วันพุธที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2566

ไบเออร์-NSM (อพวช.) ต่อยอดโครงการ “Better Science for Better Life (วิทย์ก้าวหน้า ชีวิตก้าวไกล) ปี 2566” มอบสื่อการเรียนรู้พร้อมจัดอบรมครูโรงเรียนในเขตภาคกลาง และปริมณฑล

 

               บริษัท ไบเออร์ไทย จํากัด จับมือ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM มอบสื่อการเรียนรู้ พร้อมจัดอบรมครูในเขตภาคกลางและปริมณฑลกว่า 20 โรงเรียน ในโครงการ “Better Science for Better Life (วิทย์ก้าวหน้า ชีวิตก้าวไกล)” ภายใต้แนวคิด “Plant Ranger : ขบวนการพิทักษ์พืช” เพื่อสานต่อความมุ่งมั่นในการส่งเสริมและสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ให้กับเยาวชนไทย ณ พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า อพวช. คลองห้า จ.ปทุมธานี

              นางสาวจินอา ลี กรรมการผู้จัดการบริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด กล่าวว่า “ไบเออร์ เป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจไลฟ์ซายน์ ทำให้เราเข้าใจถึงบทบาทสำคัญของวิทยาศาสตร์ที่มีต่อการดำรงชีวิต โดยวิทยาศาสตร์นับเป็นหัวใจหลักในทุกๆ การพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมของเราในการดำเนินธุรกิจ ในกลุ่มฟาร์มาซูติคอล คอนซูเมอร์เฮลธ์ และครอปซายน์ ดังนั้นบริษัทจึงเล็งเห็นถึงความสำคัญและมีความตั้งใจที่จะช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ให้กับเยาวชนผ่านการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมและกิจกรรมเพื่อความยั่งยืน ภายใต้วัตถุประสงค์ วิทยาศาสตร์เพื่อชีวิตที่ดี (Science for a better life) และวิสัยทัศน์ “ทุกคนมีสุขภาพดี และไม่ขาดแคลนอาหาร (Health for all, Hunger for none)”

            โครงการ “Better Science for Better Life (วิทย์ก้าวหน้า ชีวิตก้าวไกล)” เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2560 ได้ผลิตสื่อการเรียนการสอนด้านวิทยาศาสตร์ และส่งมอบให้กับ 300 โรงเรียนทั่วประเทศ โดยมีผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้กว่า 3,000 คน ในระหว่างปี 2560-2563

              สำหรับโครงการ “Better Science for Better Life (วิทย์ก้าวหน้า ชีวิตก้าวไกล)” เริ่มต้นระยะที่ 2 ในปี 2565 ที่ผ่านมา โดยจัดทำและเผยแพร่สื่อการเรียนรู้ (Tool kits) ภายใต้แนวคิด “Plant Ranger : ขบวนการพิทักษ์พืช” เพื่อมอบให้กับโรงเรียนในจังหวัดต่างๆ โดยมุ่งเน้นเรื่องวิทยาศาสตร์ กับ พืช (science behind plant) โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กในระดับประถมศึกษา อายุระหว่าง 10-12 ปี เพื่อให้เยาวชนสามารถเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างวิทยาศาสตร์กับพืช และการคงอยู่ของพืช เมื่อมีความเข้าใจแล้วเด็กๆ จะเรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวกับพืชได้อย่างมีความหมาย และความเข้าใจมากขึ้น ขณะเดียวกันโครงการนี้จะเสริมศักยภาพครูให้สามารถต่อยอดจากการนำชุดสื่อการเรียนรู้ไปใช้สำหรับการเรียนการสอนได้

