สินธพเรืองชัย  ประธานจัดงาน “ประเพณีงานเจ เยาวราช 2563” กล่าวว่า การจัดงานเจ เยาวราช เป็นขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวไทยเชื้อสายจีนบนถนนเยาวราชที่ได้ร่วมกันอนุรักษ์สืบสานมายาวนานและจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ซึ่งในปี 2563 นี้ งานประจำปี “ประเพณีงานเจ เยาวราช 2563” จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 16–25 ตุลาคม 2563 ณ บริเวณซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา ถนนเยาวราช ภายใต้แนวคิด “วิถีใหม่ เพื่อกายใจ ใส่ใจสุขภาพ” เพื่อดำรงไว้ซึ่งประเพณีถือศีลกินเจเยาวราช ที่จัดขึ้นอย่างสมเกียรติและยิ่งใหญ่ รวมทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชนได้สักการะขอพรจากเทพเจ้าและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั่วทั้งเยาวราชที่อัญเชิญมาไว้ในมณฑลพิธี และเนื่องจากในปีนี้เป็นปีแห่งวิกฤตโควิด–19 ที่หลายคนกังวลเรื่องสุขภาพ ทางคณะกรรมการจัดงานจึงได้อัญเชิญเทพเจ้าแห่งสุขภาพ ชื่อว่า “ฮั่วท้อเซียนซือ” หรือ เทพแห่งหมอยา มาให้ทุกท่านได้กราบไหว้ขอพร ตลอดจนร้านค้าอาหารเจที่สะอาด ถูกหลักอนามัย และปลอดภัย เพื่อสร้างสุขภาพกายที่ดีจากการงดรับประทานเนื้อสัตว์ และการถือศีลช่วยให้มีสมาธิ มีพลังใจเข้มแข็ง ถือเป็นการดูแลร่างกายและจิตใจไปพร้อมๆ กันเพื่อนำไปสู่การมีสุขภาพที่ดีทั้งกายและใจ



การจัดงาน “ประเพณีงานเจ เยาวราช 2563” ภายใต้แนวคิด “วิถีใหม่ เพื่อกายใจ ใส่ใจสุขภาพ” เป็นบิ๊กอีเว้นท์กลางแจ้ง (Outdoor Event) ในรูปแบบ Next Normal งานแรกที่จัดขึ้นหลังปลดล็อกดาวน์และเป็นต้นแบบงานอีเว้นท์ที่จัดขึ้นภายใต้มาตรการเยาวราชเข้มแข็ง ที่คุมเข้มเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด–19 อาทิ จุดตรวจคัดกรองผู้เข้าร่วมงาน 6 จุด การตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนเข้างาน การลงทะเบียนเข้า–ออกผ่านแพลตฟอร์ม “ไทยชนะ”การใส่หน้ากากอนามัย การเว้นระยะห่าง ผู้ประกอบการร้านอาหารใส่หน้ากากอนามัยหรือเฟซชิลด์ตลอดเวลา มีเจลหรือสเปรย์แอลกอฮอล์หน้าร้านค้าทุกร้าน รวมทั้งได้ติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ และข้อกำหนดต่างๆ ทั่วบริเวณพื้นที่การจัดงาน



ประเพณีงานเจ เยาวราช 2563” แบ่งการจัดงานออกเป็น 2 ส่วน คือ

1. ด้านพิธีกรรม พิธีอัญเชิญกระถางผงธูปจากศาลเจ้า 22 แห่ง มาประดิษฐานที่ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติฯ เยาวราช พร้อมขบวนแห่อัญเชิญเทพเจ้า “กิ่วอ๊วงฮุกโจ้ว เต้าบ้อเนี้ย น่ำซิ้ง ปั๊กเต้าแชกุง” แกะสลักด้วยไม้จันทน์หอมจากประเทศจีน และปีนี้เป็นปีแห่งวิกฤตโควิด–19 ทางคณะกรรมการจัดงานได้อัญเชิญเทพเจ้าแห่งสุขภาพ “ฮั่วท้อเซียนซือ” หรือ เทพแห่งหมอยา เพิ่มอีก 1 องค์ มาประดิษฐานที่ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติฯ เยาวราช ตลอดงานประเพณีกินเจ เยาวราช เพื่อให้ประชาชนได้สักการบูชาพระพุทธเจ้าในอดีตกาลที่ทรงเครื่องทรงกษัตริย์ทั้ง 12 พระองค์

