วันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2564

จัดการสินค้าง่าย ขายของออนไลน์สบาย ไว้ใจบริการ OFC จาก BEST Supply Chain


บริษัท เบสท์ โลจิสติกส์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ภายใต้การดำเนินงานของ BEST Inc. (เบสท์ อิงช) บริษัทแม่ ผู้นำด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนแบบครบวงจร แนะนำธุรกิจการจัดการสินค้าแบบง่าย ๆ ขายของออนไลน์สบายไว้ใจบริการ OFC (Order Fulfillment Center) ผู้ช่วยจัดการบริหารคลังสินค้าออนไลน์ครบวงจร จาก BEST Supply Chain (เบสท์ ซัพพลายเชน)

ปัจจุบันตลาดอีคอมเมิร์ซ กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มว่าจะเติบโตมากขึ้นไปอีก เพราะการช้อปปิ้งออนไลน์กลายเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในขณะนี้ ส่งผลให้ตลาดอีคอมเมิร์ซมีการแข่งขันที่สูงขึ้นตามไปด้วย และเพื่อให้ทันกับการแข่งขันของตลาดอีคอมเมิร์ซ ร้านค้าออนไลน์จำเป็นต้องติดตามแนวโน้มอีคอมเมิร์ซใหม่ ๆ ตลอดเวลา เพราะยิ่งธุรกิจออนไลน์เติบโตมากเท่าไหร่ หรือยิ่งมียอดขายเพิ่มขึ้นเท่าไหร่ สิ่งที่ตามมาก็คือการสต๊อกสินค้าให้พอต่อยอดการสั่งซื้อและเก็บในพื้นที่ใหญ่มากพอ แพ็คสินค้าจนหน้ามืดตาลาย และยังต้องรีบส่งสินค้าให้ทันใจเหล่าลูกค้าอีก ซึ่งเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก ซับซ้อน และใช้เวลาพอสมควร สำหรับสตาร์ทอัพไทยที่ได้รับการลงทุนไปแล้ว โดยด้านอาหาร/ร้านอาหาร ได้รับการลงทุนสูงสุดที่ 14% รองลงมาคือด้านอีคอมเมิร์ซ 11% และฟินเทค พร็อพเทค ดิจิทัลคอนเทนต์ 6% จึงทำให้การแข่งขันในตลาดอีคอมเมิร์ซสูงยิ่งขึ้นไปอีก

 


Fulfillment คือ บริการบริหารจัดการคลังสินค้าแบบ one stop service เพื่อเก็บสินค้า แพ็คลงกล่อง และส่งพัสดุให้กับลูกค้าปลายทาง ทำหน้าที่จัดการงานหลังบ้านแทนแม่ค้าออนไลน์ เรียกได้ว่าเป็นบริการที่ถูกออกแบบมาเพื่อการขายของออนไลน์โดยเฉพาะ หลาย ๆ ร้านที่ประสบปัญหาการจัดการหลังบ้าน จัดการสต็อก แพ็คสินค้า หรือไม่สะดวกนำพัสดุไปส่งเอง ก็สามารถหันมาใช้บริการ Fulfillment เพื่อความสะดวกในการบริหารร้านค้าออนไลน์มากขึ้น ดังนั้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับร้านค้าออนไลน์ทั้งในและต่างประเทศ BEST Supply Chain จึงขอแนะนำบริการ Order Fulfillment Center (OFC) หรือ บริการศูนย์กลางระบบบริหารจัดการคลังสินค้า ที่ให้บริการFulfillment” ตั้งแต่การช่วยคิดวิเคราะห์ข้อมูลความต้องการล่วงหน้า (Data Analysis) การจัดการสินค้าคงคลัง (Warehouse management) โดยมีกระบวนการรับสินค้า (Inbound) เก็บสินค้า (Storage) แพ็คสินค้า (Packing) ไปจนถึง การจัดส่งสินค้า (Outbound) ช่วยลดขั้นตอนที่ยุ่งยากในการจัดการสินค้าหลังบ้าน เพราะมีระบบการจัดการคลังสินค้าที่เชื่อมต่ออัตโนมัติกับระบบอีคอมเมิร์ชแพลตฟอร์มต่าง ๆ ไปจนถึงระบบเครือข่ายที่ให้บริการด้านขนส่งที่รวดเร็วภายในประเทศ โดย BEST Express (เบสท์ เอ็กซ์เพรส) ผู้ให้บริการ รับ-ส่งพัสดุด่วนทั่วไทย ที่มีสาขาเปิดให้บริการครอบคลุมทั่วประเทศทั้ง 77 จังหวัด นอกจากการให้บริการจัดการคลังสินค้าแล้ว เรายังให้ความสำคัญในเรื่องของการเพิ่มมูลค่าการบริการ (Value Added Service) ให้กับผู้ใช้บริการ ตัวอย่างเช่น การติดฉลาก (Label) ให้กับสินค้า รวมถึงช่วยจัดทำใบแจ้งหนี้ (Invoice) ให้กับร้านค้าออนไลน์ ตลอดจนมีระบบ Self-Developed System อาทิ ERP GWMS T9 และ BI เข้ามาช่วยในการบริหารจัดการหลังบ้านให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์แบบครบวงจร (One Stop Customer Service) ที่เข้ามาช่วยดูแลปัญหาหน้างานและหลังบ้านของลูกค้าโดยตรงและช่วยแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด


 ปัจจุบัน BEST Supply chain มีกลุ่มลูกค้าที่นิยมใช้บริการ Order Fulfillment Center (OFC) คือ กลุ่มลูกค้าประเภท B2B B2C และ B2B2C ที่มีออเดอร์ตั้งแต่ 100 ออเดอร์ขึ้นไปต่อวัน ตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด และนอกจากนี้ยังสามารถรองรับขนาดความสูงของสินค้าเพื่อจัดเก็บได้สูงถึง 200 เซนติเมตร หรือ เมตร ต่อ พาเลท แถมยังรองรับสินค้าขนาดใหญ่ต่อชิ้นได้น้ำหนักสูงสุดถึง 80 กิโลกรัม รวมถึงมีพื้นคลังสินค้าที่สามารถรองรับการจัดเก็บได้มากกว่า 8,400 ตารางเมตร

6 ขั้นตอนง่ายในการสมัครใช้บริการ OFC ของ BEST Supply Chain ทำได้ดังนี้

1. ทำความเข้าใจสินค้าและบริการให้ครบถ้วน

2. ติดต่อพนักงานลูกค้าสัมพันธ์เพื่อแจ้งข้อมูลความต้องการในการเปิดใช้บริการ

3. รับแผนการบริการและใบเสนอราคาจากบริษัทฯ

4. ตัดสินใจสมัครและลงนามข้อตกลงร่วมกัน

5. เปิดการใช้งานระบบการบริหารจัดการคลังสินค้าหลังบ้าน

6. ตรวจสอบการทำงานและเช็คสถานะการบริการบริหารจัดการคลังสินค้าในแต่ละวัน

 

สำหรับร้านค้าออนไลน์ท่านใดที่กำลังประสบปัญหาการจัดการหลังบ้าน และอยากโลดแล่นไปกับการบริหารจัดเก็บคลังสินค้าที่มีประสิทธิภาพ สนใจติดต่อเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมบริการ OFC (Order Fulfillment Center) จาก BEST Supply Chain ได้ที่ เฟซบุ๊กเพจ: BESTSupplyChainThailand หรือคลิกลิงก์ที่นี่ https://web.facebook.com/BESTSupplyChainThailand หรือติดต่อได้ที่ 02-108 -8008  ต่อ 66070 หรือ 66069







วันพฤหัสบดีที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2564

เมนูพิเศษเอาใจคนรักล็อบสเตอร์ ห้องอาหารจีน เย่า เรสเตอรองท์ โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์

 



กรุงเทพมหานคร, 5 มีนาคม พ.ศ. 2564เชฟบรูซ ฮุย แห่งร้านอาหารจีนเย่า เรสเตอรองท์  หยิบยกสุดยอดความสดจากท้องทะเลมาเสริฟถึงโต๊ะ เชิญชวนคนรักอาหารจีนมาลิ้มลองความอร่อยกับหลากหลายเมนูพิเศษจากล็อบสเตอร์นานาชนิด ตลอดเดือนมีนาคม และเมษายนนี้

 

พบกับ 4 เมนูจากล็อบสเตอร์รสชาติดี เนื้อแน่นจากแคนาดาและฝรั่งเศส รวมทั้งเมนูแสนอร่อยจากภูเก็ตล็อบสเตอร์ รังสรรค์ปรุงแต่งอย่างพิถีพิถันโดยเชฟมากประสบการณ์ สัมผัสรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของล็อบสเตอร์เกรดพรีเมี่ยมไปกับ 4 เมนูพิเศษ