              นางสาวจินอา กล่าวว่า “ไบเออร์มีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่องภายใต้วัตถุประสงค์ วิทยาศาสตร์เพื่อชีวิตที่ดี (Science for a better life) และวิสัยทัศน์ “ทุกคนมีสุขภาพดี และไม่ขาดแคลนอาหาร (Health for all, Hunger for none) ซึ่งสอดคล้องกับเป้าประสงค์ขององค์การสหประชาชาติ ที่ให้ความสำคัญกับการขจัดความหิวโหย ลดความยากจน ส่งเสริมเศรษฐกิจ และรักษาสิ่งแวดล้อม โดยในวันนี้ เราได้มอบชุดสื่อความรู้ให้กับโรงเรียนในเขตพื้นที่ภาคกลางและเขตปริมณฑล กว่า 20 โรงเรียน โดยการส่งมอบครั้งนี้ เป็นการขยายโครงการจากปี 2565 ที่ผ่านมา และที่สำคัญในส่วนของโรงเรียนในจังหวัดสมุทรปราการนับเป็น พื้นที่ชุมชนของศูนย์การผลิตไบเออร์ ที่ตั้งอยู่ภายในนิคมอุตสาหกรรมบางปู นอกเหนือจากสำนักงานที่กรุงเทพและศูนย์การผลิตและวิจัยและพัฒนาอีก 6 แห่ง ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ไบเออร์ได้ดำเนินการส่งสิ่งดีๆ กลับคืนสู่จังหวัดสมุทรปราการ”

              ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM กล่าวว่า “อพวช. ได้จัดทำและพัฒนาสื่อการเรียนรู้ ผ่านโครงการ “Better Science for Better Life (วิทย์ก้าวหน้า ชีวิตก้าวไกล)” โดยได้รับความร่วมมือและสนับสนุนจาก ไบเออร์ไทย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนให้มีความสนใจในการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวกับพืช ซึ่งในเดือนธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา เราได้จัดกิจกรรมคาราวานวิทยาศาสตร์ในการนำร่องมอบสื่อการเรียนรู้ให้กับโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เพื่อกระจายความรู้ให้กับเยาวชนในระดับภูมิภาค ในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่จะได้เข้าถึงโรงเรียนในเขตพื้นที่ปริมณฑล เพื่อหวังช่วยสร้างแรงบันดาลใจและส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ให้กับเด็กนักเรียนได้นำความรู้มาใช้ต่อยอดด้านการศึกษาและประกอบอาชีพในสายงานที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ในอนาคต พร้อมทั้งได้จัดกิจกรรมอบรมครู เพื่อส่งเสริมและพัฒนาทักษะการเรียนการสอนให้กับคุณครู ให้สามารถนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ได้จริงในการสอนในห้องเรียนต่อไป”

              สำหรับปีนี้ดำเนินการภายใต้ธีม “Plant Ranger : ขบวนการพิทักษ์พืช” เป็นกิจกรรมในรูปแบบการมอบสื่อการเรียนรู้ (Tool kits) และอบรมให้กับโรงเรียนที่ได้รับสื่อการเรียนรู้ เพื่อให้คุณครูนำไปใช้สร้างทักษะความรู้ในเรื่องพืช ความสัมพันธ์ระหว่างวิทยาศาสตร์กับพืช และการคงอยู่ของพืช ให้กับนักเรียนในโรงเรียนอันจะทำให้เด็กเยาวชนสามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน และต่อยอดการเรียนวิชาชีพทางด้านเกษตรในอนาคต

              โครงการ “Better Science for Better Life (วิทย์ก้าวหน้า ชีวิตก้าวไกล)” ภายใต้ธีม“Plant Ranger : ขบวนการพิทักษ์พืช” โดยชุดสื่อความรู้ประกอบด้วย

  • กิจกรรมที่ 1 พืชเบื้องต้น (Plant Ranger Basic) เรียนรู้เรื่องพืช พืชคืออะไร พืชสุขภาพดีและไม่ดีมีลักษณะอย่างไร
  • กิจกรรมที่ 2 พืชให้อาหาร (Plant Ranger Food) เรียนรู้เรื่องพืชเป็นแหล่งอาหารของมนุษยชาติและทดสอบสารอาหารที่อยู่ในพืช
  • กิจกรรมที่ 3 พืชให้อากาศ (Plant Ranger O2) เรียนรู้เรื่องพืชเป็นสิ่งที่มีชีวิตที่นำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มาใช้ให้เป็นประโยชน์ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง
  • กิจกรรมที่ 4 พืชให้น้ำ (Plant Ranger H2O) เรียนรู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างพืชกับน้ำและวัฏจักรของน้ำ
  • กิจกรรมที่ 5 พืชให้ที่อยู่อาศัย (Plant Ranger Home) เรียนรู้เรื่องพืชคือบ้านของสิ่งมีชีวิตนานาชนิด เป็นระบบนิเวศขนาดเล็กที่พร้อมไปด้วยปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต เมื่อเติบโตรวมกันเป็นจำนวนมากจะกลายเป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์
  • กิจกรรมที่ 6 พืชให้ความรื่นรมย์ (Plant Ranger Harmony) เรียนรู้พืชที่ให้ความรื่นรมย์ กลิ่นที่มีผลต่อการกระตุ้นอารมณ์และส่งผลต่อการเรียนรู้ของมนุษย์

