วันพฤหัสบดีที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2564

กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ส่งแคมเปญ “Learning for Change” ดึงมือโปรร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการออนไลน์แก่ Content Creator รุ่นใหม่ มุ่งยกระดับสื่อดิจิทัลไทยสู่สากล

 



กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกับ YouTube ประเทศไทย จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการออนไลน์ให้กับ Video Content Creator สายการเรียนรู้รุ่นใหม่ ภายใต้โครงการ “พัฒนานักสื่อสารสร้างสรรค์ ด้านการเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลง” เพื่อยกระดับมาตรฐานการสื่อสารให้เกิดความปลอดภัยและพร้อมสรรพด้วยคุณภาพ ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพสำหรับเด็กและเยาวชนคนรุ่นใหม่

 

กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์  มุ่งเน้นให้เกิดการรณรงค์ ส่งเสริม และสนับสนุนให้มีการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และส่งเสริมให้มีการพัฒนาศักยภาพของผู้ผลิต โดยสร้างนวัตกรรมการสื่อสารอย่างรอบด้าน หลากหลายแง่มุม และสร้างการมีส่วนร่วมเพื่อขับเคลื่อนนโยบายที่เป็นประโยชน์สู่ผู้คนในสังคมอย่างกว้างขวาง ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาชน กลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชน โดยสานพลังเครือข่ายเพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกันให้เกิดประสิทธิภาพและยั่งยืน พร้อมทั้งสร้างฐานความรู้ด้านต่าง ๆ ในการสนับสนุนการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ รวมถึงส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนมีทักษะ  “การรู้เท่าทันสื่อ” และ “การเฝ้าระวังสื่อ” เพื่อการพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้สื่อและการสื่อสารของไทยในเชิงลึกและองค์ความรู้เกี่ยวกับการชี้วัดระดับการรู้เท่าทันสื่อและพร้อมเป็นแหล่งทุนเพื่อการสร้างสังคม “รู้เท่าทันสื่อ” ให้แก่เด็ก เยาวชนและครอบครัว




ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์  กล่าวว่า“โครงการพัฒนานักสื่อสารสร้างสรรค์ด้านการเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลง (Learning 4 Change) เพื่อผลิตสื่อดิจิทัลส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพสำหรับเด็กและเยาวชนในศตวรรษที่ 21 โดยโครงการนี้ เป็นความร่วมมือระหว่าง กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ (Thai Media Fund) กับ YouTube ประเทศไทย ในการจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการออนไลน์ให้กับ Video Content Creator กลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยมีการรับสมัคร

 

และคัดเลือกจากช่อง YouTube ที่เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการเรียนรู้ด้านต่าง ๆ จำนวนมาก แล้วคัดเลือกช่องที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่สุดจำนวน 10 ช่อง ได้แก่ Nice to meet you, CTclockwises, Dek-D's TCAS Reality, สามอาชีพ เพื่อมนุษยชาติ, PetchZ, PedPedTV, คิดดีทีวี, กินได้อร่อยด้วย, ท่องเที่ยวสะดุดตา sadoodta และคุยการเงินกับที

 

ดร.ธนกร ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า “ในยุคคนรุ่นใหม่ที่มีพลังในการสร้างสรรค์สื่ออย่างหลากหลาย  ในรูปแบบของข้อมูลข่าวสาร สารคดี และสาระบันเทิง  โดยผลิตขึ้นเพื่อส่งต่อไปยังเด็กและเยาวชนจำนวนมาก  กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์เล็งเห็นพลังสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ ในการเป็นผู้ผลิตคอนเทนต์และพัฒนาศักยภาพการผลิตสื่อฯ โดยใช้ความรู้และประสบการณ์เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง และสร้างความเข้าใจระหว่างเจนเนอเรชั่นที่มีความแตกต่างแต่ละช่วงวัย

แคมเปญ Learning for Change” งานความร่วมมือระหว่างกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกับ YouTube ประเทศไทย เป็นการสร้างประสบการณ์และความรู้จากการสัมมนา โดยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับวิทยากรที่มีความรู้ความสามารถจากหลากหลายวิชาชีพ เพื่อเป็นแรงผลักดัน สนับสนุน และเพิ่มศักยภาพการสื่อสารให้กับผู้ผลิตสื่อสร้างสรรค์รุ่นใหม่ได้อย่างแน่นอน และคาดหวังว่า Content Creator และผู้ร่วมสัมมนาในครั้งนี้จะประสบความสำเร็จ สร้างประโยชน์ และพัฒนาสร้างสรรค์สื่อที่ดีและปลอดภัยให้กับสังคม”