2. ด้านพิธีการ คณะกรรมการได้จัดให้มีการทำอาหารเจมงคลกระทะใหญ่ “ผัดหมี่จักรพรรดิชัยมงคลโป๊ยเซียน” โดยเชฟจากร้านแม่อุ่นเรือน ซึ่งเป็น OTOP จากอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี พร้อมแจกฟรีให้ผู้ร่วมงาน จำนวน 1,000 จาน ในพิธีเปิดงานวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม 2563  ณ บริเวณซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติฯ เยาวราช  และกิจกรรมอื่นๆ อาทิ ขบวนแห่รถบุปผชาติองค์สมมติพระโพธิสัตว์กวนอิม การแสดงโชว์มังกรและสิงโต ขบวนแห่ลอยกระทงสะเดาะเคราะห์ การแสดงโชว์และกิจกรรมมากมายบนเวที และการจับรางวัลแจกรถจักรยานยนต์ฮอนด้า 2 คัน รวมมูลค่า 112,000 บาท สำหรับผู้มาเที่ยวงาน รวมทั้งการจำหน่ายอาหารเจเลิศรสจากผู้ประกอบการกว่า 130 ร้านค้า เรียงรายเต็มพื้นที่ 2 ฟากฝั่งถนนเยาวราช ตลอดงานประเพณีกินเจ เยาวราช โดยทุกร้านค้าอยู่ภายใต้การควบคุมตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด–19 พร้อมทั้งปฏิบัติตามระเบียบการค้าของคณะกรรมการจัดงานอย่างเคร่งครัด



ประเพณีงานเจ เยาวราช 2563 จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 16–25 ตุลาคมนี้ ถือเป็นบิ๊กอีเว้นท์กลางแจ้งแห่งปีหลังปลดล็อกดาวน์ในรูปแบบเน็กซ์นอร์มอล ด้วยมาตรการคุมเข้มป้องกันโควิด–19 เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ร่วมงาน จึงขอเชิญชวนคนไทยร่วมถือศีลกินเจ ขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเทพเจ้าแห่งสุขภาพ แม้ว่าปีนี้นักท่องเที่ยวที่เป็นชาวต่างชาติจะลดลงจากสถานการณ์โควิด–19 แต่ในปัจจุบันคนรุ่นใหม่ กลุ่มวัยรุ่น วัยทำงาน หันมาให้ความสำคัญกับการกินเจเพื่อสุขภาพและชำระล้างจิตใจให้สะอาดจะมาร่วมงานเพิ่มมากขึ้น ซึ่งกองบังคับการตำรวจนครบาล 6 (บก.น.6) ได้ตั้งจุดคัดกรองและจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจุดต่างๆ เพื่ออำนวยการจราจร ดูแลรักษาความเรียบร้อยภายในงาน และตลอดเส้นทางถนนเยาวราช ดังนั้นจึงขอเชิญชวนคนไทยร่วมกันถือศีลกินเจ สร้างบุญ สร้างกุศล สักการะขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั่วเยาวราชที่อัญเชิญมาไว้ ณ บริเวณมณฑลพิธี เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้อิ่มบุญ อิ่มกาย อิ่มใจ และอาจได้รับรางวัลกลับบ้านอีกด้วย” นายธีรเดช กล่าวในตอนท้าย

สำหรับผู้สนใจสามารถชมการ Live สดพิธีเปิด “ประเพณีงานเจ เยาวราช ปี 2563” และพิธีกรรมสำคัญ ตลอด 10 วัน ได้ที่  Facebook Live : Chinatown Yaowaraj และ ChinatimeTV #chinatownyaowaraj #กายใจต้องไปต่อ






“AIA” เสริมศักยภาพย่านบางนาด้วย “เอไอเอ อีสต์ เกตเวย์” อาคารแนวใหม่ระดับพรีเมียม เตรียมจัดเต็ม “ฟังก์ชั่นไลฟ์สไตล์” ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและสุขภาพคนทำงาน

·       AIA East Gateway อาคารแนวใหม่ สูง 33 ชั้น บนพื้นที่ 10 ไร่ ดีไซน์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดี ด้วย AIA Vitality Deck, ลู่วิ่ง, ฟิตเนส ครบวงจร ปักหมุดศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ (New CBD) บนทำเลทองย่านบางนา คาดสร้างเสร็จไตรมาสที่สี่ของปี พ.ศ. 2565

 