  • บริททานี ล็อบสเตอร์ฝรั่งเศษ ตุ๋นก้านผักกาดจีนพร้อมผักดองสไตล์จีน
  • แคนนาเดียนล็อบสเตอร์บนึ่งและผักกาดหางหงส์ในซอสสีทอง
  • ภูเกตล็อบสเตอร์ และหน่อไม้น้ำผัดซอสถั่วเหลือง
  • ทังเปา เสี่ยวหลงเปาภูเกตล็อบสเตอร์ไซค์จัมโบ้

 

สัมผัสความอร่อยจากเมนูล็อบสเตอร์จานพิเศษ จากเชฟบรูซ ฮุย ตลอดเดือนมีนาคมและเมษายนนี้ ที่ห้องอาหารจีน เย่า เรสเตอรองท์ บนชั้น 32 ของโรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์  เปิดให้บริการทุกวันสำหรับมื้อกลางวันเวลา 11.30 . - 14.30 . และมื้อเย็น 18.00 . – 22.00 น.  

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือ สำรองที่นั่ง โทร 02 088 5666 ที่เวปไซต์ www.yaobangkok.com และไลน์แอด @marriottsurawongse







 


วันพุธที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2564

จัดไปให้หายคิดถึง ไม่ต้องบินไปถึงญี่ปุ่นก็ฟินได้ อร่อยกับปลามากูโระและเนื้อวากิวที่งาน “ Wagyu & Maguro Festival 2021 ” 3 – 16 มีนาคมนี้ เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ชิดลม ชั้น 1

 



บริษัท อะซุกะ ฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด ร่วมกับ เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ สาขาเซ็นทรัล ชิดลม นำเข้าความอร่อยแบบไม่ต้องบินไปไกลถึงญี่ปุ่นก็อร่อยและฟินได้ ที่นี่เป็นครั้งแรกในประเทศไทยในการนำเข้าเนื้อวากิวและปลามากูโระที่ดีที่สุด อร่อยที่สุด และราคาถูกกว่าท้องตลาดทั่วไปส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่นถึงมือผู้บริโภคชาวไทยให้ได้ลิ้มลองรสชาติความอร่อยแบบต้นตำรับแท้ๆ พร้อมให้ชิมฟรีที่งานนี้เท่านั้น

มิสเตอร์ ทัตสึยะ โคโนชิตะ ( MR.TASTUYA KONOSHITA, CEO OF ASUKA FOODS GROUP COMPANY LIMITED)  ประธานกรรมการบริหารบริษัท อะซุกะ ฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด  กล่าวว่าการจัดงาน Wagyu & Maguro Festival 2021 ครั้งนี้ เพื่อมอบประสบการณ์ความอร่อยในการคัดสรร นำเข้าวัตถุดิบเนื้อวากิวและปลามากูโระเกรดพรีเมียมชั้นดีมาให้ทุกท่านได้มีโอกาสลองชิมความอร่อยของปลามากูโระ Blue Fin Tuna (ปลาทูน่าครีบน้ำเงิน) ซึ่งเป็นที่นิยมมากของชาวญี่ปุ่น พร้อมเนื้อวากิวเกรดพรีเมียมที่ดีที่สุดจาก Wagyu Asukano บริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายเนื้อวากิวชื่อดังในประเทศญี่ปุ่น ส่งตรงบินมาจำหน่ายพร้อมให้ลองชิมฟรี 4 รอบต่อวันที่ บูธสาธิตพร้อมจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ซึ่งลูกค้าที่มาชมงานจะได้รับความอร่อยแบบเดียวกันแบบรสชาติออริจินอลแท้ๆ

ขอเชิญชวนทุกท่านมาช้อป ชม และชิมสินค้าและวัตถุดิบนำเข้าโดยเฉพาะปลามากูโระและเนื้อวากิวแบบสดใหม่ ได้ที่งาน Wagyu & Maguro Festival 2021 ที่ เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ 1  สาขาเซ็นทรัล  ชิดลม ตั้งแต่วันที่ 3   16 มีนาคม 2564











วันจันทร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2564

บุกตลาดอีคอมเมิร์ซจีนด้วยบริการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนจาก BG LINK

 


ปัจจุบันตลาดอีคอมเมิร์ซจีนเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการค้าโลก โดยเฉพาะในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคครั้งใหญ่จากออฟไลน์สู่ออนไลน์ซึ่งทำให้เกิดการซื้อขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้นในกลุ่มผู้บริโภคชาวจีน ส่งผลให้ในปี 2020 ที่ผ่านมา ประเทศจีนมีมูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ชสูงถึง 1 ล้านล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐ หรือเทียบเป็นเงินบาทไทยกว่า 30 ล้านล้านบาท ซึ่งนับเป็นประเทศที่มีมูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซ (e-commerce) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพราะความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและระดับฐานะของประชาชนจีนที่ดีขึ้น รวมถึงการค้าออนไลน์ก็ไม่ได้กระจุกตัวอยู่แต่ในเมืองใหญ่ของจีนเท่านั้น เนื่องจากในช่วงเวลาที่ผ่านมากลุ่มผู้ซื้อขายสินค้าออนไลน์ในเมืองชนบทของจีนก็มีกำลังซื้อมหาศาล ล้วนเป็นปัจจัยส่งเสริมให้ ตลาดอีคอมเมิร์ซ ในประเทศจีนเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด

สรุปแล้วประเทศจีนเต็มไปด้วยโอกาสทางการค้าธุรกิจอีคอมเมิร์ช โดยเฉพาะสำหรับแบรนด์ต่างประเทศ เพราะสินค้าที่นำเข้ามาจะถูกคนจีนมองว่าเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ จึงถือเป็นโอกาสสำคัญของธุรกิจสตาร์ทอัพหรือ SMEs ไทยที่จะก้าวเข้ามาทำธุรกิจ e-Commerce ในตลาดจีน โดยมีการเพิ่มช่องทางการซื้อขายสินค้าใหม่อย่าง CBEC (Cross Border E-Commerce) เข้ามาเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับคนจีนในการซื้อขายสินค้าจากต่างประเทศผ่านทางออนไลน์พิเศษที่ไม่ต้องมีการตรวจเข้มกับสินค้าที่เข้ามาในจีนนั่นเอง และยังเป็นการซื้อขายจากธุรกิจสู่ผู้บริโภค (B2C) และจากธุรกิจสู่ธุรกิจ (B2B) อีกด้วย



ธุรกิจหรือสินค้าไทยที่น่าจับตามองในการส่งออกไปจีน

กลุ่มประเภทเครื่องสำอาง แผ่นมาสก์หน้า รังนกพร้อมดื่ม ครีมทาภายนอก อาหารและผลไม้อบแห้ง หมอนยางพารา เป็นกลุ่มสินค้าของไทยที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวจีน ปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคชาวจีนมองหาสินค้าผ่าน Cross-Border e-Commerce (CBEC)  อันดับแรก คือ เรื่องของคุณภาพของสินค้า ใช้แล้วปลอดภัย ได้มาตรฐานและเป็นของแท้ นอกจากนี้ความรวดเร็วในการจัดส่งสินค้า การบริการหลังการขาย และความสะดวกในการชำระเงิน ก็ถือเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญมากเช่นกัน 

การส่งสินค้าจากไทยไปจีนแบบ Cross-Border e-Commerce (CBEC)

บริการ Cross-Border ถือเป็นตัวช่วยในการขายสินค้าให้ผู้ประกอบการไทย พร้อมบริการขนส่งสินค้าแบบครบวงจรส่งตรงถึงลูกค้าในประเทศจีน เพื่อให้ลูกค้าจีนสามารถเข้าถึงสินค้าไทยได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ซึ่ง Cross Border Service หรือบริการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนนั้น มีข้อได้เปรียบทางลักษณะการบริการที่แตกต่างจากการขนส่งทางทะเลและอากาศ โดย Cross Border Service นั้น มีนิยามว่า “ เร็วกว่า Sea ถูกกว่า Air”



การสั่งซื้อสินค้าออนไลน์จากต่างประเทศผ่านช่องทาง
Cross-Border e-Commerce (CBEC)
นั้นมีความแตกต่างกับการซื้อขายของออนไลน์ปกติ โดยการซื้อขายของออนไลน์แบบปกติจะมีคลังสินค้าอยู่ในประเทศจีนหรือนอกประเทศจีน ซึ่งไม่จำเป็นต้องอยู่ในประทศจีนก็ได้นั่นเอง แต่การซื้อขายผ่านช่องทาง Cross-Border e-Commerce คลังสินค้าจะอยู่ในประเทศจีน ผู้บริโภคจีนจะทำการสั่งซื้อหรือมีคำสั่งซื้อสินค้ามาจากแพลตฟอร์มข้ามแดนที่เรียกว่า Cross Border E-Commerce Platform และหลังจากนั้นคำสั่งซื้อจะถูกส่งผ่านไปยังหน่วยงานศุลกากรจีนและส่งต่อไปยังต่างประเทศ เพื่อแสดงถึงความต้องการในการนำเข้าสินค้าชนิดที่ลูกค้าสั่งเข้ามาเก็บไว้ในคลังสินค้าประเทศจีน (Bonded Warehouse) แล้วสินค้านั้นจะถูกส่งไปยังลูกค้าผ่านกลุ่มที่ให้บริการด้านขนส่งหรือโลจิสติกส์  โดยมีระยะเวลาทั้งหมดตั้งแต่เริ่มสั่งซื้อไปจนถึงมือผู้บริโภคใช้เวลาโดยประมาณ 7 วัน ในขณะที่การสั่งซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์แบบปกติจะใช้เวลาถึง 14 วัน