เกี่ยวกับไบเออร์

            ไบเออร์เป็นบริษัทระดับโลกที่มีความเชี่ยวชาญหลักในด้านไลฟ์ซายน์เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพและโภชนาการ ผลิตภัณฑ์และบริการของไบเออร์ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยผู้คนและโลกของเราโดยการสนับสนุนความพยายามในการก้าวข้ามอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้นกับประชากรโลกที่กำลังเพิ่มจำนวนขึ้นและมีประชากรสูงอายุมากขึ้น ไบเออร์มุ่งมั่นที่จะผลักดันการพัฒนาอย่างยั่งยืนและสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในเชิงบวกด้วยธุรกิจของบริษัท พร้อมกันนี้ บริษัทยังได้มุ่งเป้าในการเพิ่มรายได้และสร้างคุณค่าจากนวัตกรรมใหม่ๆ และการเติบโต ภายใต้เครื่องหมายการค้าไบเออร์ ขึ้นชื่อในด้านความเชื่อถือ ความไว้วางใจ และคุณภาพในระดับโลก ในปีงบประมาณ 2564 กลุ่มบริษัทมีพนักงานราว 100,000 คน และมียอดขาย 44.1 พันล้านยูโร ค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาก่อนรายการพิเศษรวมเป็น 5.3 พันล้านยูโร หากต้องการดูข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ www.bayer.com

วันศุกร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2566

สูงวัยยกมือสนับสนุนการศึกษาตลอดชีวิตออนไลน์ “ครูพรีมมี่” อ้อนขอคะแนน เขตยานนาวา-บางคอแหลม

 

               ห้องเรียนศาลาอเนกประสงค์ริมน้ำ วัดทองบน __ นายนรเสฏฐ์ เธียรประสิทธิ์ หรือ ครูพรีมมี่ ผู้สมัคร ส.ส. เขต 3 ยานนาวา-บางคอแหลม เบอร์10  พรรคภูมิใจไทย ได้เข้าร่วมกิจกรรมจัดการเรียนการสอนกับกลุ่มนักเรียนผู้สูงวัย ในโรงเรียนผู้สูงอายุยานนาวา วัดทองบน ถนนพระราม 3 ซึ่งเป็นโรงเรียนที่รับรองโดย กศน. เขตยานนาวา ตามหลักสูตรการศึกษาตลอดชีวิต ครูพรีมมี่ได้ใช้เวลาช่วงเว้นว่างจากกิจกรรมนันทนาการให้ห้องเรียนรู้ เพื่อขอโอกาสแนะนำตัวและนำเสนอนโยบาย อันเป็นที่ถูกใจชาวสูงวัยเขตยานนาวาอย่างมาก เพราะครูพรีมมี่ อาศัยความเป็น “ครู”​ สอนหนังสือมาก่อน จึงสามารถเรียกร้องความสนใจของผู้ใหญ่ในห้องเรียนได้ไม่ยาก โดยเฉพาะเมื่อได้รับไมค์มา ครูพรีมมี่ก็เริ่มต้นด้วยประโยคที่คุ้นเคยทันที “หากพวกเรากำลังสบาย จงตบมือพลัน”​ ผู้สูงวัยทุกท่านก็พร้อมรับมุกโดยพร้อมเพรียง ตบมือเสียงดังๆ ตามด้วยเสียงหัวเราะด้วยความเป็นกันเอง ก่อนที่นายนรเสฎฐ์ จะขอให้ทุกคนชูมือขึ้นทั้งสองข้างและถามไปว่า “ครูพรีมมี่เบอร์อะไร” แน่นอนว่า “เบอร์10″ ก็ดังประสานเสียงโดยพร้อมเพรียงอีกเช่นกัน