 นายจิระวัฒน์ ภูมิศรีแก้ว หัวหน้าฝ่ายรัฐกิจและนโยบายสาธารณะ Google ประเทศไทย กล่าวว่า “ปัจจุบัน YouTube Search เป็นช่องทางการสืบค้นข้อมูลอันดับ 2 รองจาก Google Search โดยแพลตพอร์มการสืบค้นจะเป็นเพียงผู้เรียบเรียงชุดข้อมูลเพื่อนำไปสู่ผลลัพธ์ต่อการสืบค้นนั้นๆ เราเองจึงต้องพึ่งพาเหล่า Content Creator ที่จะเข้ามาเป็นผู้สร้างสรรค์และพัฒนาสื่อให้หลายหลายอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งสื่อออนไลน์ในปัจจุบันไม่ได้สร้างเพื่อวัตถุประสงค์ ความบันเทิง การดูหนัง ฟังเพลง เพียงเท่านั้น แต่สามารถช่วยเพิ่มความรู้ เพื่อพัฒนาตัวเอง โดยสื่อที่ดีควรประกอบไปด้วย 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ความปลอดภัย ทั้งในแง่ของผู้สร้างสรรค์และผู้รับชมสื่อออนไลน์ สื่อที่ดีควรมีความถูกต้อง ปลอดภัยภายใต้ข้อกำหนด และกฎหมาย มีเนื้อหาที่ปลอดภัยต่อเยาวชน สร้างสรรค์ เพื่อให้เกิดการดึงดูดจำนวนผู้เข้าชมที่มากขึ้น และสร้าง Attention ที่ดีต่อสื่อ จำเป็นต้องใช้ปัจจัยต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการเข้าชมทางด้านอารมณ์ร่วม ไม่ว่าจะเป็น ความอยากรู้อยากเห็น ความตื่นเต้น ความกลัว แต่สิ่งกระตุ้นเหล่านั้นต้องผ่านการสร้างสรรค์อย่างมีคุณค่า ผ่านการคิด วิเคราะห์ เพื่อประสิทธิภาพสื่อที่ดีจาก Content Creator และสิ่งสุดท้ายที่เราคาดหวังจะให้เกิดขึ้นคือ การนำไปสู่การเรียนรู้ จากสถิติจำนวน How to VDO ใน YouTube มีมากกว่า 4,500 ล้านชั่วโมงต่อปี เปรียบเป็นสื่อออนไลน์เพื่อการเรียนรู้ต่อเยาวชนได้มาก หรืออาจมากกว่าชั่วโมงการเรียนรู้ในห้องเรียน เพื่อให้สื่อที่ผลิตออกมาได้สร้างประโยชน์ให้กับผู้รับชมโครงการ “พัฒนานักสื่อสารสร้างสรรค์ ด้านการเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลง” จึงเหมาะสม และจำเป็นอย่างมากสำหรับผู้ผลิตสื่อออนไลน์ที่จะได้ร่วมนำเอาความรู้จากการอบรมเชิงปฏิบัติการนี้ไปพัฒนาการสร้างสื่อออนไลน์”

            ​ทั้งนี้การอบรมเชิงปฏิบัติการออนไลน์ แบ่งออกเป็น 3 แกนได้แก่ การทำโปรดักชั่นวิดีโอ การครีเอทีฟ และการเล่าเรื่อง โดยเป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อผลิตสื่อที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์ ให้พร้อมที่ส่งจะต่อข้อมูลความรู้ที่มีประสิทธิภาพต่อไปยังผู้รับชม โดยทางโครงการได้รับเกียรติจากวิทยากรที่มีชื่อเสียงในวงการสื่อสารมวลชน สายงานการผลิตสื่อ ครีเอทีฟ นักกฎหมาย นักวิชาการ รวมถึง YouTuber มืออาชีพมาร่วมงานหลากหลายสาขา ในหลากหลายหัวข้อที่สำคัญแตกต่างกันไป อาทิ การอบรมหัวข้อ Fact กับ Fake โดยคุณพีรพล อนุตรโสตถิ์ ผู้จัดการศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) หัวข้อทำคอนเทนต์ยังไงไม่ให้ผิดกฎหมาย โดยคุณปริญญา หอมอเนก ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ACIS Professional Center และหัวข้อพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ โดยคุณยุทธนา บุญอ้อม รองกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส - หน่วยงาน Showbiz เป็นต้น