ข้อดีของการเลือกใช้บริการ Cross-Border ของบริษัทที่มีพาร์ทเนอร์ขนส่งที่จีน

สำหรับผู้ค้าออนไลน์ที่กำลังเลือกใช้บริการ Cross-Border ควรต้องศึกษาผู้ให้บริการรายต่าง ๆ ที่มีระบบการขนส่งเชื่อมต่อไปยังขนส่งประเทศจีน เพราะจะช่วยลดขั้นตอนการส่งและประหยัดเวลาการดำเนินการมากกว่าเดิมได้



บริษัท บีจี ลิ้งค์ จำกัด (BG LINK) นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกและเป็นแบรนด์น้องใหม่ที่มีความเชี่ยวชาญและเป็นมืออาชีพในตลาดโลจิสติกส์ระหว่างประเทศที่สำคัญ ที่พร้อมให้บริการด้านการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศแบบครบวงจร (One Stop Cross-Border Services) โดยมีบริการรับขนส่งสินค้า อาทิ สินค้าประเภทของกิน เครื่องดื่มและยา (ไม่รวมยาที่มีใบสั่งจากแพทย์) เครื่องสำอางค์ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว สินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เสื้อผ้าและกระเป๋า จากประเทศไทยไปประเทศจีน ด้วยการคิดอัตราภาษีแต่ละประเภทที่แตกต่างกันออกไป เริ่มต้นที่ 13 – 20% โดย BG Link มาพร้อมด้วยความเชื่อมั่นในการบริการ ดังนี้

1. มีการกำหนดวันและเวลาที่แน่นอนในการส่งออกพัสดุไปยังประเทศจีนทุกสัปดาห์ ลดระยะเวลาการจัดส่ง เพื่อให้ลูกค้าปลายทางได้รับสินค้าที่รวดเร็วมากขึ้น อีกทั้งยังสามารถเช็คสถานะพัสดุได้แบบ Real time ได้อย่างแม่นยำ

2. พัสดุทุกชิ้นมีการลำเลียงผ่านระบบการคัดแยกสินค้าจากคลัง (HUB Sortation Center) และช่วยดำเนินพิธีการศุลกากรอย่างถูกต้องตามกฎหมาย อีกทั้งยังช่วยประหยัดต้นทุน เวลาในการรับ-ส่งพัสดุ ด้วยการเป็นพาร์ทเนอร์กับบริษัทขนส่ง BEST Express (เบสท์ เอ็กซ์เพรส) ทั้งในประเทศจีนและไทย ที่มีความปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูง สามารถติดตามสถานะพัสดุได้ทุกที่ทุกเวลาแบบ Real time

3. มีทีมบริการลูกค้าสัมพันธ์ (Customer Service) ที่คอยช่วยเหลือลูกค้าแบบตัวต่อตัว ด้วยประสบการณ์มากกว่า 20 ปีในด้านสายงานโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ มีความเป็นมืออาชีพสามารถช่วยแก้ปัญหาหน้างานของลูกค้าได้อย่างถูกต้องและตรงจุด

4. มีรูปแบบการจัดการบริการด้านขนส่งระหว่างประเทศสามารถยืดหยุ่นได้ตามความเหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับทุกรูปแบบธุรกิจในทุกช่วงเวลา

5. เป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจกับบริษัทขนส่งชื่อดัง BEST Express (เบสท์ เอ็กซ์เพรส) ทั้งในประเทศจีนและไทย เราจึงมั่นใจและพร้อมให้บริการขนสินค้าข้ามพรมแดนที่ดีและมีศักยภาพ เพื่อการให้บริการลูกค้าสู่ความเป็นเลิศ


สนใจสอบถามรายละเอียดและเงื่อนไขการให้บริการเพิ่มเติม โทร 0961674659 หรือแอด WeChat ID: bestservice004






วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

ธุรกิจแฟรนไชส์ขนส่งพัสดุยอดนิยม BEST Express แบรนด์ใหญ่ระดับประเทศ

 