               “ครูพรีมมี่” แนะนำตัวเองว่า จบการศึกษาปริญาตรี BBA จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลังจากนั้นได้ทำงานกับกลุ่มซีพี ที่กรุงปักกิ่ง และไปศึกษาต่อปริญญาโท MBA สาขาการเงิน ที่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน และได้เปิดโรงเรียนกวดวิชาภาษาอังกฤษให้กับคนจีน รวมทั้งได้เปิดคอร์สอบรมคุณครูสอนภาษาอังกฤษโรงเรียนอนุบาลที่ปักกิ่ง  นับเป็นคนไทยคนแรกที่เข้าไปเปิดธุรกิจด้านการศึกษาในประเทศจีน ต่อมาบังเอิญว่ามีผู้บริหารกระทรวงการศึกษาธิการของไทยในขณะนั้น ได้ไปศึกษาดูงานที่สาธารณรัฐประชาชนจีน และได้มีโอกาสพบกับครูพรีมมี่ จึงได้เชิญชวนครูพรีมมี่กลับมาช่วยประเทศไทยด้านการศึกษาเพื่อพัฒนาหลักสูตรภาษาจีนในไทย “ผมโตมากับครอบครัวการศึกษา ที่บ้านทำโรงเรียนอนุบาล ได้ถูกปลูกฝังมาตลอดว่าต้องช่วยเหลือสังคม สิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงสังคมได้ก็คือการศึกษา พอเรามาเห็น เราก็รู้สึกว่าสิ่งที่จะทำให้ประเทศไทยพัฒนาได้คือการศึกษา วันนี้ยิ่งได้มาเห็นพี่ๆ (ครูพรีมมี่อ้อนผู้สูงวัยขอเรียกพี่)​ ยังมาเรียนกันพร้อมหน้าแบบนี้ ก็ยิ่งทำให้เชื่อมั่นในความสำคัญของการเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งตรงกับนโยบายของพรรค

               “วันนี้รู้สึกประทับใจมากที่เข้ามาเห็นคุณครูกำลังสอนเรื่องภัยคุกคามด้านออนไลน์ ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตของทุกคนมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็ได้ให้ความรู้เรื่องออนไลน์กับผู้สูงวัย ซึ่งเหมือนกับที่ผมตั้งใจมาสนับสนุนเรื่องนี้การศึกษาเท่าเทียมอยู่แล้วโดยสอดคล้องกับนโยบายพรรคภูมิใจไทย ที่ผลักดันการศึกษาตลอดชีพผ่านการเรียนการสอนแบบออนไลน์ ซึ่งจะพัฒนาหลักสูตรให้เข้มแข็งและตอบโจทย์กับทุกช่วงวัย โดยเฉพาะให้เหมาะกับผู้สูงวัยด้วย เพราะวัยนี้การเรียนแบบในห้องเรียนเพียงอย่างเดียวนั้น อาจจะไม่คล่องตัว เพราะวัยนี้แล้วอาจจะมีภาระ มีงานมีการติดพัน ต้องค้าต้องขาย ไม่สะดวกมาเรียน แต่เชื่อว่าทุกคนอยากได้โอกาสพัฒนาตนเอง ฉะนั้นถ้ามีหลักสูตรออนไลน์ จึงจะทำให้เรียนที่ไหนก็ได้ เวลาใดก็ได้ จะทำธุระอะไรอยู่ก็สามารถเรียนรู้ด้วยตนเองได้ เพราะเป็นหลักสูตรออนดีมานด์ ขอเพียงแค่มีโทรศัพท์มือถือก็สามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม”

               ความสำคัญคือการสร้างหลักสูตร ไม่ได้มุ่งหมายเพียงให้มีแต่ “ความรู้”​ แต่หวังผลให้นำไปใช้ปฏิบัติได้จริง ประกอบอาชีพ หรือสร้างอนาคตได้   “​นโยบายภูมิใจไทยตั้งเป้าหมายจะสร้างผู้ประกอบการนักธุรกิจออนไลน์ให้ได้ถึง 9 ล้านคนทั่วประเทศ ซึ่งผู้สูงวัยชาวยานนาวาจะเป็นส่วนหนึ่งในนี้ด้วย การเรียนให้ได้มีความรู้ขึ้นมาก็ดี แต่เราจะต้องคิดต่อไปว่า จะสอนจะอบรมอย่างไรให้ทุกคนนำไปใช้ได้จริง ยกตัวอย่าง สอนให้ทำอาหาร ทำของขายแล้ว อาจจะไม่พอ ต้องมีคอร์สอบรมสอนให้รู้จักขายสินค้า นำเสนอขายแบบอินฟลูเอนเซอร์ หรือจะเป็นยูทูบเบอร์ ต้องทำอย่างไร ลองคิดดูผู้สูงวัยบางท่านอาจจะไม่มีงานทำเพราะเกษียณแล้ว แต่อาจจะสามารถไปรีวิวสินค้า หรือ มีทักษะทำอาหารขนมเก่งอยู่แล้ว แต่อาจจะเรียนเพิ่มเรื่องขายของออนไลน์ เพื่อจะเพิ่มช่องทางการตลาดให้ได้”​