“เอไอเอ ประเทศไทย” ประกาศแต่งตั้ง “บริษัท ซีบีอาร์อี (ประเทศไทย) จำกัด” (CBRE) ให้เป็นตัวแทนหลัก (Principal Agent) ในการบริหารพื้นที่โครงการ “เอไอเอ อีสต์ เกตเวย์” (AIA East Gateway) อาคารสำนักงานและพื้นที่ค้าปลีกให้เช่าระดับพรีเมียมแห่งใหม่ที่ออกแบบเพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดีล่าสุดบนถนนบางนาตราด กม. 4.5 ซึ่งถือเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์แห่งที่ ของเอไอเอในประเทศไทยหลังประสบความสำเร็จอย่างสูงในการพัฒนาและปล่อยเช่าพื้นที่สำนักงานอาคาร “เอไอเอ แคปปิตอล เซ็นเตอร์” และ “เอไอเอ สาทร ทาวเวอร์” ด้วยรางวัลด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับอย่างต่อเนื่อง โดย “เอไอเอ อีสต์ เกตเวย์” เป็นอาคารระดับพรีเมียมเกรด A แห่งแรกบนถนนบางนา-ตราด มีความสูง 33 ชั้น เพดานสูง 3 เมตร มีพื้นที่ใช้สอยมากถึง 70,000 ตร.ม. บนเนื้อที่กว่า 10 ไร่ สะดวกด้วยที่จอดรถมากกว่า 1,500 คัน พร้อมการออกแบบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและคำนึงถึงความสะดวกสบายของผู้ใช้สอยอาคาร เน้นความสำคัญในด้านสุขภาพและไลฟ์สไตล์ของผู้เช่าตามเกณฑ์มาตรฐานของ LEED และ WELL ระดับโกลด์ ในงานนำโดยผู้บริหารระดับสูงของ เอไอเอ ประเทศไทย ได้แก่ คุณอัลเจอร์ ฟัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คุณฮิว เท็ด เชียน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน คุณปกป้อง ยินดีผล ผู้อำนวยการฝ่ายอสังหาริมทรัพย์ และ รพีพร วงศ์ทองคํา ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและภาพลักษณ์ พร้อมด้วยผู้บริหารบริษัท ซีบีอาร์อี (ประเทศไทย) จำกัด ได้แก่ คุณอลิวัสสา พัฒนถาบุตร กรรมการผู้จัดการ คุณรุ่งรัตน์ วีระภาคย์การุณ หัวหน้าแผนกพื้นที่สำนักงาน และ คุณมณีรัตน์ วิจิตรรัตนะ ผู้อำนวยการ แผนกพื้นที่สำนักงาน ณ อาคารเอไอเอ ทาวเวอร์ ถนนสุรวงศ์

คุณอัลเจอร์ ฟัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย 


คุณอัลเจอร์ ฟัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “เอไอเอ อีสต์ เกตเวย์ ตั้งอยู่บนทำเลที่ดีที่สุดย่านบางนา ติดถนนบางนา-ตราด กม. 4.5 ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขภาพเพื่อสนับสนุนให้ผู้เช่ามีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีระดับเวิลด์คลาส อาทิ AIA Vitality Deck, Fitness, Trail network, Rooftop Running Track, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, Edible garden และ Co-working area ออกแบบตามเกณฑ์มาตรฐานของ LEED (Leadership in Energy and Environmental Design) และ WELL Building Standard ระดับโกลด์ เน้นคุณสมบัติหลัก 3 ประการ คือ 1) การอนุรักษ์พลังงาน 2) การรักษ์สิ่งแวดล้อม และ 3) การผสมผสานนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีใหม่มาใช้ในทุกรายละเอียดทั่วอาคาร เช่น กระจกอนุรักษ์พลังงานคุณภาพสูงจากต่างประเทศ เทคโนโลยีแกนกลางในการออกแบบเพื่อพื้นที่ใช้สอยโดยไร้เสากีดขวาง พรั่งพร้อมด้วยพื้นที่สีเขียวรายล้อมทั่วโครงการ พร้อมด้วยสวนพักผ่อนบนอาคาร โดยตามแผนการดำเนินงานคาดว่าจะสร้างแล้วเสร็จภายในไตรมาส 4 ของปี พ.ศ. 2565”