ปัจจุบันธุรกิจแฟรนไชส์ได้รับความนิยมอย่างสูงในประเทศไทย มีนักลงทุนสนใจอยากซื้อแฟรนไชส์เพื่อเริ่มต้นธุรกิจของตัวเองเป็นจำนวนมาก ซึ่งในปีที่ผ่านมา (2563) แฟรนไชส์ประเภทธุรกิจขนส่งพัสดุด่วนเอกชน เจ้าใหญ่ในตลาดอย่าง BEST Express (เบสท์ เอ็กซ์เพรส) ผู้ให้บริการ รับ-ส่ง พัสดุด่วนทั่วไทย ได้รับความสนใจอย่างมากในกลุ่มนักลงทุนทั้งรายเล็กและรายใหญ่ที่มองหาแหล่งรายได้ใหม่และโอกาสทำธุรกิจที่เติบโตเร็ว ทำให้เกิดการขยายสาขาได้มากกว่า 800 สาขาทั่วประเทศ เนื่องจากเทรนด์กระแสพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีการเปลี่ยนแปลงไปสู่ออนไลน์และมีกิจกรรมการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้นแบบก้าวกระโดด ซึ่งช่องทางอีคอมเมิร์ซกลายเป็นช่องทางที่มีอัตราเติบโตอย่างมหาศาล เฉลี่ย 26-27% ต่อปี และมีมูลค่าเม็ดเงินกว่า 66,000 ล้านบาท จึงส่งแรงผลักดันสร้างโอกาสต่อธุรกิจขนส่งพัสดุพุ่งทะลุมากกว่า 35% ต่อปี

สำหรับแฟรนไชส์ที่มาแรงและมีโอกาสโตในปี พ.ศ. 2564 นี้ จะต้องตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ในเรื่อง ความสะดวก เข้าถึงง่าย ลดการสัมผัส มีความสะอาดสุขอนามัย ใช้งานด้วยระบบดิจิทัลเทคโนโลยีได้ดี และคุ้มค่าการลงทุน ซึ่งได้แก่ แฟรนไชส์ธุรกิจร้านสะดวกซัก ที่ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกในทำเลใหม่ ๆ แม้ว่าจะมีการแข่งขันสูงแล้ว แต่ยังไม่เพียงพอกับความต้องการของลูกค้าที่ชอบไลฟ์สไตล์แบบนี้ แฟรนไชส์ธุรกิจร้านสะดวกส่ง ประเภทบริการรับส่งสินค้า บริการแพ็ค และเก็บสินค้า หรือพื้นที่ให้เช่าเก็บสินค้า แฟรนไชส์ธุรกิจร้านสะดวกทาน ได้แก่ ธุรกิจร้านอาหารไทยตามสั่ง ขนาดพื้นที่ประมาณ 40-50 ตรม. เปิดร้านนอกห้าง และมีบริการ Food Delivery เป็นต้น

 

แนวทางปรับตัวให้อยู่รอดในตลาดธุรกิจขนส่งพัสดุท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นนี้ อีไอซี หรือ Economic Intelligence Center (EIC) หน่วยงานภายใต้ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้แนะ 3 แนวทาง สำหรับปรับตัวให้ธุรกิจอยู่รอด คือ 1. การเป็นพันธมิตรกับ Online platform ที่หลากหลายเพื่อเพิ่มปริมาณการขนส่งพัสดุ 2. การสร้างความแตกต่างโดยเน้นให้บริการลูกค้าเฉพาะกลุ่ม และยกระดับการบริการเพื่อสร้างจุดแข็งให้กับแบรนด์ของตัวเอง 3.การสร้างความร่วมมือระหว่างผู้ให้บริการขนส่งพัสดุด้วยกันเอง ทั้งรูปแบบของการเป็นเครือข่ายธุรกิจและการร่วมทุนกับบริษัทขนส่งต่างชาติที่ต้องการเปิดตลาดในไทย เช่น BEST Express ที่ใช้โมเดลการขยายธุรกิจแบบเฟรนไชส์ (franchise) ซึ่งเป็นโมเดลธุรกิจ “Global to Local (ไม่มีใครรู้จักการทำธุรกิจไปได้ดีไปกว่าคนในท้องถิ่น)” ที่ได้รับความนิยมและประสบความสำเร็จอย่างมากทั้งในประเทศและต่างประเทศ

แฟรนไชส์ BEST Express มีเทคนิคง่ายๆ ในการบริหารจัดการและทักษะการทำธุรกิจจนเกิดเป็นกำไรภายใน 6 เดือนแรกอย่างไร