               ที่สำคัญนโยบายการศึกษาเท่าเทียมนั้นจะเป็นการร่วมมือระหว่างภาครัฐกับสถาบันการศึกษาต่าง ๆ รวมทั้งจะต้องจัดหาหรือมีการให้ทุนมอบแก่ผู้ประกอบการด้วย เพื่อที่จะให้คนที่ได้เรียนแล้วมีโอกาสจะไปประกอบธุรกิจได้จริง ครูพรีมมี่ยกตัวอย่างโครงการหนึ่งที่ตนเองทำสำเร็จมาแล้วว่า “​เราเคยได้ไปสนับสนุนผู้สูงวัยกลุ่มหนึ่งทำดอกไม้จันทน์ขายในวัดในชุมชนที่เขตดุสิต ตอนนั้นเป็นโครงการจิตอาสาแต่แสดงให้เห็นว่าผู้สูงวัยนั้นมีศักยภาพ สามารถสร้างเงินสร้างรายได้ และเป็นกลุ่มอาชีพที่มีความต้องการ เพียงแต่ว่าต้องการความสนับสนุนจากภาครัฐเข้ามา เช่นเรื่องการฝึกอบรม และมีผู้เชี่ยวชาญมาดูแลอย่างใกล้ชิด จึงทำให้เกิดเป็นผลสัมฤทธิ์ขึ้นมา คือจะอธิบายว่า ไม่ใช่แค่มีการเรียนการสอนเกิดขึ้น จบแล้วก็แล้วไป แต่มีการต่อยอด การเชื่อมต่อ การแนะนำทิศทางให้เสร็จว่า เมื่อมีการทำสินค้าแล้ว ต้องคิดว่าไปขายที่ไหนต่อ ไม่ใช่แค่สนับสนุนให้มีการผลิตขึ้นมาเป็นจำนวนมากๆ แล้วจะระบายสินค้าไปทางไหน หรือต้องหาผู้ซื้อต่อได้อย่างไร ทางพรรคภูมิใจไทยจึงมองว่า การศึกษาออนไลน์ จะเข้ามาช่วยแก้ประเด็นปัญหาเหล่านี้”

               นายนรเสฏฐ์​ ได้กล่าวต่อไปว่า “แม้พรรคภูมิใจไทยอาจจะกล่าวได้ว่ายังเป็นพรรคใหม่ในความรู้สึกชาวกทม. แต่ผลงานที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่า เราทำให้กับชาวกรุงเทพ ทำมานานแล้ว” ครูพรีมมี่เล่าถึงประสบการณ์ในช่วงวิกฤติโรคระบาดโควิด-19 ที่ตนเองได้อาสาไปทำงานร่วมกับพี่น้องอสม.และอสส. ซึ่งในห้องเรียนนั้นมีอาสาสมัครเขตยานนาวาอยู่ด้วยหลายคน จึงต้องขอให้ทุกคนปรบมือให้อาสาสมัครเสื้อกาวน์ทุกคน ที่เสียสละ และยอมเหนื่อยเพื่อช่วยบรรเทาทุกข์ร้อนจากมหันตภัยโรคร้าย จากเหตุกการณ์ดังกล่าว ตนเองเชื่อว่าพี่น้องชาวกรุงเทพฯ​ ได้เห็นว่า “พรรคภูมิใจไทย พูดแล้วทำ”​ รวมถึงโครงการรถเมล์ไฟฟ้าที่ออกมาวิ่งแล้ว อันต่อไป ก็คือนโยบายพลังงานสะอาด ลดรายจ่ายประชาชน ฟรีหลังคาโซล่าเซลล์ ลดค่าไฟฟ้า หลังคาเรือนละ 450 บาท และ มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ผ่อน เดือนละ 100 บาท 60 งวด สิ่งเหล่านี้นำเสนอในเวลาที่ทุกคนเดือดร้อนจากค่าไฟฟ้า-ค่าพลังงานที่ขึ้นราคาสูงไปมาก ครูพรีมมี่จึงขอเน้นว่านโยบายที่นำเสนอนั้นจะกลายเป็นจริงได้อย่างแน่นอน ถ้ากาเลือกครูพรีมมี่ เบอร์​ 10 และพรรคภูมิใจไทย เบอร์ 7