ทั้งนี้ผู้ที่สนใจยังสามารถร่วมชมวิดีโอต่าง ๆ ของโครงการ Learning for Change ได้ที่ YouTube ช่อง Learning for Change TH : https://www.youtube.com/channel/UCOP4DBKDclUapifllwpyRvA




 


วันพุธที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2564

ทายาทรุ่นสอง : Future Possibilities โอกาสการทำธุรกิจครอบครัว บนโลกบริบทใหม่สู่ความยั่งยืน

 



เริ่มแล้วกับงาน ทายาทรุ่นสอง : Future Possibilities กิจกรรมเสวนาออนไลน์ส่งท้ายปีที่ตั้งใจผลักดันธุรกิจครอบครัวไทยให้ก้าวไกลรับปี 2565 อย่างยั่งยืน โดยมี The Cloud พร้อมหน่วยงานเอกชน อาทิ SC Asset, Singha Corporation, Kiatnakin Phatra และ dtac business จัดขึ้นอย่างคัดสรรและอัดแน่นไปด้วยวิทยากรผู้คร่ำหวอดในแวดวงธุรกิจที่มาติดอาวุธเด็ดด้านการตลาดเพื่อชี้ช่องรวยให้กับผู้ประกอบการและนักธุรกิจกันชนิดจัดเต็มผ่านมุมมองของ 5 กูรู ที่ชวนรอบรู้การทำธุรกิจครอบครัวในบริบทโลกใหม่สู่รุ่นถัดไปอย่างยั่งยืน โดย ดร.กฤตินี พงษ์ธนเลิศ อ.ภาควิชาการตลาดและเจ้าของคอลัมน์สุดฮิต Makoto Marketing และ พิมพ์อร นทกุล บ.ก.บทความธุรกิจของ The Cloud

 

โลกยุคดิจิทัลเต็มใบและสถานการณ์โควิด ทำให้ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา เป็นช่วงที่ท้าทายอย่างมากสำหรับทุกธุรกิจ รวมไปถึงธุรกิจครอบครัวซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะเมื่อวิกฤตต่าง ๆ ถาโถมเขามาอย่างไม่หยุดยั้ง ธุรกิจครอบครัวจึงไม่ได้พบเพียงปัญหาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่ยังต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่พลิกผลันของผู้คน สังคม วิถีชีวิต และโลกที่เราต้องรับมืออย่างมีสติสูงสุด อีกทั้งต้องมีองค์ความรู้ขั้นแอ๊ดวานซ์ พร้อมด้วยเครื่องไม้เครื่องมือและตัวช่วยพิเศษต่างๆ เพื่อให้ธุรกิจครอบครัวประสบผลสำเร็จและก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างยั่งยืนให้จงได้

 

ในปีนี้งานเสวนา ทายาทรุ่นสอง : Future Possibilities ความเป็นไปได้ในอนาคต ปรับเป็นออนไลน์ ผู้ที่พลาดยังสามารถดูสรุปย้อนหลังได้ที่ Readthecloud.co กิจกรรมนี้เปิดพื้นที่ให้บรรดาผู้ประกอบการและทายาทธุรกิจได้พบปะและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้มากขึ้น ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามมีผู้เข้าร่วมงานมากถึงเกือบหนึ่งพันคน การพูดคุยแบ่งเป็น 2 ช่วง Lecture และ meet เรียกว่าจบงานทั้งความรอบรู้และอาวุธการตลาดครบมือพร้อมลุยสู้เศรษกิจในปีหน้าได้อย่างมั่นอกมั่นใจขึ้น โดยเฉพาะช่วง Meet ที่ได้คอนเนคชั่นเยอะเป็นพิเศษ จากทั้งเจ้าของธุรกิจ ผู้ประกอบการ ทายาทธุรกิจ และซับพลายเออร์ ได้แลกคอนแทคและให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในอนาคต



สอดรับกับที่ ดร.กฤษฎ์เลิศ สัมพันธารักษ์ ศาตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ University of California San Diego กล่าวถึง ธุรกิจครอบครัวไทยในบริบทโลกใหม่ ด้วยหลักคิดสำคัญ โดน ‘ป่วน’ ต้อง ‘ปรับ’ อย่า ‘ป่วย’ อย่าเพิ่งท้อหรือป่วย แม้ธุรกิจครอบครัวอาจดูเหมือนว่าจะต้องจัดการตัวป่วนที่มากกว่าธุรกิจทั่วไป แต่ธุรกิจครอบครัวมีสินทรัพย์ที่ธุรกิจครอบครัวที่ต้องรักษาและต่อยอด และอย่าทำให้กลายเป็นหนี้สินเพราะสินทรัพย์เหล่านี้ คือดีเอ็นเอที่ช่วยให้ธุรกิจครอบครัวอยู่รอดได้อย่างยั่งยืน



ฝั่งคลื่นลูกใหม่ นัฐธารี พันธุ์เพ็ญโสภณ ทายาทรุ่นที่ 3 โคคาสุกี้ ฉายวิสัยทัศน์เกี่ยวกับการ Disrupt ธุรกิจเพื่อลูกค้าในวันหน้า หัวใจสำคัญที่เธอยึดใช้ในการบริหารธุรกิจ คือ ยึดมั่นใน Core Values ทายาททุกรุ่นห้ามลืมว่าอะไรคือเสน่ห์ของธุรกิจนั้น ทำไมเราถึงรับช่วงต่อ และการทำให้ธุรกิจครอบครัวคงคุณค่าของธุรกิจนั้นในทุก ๆ รุ่น ทุก ๆ สถานการณ์ ไม่ว่ารูปแบบหรือบริบทใดก็ตาม




 ส่วน นพนารี พัวรัตนอรุณกร ทายาทรุ่นที่ 3 ร้านสมใจ เครื่องเขียน และอุปกรณ์ศิลป์ เสริมความมั่นใจในมุมธุรกิจด้วย ความสัมพันธ์กับคู่ค้าที่มากกว่าความผูกพัน เธอเลือกให้ความสำคัญกับคู่ค้ามากเป็นพิเศษ เธอระบุชัดว่า…ต้องเข้าใจคู่ค้า เพราะคู่ค้าคือคู่หู และคู่หูคือคู่คิด ทางเลือกที่ดีกว่าในการดูแลคู่ค้า คือการเข้าหาด้วยน้ำใจที่ดีต่อกัน และความตั้งใจจะเป็นคู่ค้าที่ดี คอยเกื้อกูลกัน ทายาทธุรกิจจึงต้องคิดว่าจะนำแต้มต่อหรือความสัมพันธ์อันดีนั้น มาต่อยอดอย่างไรให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด คือร่วมกันสร้างสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ทั้งสองฝ่าย

 



ด้าน สุวภา เจริญยิ่ง ที่ปรึกษาทางด้านการเงิน ผู้อยู่เบื้องหลังการนำหุ้นเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ หนึ่งในวิทยากรบอกไว้ในเลกเชอร์ของเธอว่า “การบริหารจัดการเงินธุรกิจครอบครัวหลังวิกฤต ให้เริ่มต้นจากการเงิน การทำธุรกิจครอบครัวมักเริ่มต้นจากการช่วยเหลือกันภายใน แต่การทำงานแบบมืออาชีพเป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยให้ธุรกิจเติบโตต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้การเงินเป็นจุดตั้งต้น เพราะการเงินเป็นตัวเลข สามารถวัดและเปรียบเทียบสถานการณ์ของเรากับกรณีศึกษา เพื่อนำแนวทางมาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างความสำเร็จต่อได้ 

 



นอกจากนี้ ประทินรัตน์ วัชรสินธุ์ ที่ปรึกษาด้านการจัดการและธุรกิจครอบครัว ยังมาแชร์คำถามยอดฮิตที่พบบ่อยในการจ้างงานและข้อตกลงว่าจ้างกับรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนไป ให้ฟังว่า “ความท้าทายในการจัดการทรัพยากรบุคคลคือ สัญญาการจ้างงาน แม้ว่าสัญญาการจ้างงานเกิดได้จากการพูดคุยกันแบบปากเปล่า แต่การเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร คือจุดเริ่มต้นในการสร้างความชัดเจน ทั้งในเรื่องของบทบาท เงื่อนไข ค่าตอบแทน สวัสดิการ และภาระภาษี ที่ชัดเจนเป็นหลัก ซึ่งจะช่วยให้องค์กรและพนักงานตกลง อีกทั้งปรับเปลี่ยนให้เท่าทันสถานการณ์ ดังนั้นการมีสัญญาจ้างงานที่ชัดเจน คือความสบายใจของทุกฝ่าย ทั้งยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและความเป็นมืออาชีพให้แก่บริษัทด้วย