AIA และ  CBRE ลงนามความร่วมมือบริหารเอไอเอ อีสต์ เกตเวย์


ทั้งนี้ เอไอเอ ประเทศไทย ได้เล็งเห็นถึงศักยภาพในการพัฒนาและการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคต เนื่องจากเป็น New CBD หรือศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ย่านกรุงเทพฯ ตะวันออก และบางนา เป็นทำเลที่ได้รับการเกื้อหนุนจาทางภาครัฐให้มีโครงการระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) ทั้งในด้านการคมนาคม ระบบราง และการพัฒนาด้านที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง จนทำให้พื้นที่โซนบางนาเป็นหนึ่งในแหล่งที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียม ซึ่งถือว่า “เอไอเอ อีสต์ เกตเวย์” จะเป็นพื้นที่สำนักงานระดับพรีเมียมแห่งแรกในโซนบางนา เพื่อรองรับการขยายตัวทางธุรกิจในอนาคตของกลุ่มบริษัทและนักลงทุนชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ”



คุณปกป้อง ยินดีผล ผู้อำนวยการฝ่ายอสังหาริมทรัพย์ เอไอเอ ประเทศไทย


ทางด้าน คุณปกป้อง ยินดีผล ผู้อำนวยการฝ่ายอสังหาริมทรัพย์ เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า เอไอเอ  ให้ความสำคัญกับการมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่อย่างมากเราจึงได้สร้าง AIA  Vitality Deck ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับให้พนักงานสามารถเข้ามาใช้พื้นทำกิจกรรมเพื่อส่งเสริมสุขภาพได้ เพราะเรามองถึงไลฟ์สไตล์และการใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพที่ดี เช่น เรามีลู่วิ่งลอยฟ้าในสวนขนาด 400 เมตรทั้งแบบกลางแจ้งและในร่ม ฟิตเนสเซ็นเตอร์ครบวงจร โดยมีความคิดที่ว่าแทนที่เขาจะต้องเสียเวลาอยู่บนท้องถนน ในช่วงเช้าก่อนเข้างานหรือหลังเลิกงาน แต่จะดีกว่าไหมถ้าจะเอาเวลาเหล่านี้มาออกกำลังกาย โดยเรามีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันรองรับในส่วนนี้  ทั้งนี้ ในส่วนพื้นที่รีเทลนั้น เรามองถึงคนทำงาน ที่อาจจะอยากสังสรรค์หลังเลิกงานหรือทานข้าวกลางวันพร้อมคุยธุระไปด้วย ก็มีร้านที่สามารถรองรับตรงส่วนนี้ได้ครบถ้วน



 อัลเจอร์ ฟัง และ อลิวัสสา พัฒนถาบุตร


“นอกจากนี้ เราต้องการดึงศักยภาพและมาตรฐานของย่านบางนาให้สูงขึ้น ซึ่งจะเห็นได้จากสิ่งที่เราทุ่มเทให้กับอาคารที่เอไอเอ อีสต์ เกตเวย์ ไม่ว่าจะเป็น Water Retention ซึ่งเป็นระบบดึงน้ำเพื่อกันไม่ให้น้ำฝนจากอาคารลงไปท่วมที่พื้นถนนเวลาฝนตก เพดานในอาคารที่มีความสูง 3 เมตร กระจกอนุรักษ์พลังงาน 3 ชั้น และพื้นที่ AIA Vitality Deck แล้วนั้น เพราะเรายังต้องการสร้างศักยภาพของอสังหาริมทรัพย์ในเมืองไทย เช่นเดียวกับที่เราประสบความสำเร็จมาแล้วกับอาคาร “เอไอเอ แคปปิตอล เซ็นเตอร์” และ “เอไอเอ สาทร ทาวเวอร์” 

สนใจเช่าพื้นที่ อาคารเอไอเอ อีสต์ เกตเวย์ สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร 02-119-1500



 รพีพร วงศ์ทองคํา 

ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและภาพลักษณ์ เอไอเอ ประเทศไทย



 ศิรนุช โรจนเสถียร, ปกป้อง ยินดีผล, รพีพร วงศ์ทองคํา






 


GAC AION ขนที่สุดของซูเปอร์คาร์รถไฟฟ้า Hyper SSR ขุมพลัง 1,225 แรงม้า 0-100 กม.ต่อชั่วโมง ภายในเวลา 1.9 วินาที ให้ผู้ขับได้สัมผัสแรงกระชากในระดับ 1.7 G ในงาน Motor Expo 30 นี้

                 GAC AION  มาเหนือเมฆขนขุมพลังแห่งรถไฟฟ้า 100% ระดับไฮเอน Hyper SSR ด้วยขุมพลัง 1,225 แรงม้า 0-100 กม. ต่อชั่วโมง ภายในเวลา ...