วันพฤหัสบดีที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2566

ปู วิดิฐ ธัญพันธุ์ ส่งเสริมเความสามารถด้านการแสดงของด็ก จัดแข่งขันคัดเลือกนักแสดงเด็กมุ่งโกอินเตอร์

 

               ปู-วิดิฐ ธัญพันธุ์ ผู้กำกับภาพยนตร์ จัดนักแสดงสู่โกอินเตอร์ มีการแข่งขันคัดเลือกเด็กนักแสดงมากฝีมือด้านการแสดงและเต้น ใน วันที่30 เมษายน 2566 คณะ กรรมการกิตติมศักดิ์มาร่วมตัดสิน พร้อมส่งเสริม เด็กๆทุกคนที่ผู้ปกครองสนับสนุนสามารถลงสมัครได้ ซึ่งตอนนี้ ในวงการบันเทิงมีค่านิยมสูงต้องใช้ระยะเวลาและความอดทน บางคนก็ได้ไปสู่โกอินเตอร์ อยู่ที่การกระทำและการส่งเสริมของผู้ปกครองนั่นเอง

               ผม ปู วิดิฐ ธัญพันธุ์ พร้อมส่งเสริมต่อเพื่อให้เด็กทุกคนได้แสดงความสามารถและสู้กับชาวต่างชาติได้ แพ้ชนะไม่สำคัญ ขอให้ทุกคนทำเต็มที่ผม ปู วิดิฐ ได้รวบรวมคณะกรรมการทรงคุณวุฒิในวงการมาร่วมตัดสิน เพื่อชี้แนะแนวทางให้ถูกต้องพัฒนาต่อไป

               เพราะเด็กสมัยนี้มีความสามารถกันเกือบทุกคนแค่เราเติมเต็มให้อยู่ในโลกที่เขารักเขาชอบ โดยมีการส่งเสริมที่แท้จริงคุณพ่อคุณแม่ต้องพร้อมที่จะสนับสนุนลูกด้วย ทางเราและทีมงานพยายามส่งเสริมต่อจัดหาครูเต้นที่มีความสามารถมาฝึกสอนพื้นฐาน ให้เด็กมีความ มั่นใจมากขึ้น ท่าทางต้องกระชับและดูแข็งแรง ถ้าเราจะไปโกอินเตอร์

               ส่วนเรื่องภาพยนตร์ก็มีการเตรียมงานกันหลากหลาย เพราะหนังตอนนี้ต้องทำออกมาให้ดีที่สุดทำแบบผ่านๆไม่ได้ เรามีการเตรียมงานทีมงานที่มีฝีมือมาร่วมมือกัน เพราะหนังสมัยนี้ต้อง 20 ล้านขึ้น โฆษณาก็เกือบ 10 ล้าน ถึงจะเข้าถึงประชาชนได้ทั่วถึง ค่าตัวดาราแล ะทีมงานก็สูงเหมือนกัน ถ้าทำสุกเอาเผากินก็จะขาดทุนไปตลอด ผม ปู วิดิฐ จึงคิดว่าเราต้องทำอะไรที่เป็นคุณภาพเพื่อให้สังคมได้รับรู้ เรื่องอะไรเดี๋ยวติดตามได้


“สดใส รุ่งโพธิ์ทอง” สวมเสื้อ “รวมแผ่นดิน” ชนค่ายใหญ่ เขต 4 ปทุมธานี ลั่นกระแสไม่กลัว กลัวแค่กระสุน แข่งกันดี อาจมีเฮ ชูสโลแกน “ไม่พูดในสิ่งที่ทำไม่ได้ อายว่ะ”