 

ติดตามบทสรุปอาวุธการตลาดที่ผู้ประกอบการไทยสามารถนำไปใช้ได้จริง จาก 5 ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจครอบครัวและทายาท แบบเข้มข้น เจาะลึก จัดเต็ม ได้ที่ readthecloud.co



 


วันจันทร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

วิมลณ์เกศ สุวพัฒน์ธุนากร (มิ้นท์ชี้ช่องรวย) ผู้อำนวยการฝ่าย SME Solution บริษัท พีเอ็มจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด กับภารกิจส่งต่อกำลังใจ ปลุกฝัน SME ไทย ผ่าน MV ชี้ช่องรวย

 


จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่กินระยะเวลามาอย่างต่อเนื่อง และ ยาวนานกว่า 2 ปี โดยยังไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุดลงโดยง่าย นับเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับผู้ประกอบการ ทั้งนายจ้าง และ ลูกจ้าง มีกิจการไม่น้อยกว่า 35 ประเภท ที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะ SME ในภาคธุรกิจอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

 

ในปี 2563 ที่ผ่านมา สำนักงานประกันสังคม (สปส.) รายงานว่า มีผู้ประกันตนที่ต้องออกจากระบบประกันสังคมจำนวนทั้งสิ้นกว่า 2 ล้านราย (2,205,694 คน) โดยเป็นการออกไปประกอบอาชีพอิสระ จำนวนกว่า 1.8 ล้านราย (1,808,753 คน) เปลี่ยนมาสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 จำนวนกว่า 4 แสนราย (467,346 คน) และ เปลี่ยนมาสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 รวม กว่า 3.8 หมื่นราย (38,328 คน) และ ที่สำคัญคือ มียอดผู้ประกันตน ใช้สิทธิว่างงาน สูงถึง 1.2 ล้านราย (1,212,307) คน

 

ข้อมูลจาก กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ รายงานว่า ช่วง 4 เดือน แรก ของปี 2564  (ม.. เม..) มียอดจดทะเบียน “เลิกกิจการ” จำนวนทั้งสิ้น 3,090 ราย สำหรับประเภทกิจการที่ยื่นขอจดทะเบียนปิดกิจการ 3 อันดับ แรกในช่วง 4 เดือน แรกของปีนี้ ได้แก่ 1.ก่อสร้างอาคารทั่วไป 274 ราย 2. อสังหาริมทรัพย์ 195 ราย 3. ภัตตาคารร้านอาคาร 111 ราย

 

การตัดสินใจเปิดประเทศอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา นับเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญของรัฐบาล เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย จึงทำให้ บริษัท พีเอ็มจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้จัดงาน Smart SME EXPO จึงเดินหน้าจัดงาน Smart SME EXPO 2021 เพื่อหวังกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างบรรยากาศการซื้อขายปลายปี พร้อมติดปีกอาวุธ SMEs ทั้งองค์ความรู้ และ เงินทุน

 


Smart SME EXPO 2021 ครั้งนี้จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 7 โดยมีกำหนดการจัดงานระหว่างวันที่ 2 - 5 ธันวาคม 2564  ฮอลล์ 6 อิมแพ็คเมืองทองธานี  ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19อย่างเคร่งครัด  ควบคุมโดยกระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี

 

เพื่อให้ตอบโจทย์กับสถานการณ์ และ กลุ่มเป้าหมาย การจัดงานครั้งนี้จึงมาในรูปแบบผสมผสานทั้ง On Ground และ Online Event ด้วยรูปแบบบูธเสมือนจริง Virtual Expo Event” ที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ รวมทั้งผู้สนใจที่ไม่สะดวกเดินทางมา ณ สถานที่จัดงาน สามารถเข้าถึงสินค้าและ บริการต่าง ๆภายในได้อย่างไม่จำกัด ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายธุรกิจแฟรนไชส์ภายในงาน รวมทั้งการเจรจาจับคู่ธุรกิจกับคู่ค้าตัวจริงทั้งใน และ ต่างประเทศผ่านรูปแบบ Face to Face และ ระบบ Zoom