คุณดุษณี  เกษเกษา (คุณนิด) กรรมการบริหาร แฟรนไชส์ BEST Express ศูนย์บริการสาขาสุรินทร์ 1 กล่าวว่า จากที่ได้เปิดแฟรนไชส์ BEST Express มาปีแรก เราประสบความสำเร็จมากด้วยความที่เข้ามาในช่วงจังหวะที่ดีมากของสถานการณ์โควิด ซึ่งเราสามารถคืนทุนได้ตั้งแต่ 6 เดือนแรกจากการทำธุรกิจแฟรนไชส์ รวมถึงในแต่ละเดือนเรามีกำไร 6 หลักขึ้นไปอยู่แล้ว ซึ่งถามว่าเทคนิคในการบริหารคืออะไร เรามองวิกฤตเป็นโอกาสมากกว่า แต่พอมีเรื่องของโควิดเข้ามา เราใช้สื่อโซเชียลมีเดียช่องทางต่าง ๆ ทำการโปรโมทเรื่องของ Marketing เราคัดและสรรหาบุคลากรได้ในต้นทุนที่ต่ำลง เรามีสิทธิ์เลือกพนักงานที่มีศักยภาพเข้ามาร่วมงานกับเราในต้นทุนที่ค่อนข้างดี เลยทำให้เราสามารถบริหารแล้วมีกำไรเกิดขึ้นในอัตราที่เติบโตค่อนข้างดีมากในช่วงภาวะแบบนี้ ซึ่งหลายคนจะมองว่าสภาวะแบบนี้ไม่น่าลงทุนเลยน่าจะชะลอการลงทุนไว้เก็บเงินสดไว้ดีกว่าแต่ที่จริงไม่ใช่พอเรามาลงทุนในธุรกิจที่ดีไม่ว่าจะภาวะเศรษฐกิจแบบไหนก็สามารถทำให้เรามีกำไรได้เหมือนกัน อย่างที่ BEST Express สาขาสุรินทร์ 1 เมื่อปีที่ผ่านมาเรากล้าการันตีว่าเราได้กำไร 7 หลักขึ้นไปใน 6 เดือนแรก ซึ่งถือว่าผลตอบรับค่อนข้างดีทั้งในตัวของลูกค้าเองและอัตราการเติบโตของกำไรด้วย

 

ลงทุนเป็นแฟรนไชส์หลักกับ BEST Express ที่ให้มากกว่าความคุ้มค่า

1. ลงทุนเป็นแฟรนไชส์หลัก (First station) จะได้รับเปอร์เซ็นต์ทั้งขารับและขาส่ง: เพราะไม่ว่าจะอยู่ฝั่งรับพัสดุ หรือจัดส่งพัสดุ BEST Express ก็ให้เปอร์เซ็นต์ทั้งสองทาง ต่างจากที่อื่นที่ให้แค่ฝั่งรับพัสดุอย่างเดียว

2. BEST Express ให้กรรมสิทธิ์การขายแฟรนไชส์ในพื้นที่ที่ดูแล: หากมีผู้สนใจต้องการเปิด Shop (หน้าร้าน) หรือ Drop Point (จุดรับพัสดุ) ในพื้นที่ที่แฟรนไชส์หลักดูแลอยู่

3. ตัวแทน BEST Express เติบโตในระยะยาวตั้งแต่ 6 เดือน - 2 ปี: โดยระยะเวลาการเติบโตขึ้นอยู่กับทักษะหลายด้าน คือ ประสบการณ์บริหารงานและการจัดการ การตลาดออนไลน์และออฟไลน์ การเอาตัวรอดทันต่อกระแสตลาดอีคอมเมิร์ซ และการทุ่มเทให้เวลากับธุรกิจ

4. เครือข่ายนักลงทุน พร้อมพัฒนาธุรกิจ: โอกาสร่วมงานกับเครือข่ายนักลงทุน ช่วยพัฒนาธุรกิจโลจิสติกส์ครบวงจร ครอบคลุมทั้งไทย จีน และประเทศอื่น ๆ ใน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN)

5. สนับสนุนด้านการฝึกอบรมธุรกิจ: หากมีโอกาสได้เป็นครอบครัวเดียวกันกับ BEST Express แฟรนไชส์ เราให้การช่วยเหลือและสนับสนุนด้านการฝึกอบรมเกี่ยวกับธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