 

               เมื่อวันที่ 19 เม.ย.ที่ตลาดสะพานแดง ปทุมธานี นายสดใส โรจนวิชัย หรือ สดใส รุ่งโพธิ์ทอง ศิลปินนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ในฐานะผู้สมัคร ส.ส.ปทุมธานีเขต 4 เบอร์ 2 พรรครวมแผ่นดิน ลงพื้นที่เพื่อหาเสียงกับพ่อค้า แม่ค้า ประชาชนบริเวณตลาด โดย นายสดใส ให้สัมภาษณ์ถึงกลยุทธ์ในการหาเสียงว่า ขณะนี้ใช้ตัวเองเป็นหลัก เพราะเป็นที่รู้จักของประชาชนในฐานะศิลปินนักร้อง อาศัยกลยุทธ์อ้อนแฟนเพลงขอ 1 คะแนนให้สดใส รุ่งโพธิ์ทอง ซึ่งได้รับการตอบรับดีมาก ประชาชนจำเราได้ เพราะเป็นคนปทุมธานี อีกทั้งเมื่อปี 2549 เคยลงสมัครส.ว.ได้รับความไว้วางใจจากชาวปทุมฯ จนมีคะแนนเป็นอันดับ 1 ขณะเดียวได้ลงพื้นที่พบปะประชาชน เคาะประตูบ้านมาโดยตลอด เพื่อสอบถามถึงปัญหาที่อยากให้เราช่วยแก้ไข

               พร้อมกันนี้ มาดามหยก กชพร ได้นำเสนอแนวคิด Change Together เปลี่ยนไปด้วยกัน สร้างพรรคการเมืองยุคใหม่ ก้าวข้ามความขัดแย้ง เลือกพรรครวมแผ่นดิน เบอร์ 47  รวมทั้งนโยบายเรื่องแก้ปัญหาปากท้องชาวบ้าน เท่าที่เห็นทุกพรรคก็นำเสนอนโยบายใกล้เคียงกัน แต่สิ่งสำคัญคือการลงมือทำให้เกิดขึ้นจริง ตนจึงมีสโลแกน “ไม่พูดในสิ่งที่ทำไม่ได้ อายว่ะ” จุดนี้ถือเป็นจุดขาย ช่วงที่เป็น ส.ว.ก็ทำงานจริงจังให้ประชาชนเห็นผลงาน รับใช้และเอาใจใส่อย่างต่อเนื่องประชาชนทราบดี

               “แต่ยอมรับว่าเขต 4 ปทุมธานี แข่งขันกันดุเดือด มีค่ายใหญ่ส่งผู้สมัครมาลงแข่งขันกันทุกพรรค แต่พอเปิดตัวผู้สมัครมาประชาชนแทบไม่รู้จัก แต่ผมได้เปรียบเพราะเป็นคนของประชาชนมายาวนาน ชาวบ้านจำได้ เชื่อว่าถ้าสู้กันดีๆ มีเฮแน่นอน ตอนนี้กระแสไม่กลัวครับ กลัวแต่กระสุน จึงอยากขอให้เลือกทั้งคนทั้งพรรคด้วย”นายสดใสกล่าว

               ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า การลงพื้นที่หาเสียงครั้งนี้ มีศิลปินดารา ตลกชื่อดัง ซึ่งเป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรครวมแผ่นดิน อาทิ นายไอยศูรย์ ไมดาน หรือ “เล็ก ไอยศูรย์” นักแสดง-นายแบบชื่อดัง นายทูน หิรัญทรัพย์ โฆษกพรรค น้ากล้วย เชิญยิ้ม อุ้ย รวิวรรณ จินดา ลาดา อาร์สยาม โก๋ จตุภูมิ และโฟน คฑาวุธ มาช่วยหาเสียง ขอให้เลือกพรรครวมแผ่นดิน กาเบอร์ 47 ในบัตรสีเขียว สร้างความสนใจให้บรรดาพ่อค้า แม่ค้า ประชาชน ในบริเวณดังกล่าว

วันศุกร์ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2566

“พรรครวมแผ่นดิน ร่วมสืบสานประเพณี ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมือง”

 