ร่วมด้วยหน่วยงานพันธมิตร ทั้งภาครัฐ และ เอกชน ที่พร้อมใจกันนำโซลูชั่นส์ดี ๆ มาช่วยเหลือ SME อาทิ

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้นำผลงานวิจัยและนวัตกรรม มาร่วมจัดแสดงเพื่อผลักดันให้เกิดการนำไปใช้ประโยชน์ ในเชิงพาณิชย์ พร้อมให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการวิจัย การถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อ พัฒนาสินค้า และ ธุรกิจโดยไม่มีค่าใช้จ่าย กรมส่งเสริมการเกษตร มาพร้อมกับ นิทรรศการ “Young Smart Farmer” ด้วยแนวคิด ต้นน้ำ (โซนผลิต)  - กลางน้ำ (โซนแปรรูป)  ลงไปสู่ ปลายน้ำ (โซนตลาดและเครือข่าย) เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ นำผู้ประกอบการกลุ่มสินค้าแปรรูปที่มีศักยภาพ มาร่วมออกบูธจำนวน 10 ธุรกิจ

บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT นำเทคโนโลยี Cloud Solution ที่ตอบโจทย์สำหรับผู้ประกอบการยุคดิจิทัล อยู่ที่ใดก็สามารถทำงานได้ ใช้งานก็สะดวก และ ปลอดภัย จากโควิด-19 และ การคุกคามทาง Cyber

 

ทางด้านสถาบันการเงิน ก็ร่วมส่งแคมเปญสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำช่วยเหลือเอสเอ็มอีอย่างคับคั่งภายในงาน อาทิ

บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม ออกมาตรการ "สินเชื่อฟื้นฟู" ช่วยเหลือ และ ฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สินเชื่อธุรกิจ SME เลือกได้ จากธนาคารกสิกรไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ร่วมส่งสินเชื่อ Smart Farmer สินเชื่อเสริมแกร่ง SME เกษตร โครงการสินเชื่อนวัตกรรมดี มีเงินทุน และ สินเชื่อเพื่อการปลูกกัญชา ปิดท้ายด้วย Exim Bank จัดสินเชื่อเพื่อผู้ส่งออกป้ายแดง

 

ทางฝั่งผู้ประกอบการก็ไม่น้อยหน้า เพราะครั้งนี้มี SME ที่เป็นดาวเด่น มาสร้างสีสันในงานรวมกว่า 200 บูธ ประกอบด้วยธุรกิจเด่นแฟรนไชส์ดัง อาทิ ชานมแอมที ที่จับคู่แฟรนไชส์ ลูกชิ้นยืนกิน เจ้พงษ์มิลค์แลนด์, แฟรนไชส์ร้านตัดผม Yes it is, เฮียลิ้มบะหมี่เกี๊ยว, กิมจิคุณคิม, ตู้เติมน้ำมันอัตโนมัติออสซี่ออยล์อาจุมม่า คอร์นด็อกชีส, เนื้อสวรรค์ชั้น 7, เลอมงราเม็ง, แฟรนไชส์สะดวกซัก อ๊อตเทริ วอช แอนด์ ดราย, ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ Cirbox,  เครปไส้พูน, ไก่ทอดนายทร , กาแฟสโลว์บาร์ Hip Cof, โลโซโตเกียว, บริการกำจัดปลวก Mr.Saveman, หมูปลาร้าและหมูปิ้งยายต๋อย, สลัดคุณทิพย์, ร้านสะดวกซักลอนดรี้บาร์  และอีกมากมาย



และเพื่อเป็นการส่งต่อ “กำลังใจ” พร้อมสื่อสารให้ SME ทุกคนลุกขึ้นมาแสดงพลังของผู้ประกอบการ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย บทเพลง “ชี้ช่องรวย” จึงถูกแต่งขึ้นใหม่เพื่อภารกิจนี้โดยเฉพาะ และ ใช้เป็นเพลงโปรโมทงาน ผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ต่างๆ

 

ถึงเวลาแล้วที่เหล่า SME  จะต้องมีกำลังใจลุกขึ้นมาขับเคลื่อนธุรกิจกันอีกครั้ง “เพื่อวันข้างหน้าที่ดีกว่า”

“เอสเอ็มอี ชี้ช่องรวย” ขอเคียงข้าง และ สร้างกำลังให้ SME ไทย ให้ผ่านพ้นความยากลำบากในครั้งไปให้ได้

 

เพลง “ชี้ช่องรวย” เป็นบทเพลงที่ถ่ายทอดมาจากชีวิตจริงของผู้ประกอบการ SME ไทย ที่ทุกคนก่อนจะประสบความสำเร็จ ก็ล้วนเริ่มต้นมาจากความฝันเล็กๆ กันทั้งนั้น การมองหาโอกาส ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ขอเพียงตั้งใจทำอย่างเต็มที่ สักวันก็จะเป็นจริงขึ้นมาได้ และด้วยเนื้อร้องที่ติดหู เรียบง่าย แต่สื่อความหมายได้ตรงตัว ประกอบกับการขับร้อง ที่ร่าเริง สดใส ในจังหวะดนตรีที่สนุกสนาน นอกจากจะทำให้ ผู้ฟังเข้าถึงเนื้อหาของบทเพลงได้ง่ายแล้ว ยังเป็นการปลุกพลังผู้ประกอบการที่มีอยู่ในตัวของทุกคนให้ลุกโชนขึ้นมา เพื่อสร้างฝันของตัวเอง และ ต่อยอดธุรกิจให้เติบโตต่อไป เป็นการส่งมอบกำลังใจไปยัง SME ทั่วประเทศ ให้มีกำลังใจ ไม่ย่อท้อ ต่ออุปสรรค โดยเฉพาะในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้  ที่ทุกคนกำลังเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 มาอย่างยาวนาน

 

โดยปีนี้ตั้งเป้าหมายการเจรจาจับคู่ธุรกิจไม่น้อยกว่า 150 คู่  และ คาดว่าการซื้อขายสินค้าภายในงานจะสามาถสร้างเม็ดเงินสะพัดภายในงานไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท ซึ่งการดำเนินการทั้งหมด มีการเตรียมพร้อมด้านมาตรการการป้องกันตามมาตรการของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข มาตรการป้องกันของ ศบค. มาตรการของจังหวัดนนทบุรี และมาตรการของหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ภายใต้หลักการ ชื้อขายธุรกิจอย่างสบายใจปลอดภัยทั้งผู้จัดแสดงสินค้าและผู้เยี่ยมชมงาน

 

สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการขยายธุรกิจ หาคู่ค้าพันธมิตรเพิ่ม รวมทั้งผู้ที่กำลังมองหาแฟรนไชส์ธุรกิจเข้าร่วมงาน โดยสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่ https://expo.smartsme.co.th/register/ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์ 086-314-1482 , 094-915-4624







วันอังคารที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

The Cloud หนุนธุรกิจครอบครัวไทย นำทีมทายาทรุ่นสอง เปิดแนวคิด Future Possibilities ต่อยอดอย่างไรให้สร้างสรรค์ พัฒนาให้เติบโตอย่างยั่งยืน

 



The Cloud ร่วมกับพันธมิตรธุรกิจภาคเอกชน SC Asset, Singha Corporation, Kiatnakin Phatra และ dtac business เดินหน้าจัดงาน ทายาทรุ่นสอง ตอกย้ำความสำเร็จ 4 ปีที่ก่อตั้ง จากคอลัมน์ออนไลน์ที่ตั้งใจส่งเสริมธุรกิจที่ดีจากรุ่นสู่รุ่น กลายเป็นกิจกรรมใหญ่ที่ได้รับความสนใจจากพลังของคนทำธุรกิจรุ่นใหม่ทั้งทายาทและผู้ประกอบการธุรกิจที่อยากรักษาคุณค่าของธุรกิจดั้งเดิม พร้อมหาแนวทางร่วมใหม่ๆ เพื่อพัฒนาให้เติบโต แม้จะเจอพิษโควิดรวมถึงวิกฤตเศรษฐกิจในโลกปัจจุบันให้ได้อย่างยั่งยืน