                13 เมษายน ประตูท่าแพ จังหวัดเชียงใหม่_ “มาดามหยก” นส กชพร เวโรจน์ ประธานที่ปรึกษาพรรครวมแผ่นดิน นำทีมผู้สมัคร สส. และทีมดาราChange Together  ตฤณ เศรษฐโชค  กำปั้น บาซู  เต้ นันทศัย  เล็ก ไอศูรย์  บี๋ สวิชและลาดา อาร์สยาม  เข้าร่วมในงานป๋าเวณี ปี๋ใหม่เมือง เจียงใหม่ 2566  ต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ หรือวันขึ้นปีใหม่ไทย

               ตั้งแต่ 07.00 น. นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่, นายอัศนี บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีจังหวัดเชียงใหม่ นำชาวเชียงใหม่ หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานต่างๆ ร่วมทำบุญตักบาตร ซึ่งมีประชาชนพร้อมใจกันเข้าร่วมในพิธีอย่างคึกคักมากมาย เพราะสำหรับชาวเชียงใหม่ เป็นวันครบรอบการสถาปนาเมืองเชียงใหม่ เป็นปีที่ 727 ด้วย

               ในงานมาดามหยก-กชพร เวโรจน์ ประธานที่ปรึกษาพรรครวมแผ่นดิน ในฐานะคนเชียงใหม่ เข้าร่วมพิธีเปิดงานประเพณีปี๋ใหม่เมือง และร่วมสืบสานประเพณี ศิลปะวัฒนธรรมไทยล้านนาให้คงอยู่สืบไป โดยมี พรชัย จิตรนวเสถียร ประธานยุทธศาสตร์ พรรครวมแผ่นดินฟีฟ่า-นฤเบศร์ ผู้สมัครเขต 1 จังหวัดเชียงใหม่ เบอร์ 3 พร้อมด้วยทีมดารานักแสดง Change Together อาทิ ตฤณ เศรษฐโชค กรรมการบริหารพรรครวมแผ่นดิน, ไอยศูรย์ ไมดาน (เล็ก ไอยศูรย์), เต้-นันทศัย, บี๋-สวิช, กำปั้น บาซู, ลาดา อาร์สยาม

               ช่วงบ่าย มีพิธีอาราธนาพระพุทธสิหิงค์ ประดิษฐานบนบุษบก รวมทั้งพระพุทธรูปสำคัญ ในขบวนแห่อัญเชิญไปตามถนน เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสสรงน้ำและกราบสักการะขอพร อันเป็นประเพณีที่สืบสานกันมาช้านาน และภายในขบวนแห่นี้มีทีมดาราพรรครวมแผ่นดินด้วย จึงได้โอกาสร่วมเล่นน้ำกับพ่อแม่พี่น้องชาวเมืองเชียงใหม่ และนักท่องเที่ยว อย่างสนุกสนานตลอดสองข้างทาง

               ในโอกาสนี้ มาดามหยก ยังพาทีมดารานักแสดง Change Together ไปร่วมถวายตุงไส้หมู และขนทรายเข้าวัดที่วัดเจ็ดลินด้วย ทั้งนี้เพื่อจะสื่อสารและเน้นย้ำจุดยืนนโยบายของพรรครวมแผ่นดิน ที่จะส่งเสริมและสนับสนุนศิลปะ วัฒนธรรมของไทยให้เป็นที่รู้จักทั่วโลก เพื่อเป็นจุดหมายทางการท่องเที่ยว และเป็นการอนุรักษ์สืบสานประเพณีที่ดีงามให้อยู่กับเมืองไทย มีการต่อยอดทั้งความรู้ ความเข้าใจ และสร้างรายได้ให้กับทุกชุมชน

GAC AION ขนที่สุดของซูเปอร์คาร์รถไฟฟ้า Hyper SSR ขุมพลัง 1,225 แรงม้า 0-100 กม.ต่อชั่วโมง ภายในเวลา 1.9 วินาที ให้ผู้ขับได้สัมผัสแรงกระชากในระดับ 1.7 G ในงาน Motor Expo 30 นี้

                 GAC AION  มาเหนือเมฆขนขุมพลังแห่งรถไฟฟ้า 100% ระดับไฮเอน Hyper SSR ด้วยขุมพลัง 1,225 แรงม้า 0-100 กม. ต่อชั่วโมง ภายในเวลา ...