สำหรับงาน ทายาทรุ่นสอง ในปีนี้มาด้วยแนวคิด Future Possibilities : ความเป็นไปได้ในอนาคต เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า 2 ปีที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาแห่งความท้าทายครั้งใหญ่ของธุรกิจครอบครัว ซึ่งเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของระบบเศรษฐกิจไทย และเป็นความท้าทายที่มีลักษณะเฉพาะตัวต่างจากธุรกิจอื่นๆ งานเสวนาออนไลน์ครั้งนี้จึงตั้งใจนำเสนอแนวคิด เครื่องมือ และความเป็นไปได้ ของการทำธุรกิจครอบครัวในบริบทใหม่ของโลก ชวนรับความรู้และประสบการณ์ที่ทำให้เห็นความเป็นไปได้ของธุรกิจครอบครัวในอนาคต พูดคุยแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์กับผู้เชี่ยวชาญและทายาทธุรกิจจากหลายอุตสาหกรรม ผ่าน 5 วิทยากรชื่อดัง

คุยกับ ดร.กฤษฎ์เลิศ สัมพันธารักษ์ ศาตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ University of California San Diego ถึง ธุรกิจครอบครัวไทยในบริบทโลกใหม่,

สร้างความเข้าใจเรื่อง ข้อตกลงว่าจ้างกับรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนไป พร้อมเงื่อนไขทางกฎหมายที่ได้ประโยชน์ทั้งองค์กรและพนักงาน กับ ประทินรัตน์ วัชรสินธุ์ ที่ปรึกษาด้านการจัดการและธุรกิจครอบครัว,

ล้วงเคล็ดลับทายาท โคคาสุกี้ : นัฐธารี พันธุ์เพ็ญโสภณ กับกลยุทธ์ Disrupt ธุรกิจเพื่อลูกค้าในวันหน้า การปรับตัวครั้งใหม่ของทายาทผู้ตัดสินใจปิดสาขาใหญ่ เพื่อพาธุรกิจก้าวไปข้างหน้าด้วยภารกิจที่จะบริหารโคคาสุกี้ให้อยู่ถึง 500 ปีให้ได้

รวมถึงกลยุทธ์การสานต่อความสัมพันธ์กับคู่ค้าของ ร้านสมใจ เครื่องเขียน และอุปกรณ์ศิลป์ ที่มีสินค้ามากกว่า 20,000 ประเภท ผู้ยกระดับมิตรภาพระหว่างคู่ค้าจากความผูกพัน สู่การสร้างความร่วมมือทางธุรกิจที่ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย เพื่อการเติบโตไปด้วยกันในอนาคต กับทายาทรุ่นสาม นพนารี พัวรัตนอรุณกร 

พร้อมร่วมค้นหาคำตอบ การบริหารจัดการเงินธุรกิจครอบครัวหลังวิกฤต จากที่ปรึกษาทางด้านการเงิน ผู้อยู่เบื้องหลังการนำหุ้นเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ กว่า 80 บริษัท อย่าง สุวภา เจริญยิ่ง ต้นแบบวิธีบริหารจัดการเงินแบบมืออาชีพ เพื่อตอบคำถามว่าการเงินแบบกงสียังได้ผลดีอยู่ไหมในบริบทโลกใหม่ 

 

ทายาทรุ่นสอง : Future Possibilities ความเป็นไปได้ในอนาคต

สร้างแบรนด์ต่อยอดความเชี่ยวชาญทําทุกอย่างให้ดียิ่งขึ้นจบแบบไม่เจ็บ

 

ผู้ประกอบการและนักธุรกิจห้ามพลาดทุกกรณีกับกิจกรรมเสวนา ทายาทรุ่นสอง : Future Possibilities วันที่ 22 พฤศจิกายน 2564 เวลา 13.00 – 18.00 น.

ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมผ่านช่องทางออนไลน์ (ฟรี!) ที่ readthecloud.co

GAC AION ขนที่สุดของซูเปอร์คาร์รถไฟฟ้า Hyper SSR ขุมพลัง 1,225 แรงม้า 0-100 กม.ต่อชั่วโมง ภายในเวลา 1.9 วินาที ให้ผู้ขับได้สัมผัสแรงกระชากในระดับ 1.7 G ในงาน Motor Expo 30 นี้

                 GAC AION  มาเหนือเมฆขนขุมพลังแห่งรถไฟฟ้า 100% ระดับไฮเอน Hyper SSR ด้วยขุมพลัง 1,225 แรงม้า 0-100 กม. ต่อชั่วโมง ภายในเวลา ...