BEST Express แบรนด์ธุรกิจขนส่งพัสดุดังในระดับประเทศ ติดอันดับ 1 ใน 5 แถวหน้าขนส่งพัสดุชั้นนำ แถมมีซุปตาร์ตัวพ่อของวงการบันเทิงชื่อดัง ณเดชน์ คูกิมิยะ มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ ร่วมกับมาสคอต (Mascot) น้องกวางเบสท์“ หรือ Dear (De ตี้ – Ar เอ๋อ) ซึ่งเป็นตัวแทนสัญลักษณ์ของแบรนด์คู่กับพรีเซ็นเตอร์ เพื่อเสริมจุดแข็งสร้างความแกร่งให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์มากขึ้น นอกจากการมีพรีเซ็นเตอร์ระดับประเทศแล้ว BEST Express ยังมีแฟรนไชส์ท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่ที่มากด้วยประสบการณ์และศักยภาพด้านการบริหารจัดการและการตลาดด้านธุรกิจโลจิสติกส์ ฉะนั้นจึงการันตีได้ว่าเราประสบความสำเร็จในธุรกิจแฟรนส์ขนส่งพัสดุแบบก้าวกระโดด ปัจจุบันเรามีปริมาณพัสดุเติบโตจากปี 2563 กว่า 380% และนอกจากนี้เรายังถูกจัดให้อยู่ในแบรนด์ขนส่งพัสดุด่วนเอกชน เจ้าแรก ที่มีบริการเข้ารับพัสดุ ฟรี ถึงหน้าบ้าน ไม่มีขั้นต่ำ รวมถึงมีบริการแจ้งเตือนสถานะพัสดุอัตโนมัติผ่าน Line Official Account : @BESTExpressTH

 

สำหรับผู้สนใจลงทุนเข้าร่วมเป็น Partner (พาร์ทเนอร์) เปิดแฟรนไชส์หลักกับ BEST Express สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line Official Account โดยค้นหาคำว่า @BESTFSCENTER หรือคลิกลิงก์ที่นี่ https://lin.ee/jj3oCAb


ฉลองครบรอบ 60 ปี “แปซิฟิค เฮลธ์แคร์” สร้างสรรค์แคมเปญตอบแทนสังคม “6 of Pride: 6 โครงการส่งเสริมความยั่งยืน” พร้อมมุ่งมั่นดำเนินกิจกรรมนานต่อเนื่อง 6 ปี

 


บริษัท แปซิฟิค เฮลธ์แคร์ (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายและการตลาดผลิตภัณฑ์ด้านเวชกรรม อุปกรณ์ทางการแพทย์ โภชนาการ เวชสำอาง และ สินค้าอุปโภคบริโภคเพื่อสุขภาพ นำโดย ซีริล เฟรเดอริค เบอร์แมน ประธานกรรมการ และ พาทริค โรมัน บรูล์มาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร จัดงาน    6 of Pride: 6 โครงการส่งเสริมความยั่งยืน” ในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีแห่งการดำเนินธุรกิจทั้งในประเทศไทยและประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยการสร้างสรรค์แคมเปญใหญ่ในรอบ 6 ทศวรรษตอบแทนสังคม พร้อมวางแผนดำเนินกิจกรรมเพื่อความยั่งยืนต่อเนื่องยาวนาน 6 ปี รวมมูลค่าความช่วยเหลือตลอดโครงการเป็นจำนวน 6,666,666 บาท



ซีริล เฟรเดอริค เบอร์แมน ประธานกรรมการ บริษัท แปซิฟิค เฮลธ์แคร์ (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า กลุ่มบริษัท แปซิฟิค เฮลธ์แคร์ ถือกำเนิดขึ้นในประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ. 2504 โดย นายฟริทส์ เบอร์แมน ผู้ก่อตั้ง  และในปี พ.ศ. 2564 จะเป็นปีแห่งการครบรอบ 60 ปี ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางทั้งด้านการขายและการตลาดผลิตภัณฑ์ด้านเวชกรรม โภชนาการ อุปกรณ์ทางการแพทย์ และวัสดุสิ้นเปลืองที่ใช้ในโรงพยาบาล ทั้งในประเทศไทยและอีก 3 ประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม พม่า เรามีความภูมิใจภายใต้การดำเนินธุรกิจแบบครอบครัว ด้วยวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลในการทำงานร่วมกับคู่ค้าและบุคคลากรต่างๆ  พร้อมส่งมอบคุณภาพและการบริการที่เป็นเลิศแก่เจ้าของผลิตภัณฑ์และลูกค้าของเราด้วยความโปร่งใสและยั่งยืน เรารักและภูมิใจในผลิตภัณฑ์ที่เราจำหน่าย รวมถึงผู้ที่ผลิตสินค้าต่างๆ เหล่านี้กว่า 50 แบรนด์จาก 10 ประเทศทั่วโลก

ในโอกาสครบรอบ 6 ทศวรรษแห่งการดำเนินธุรกิจ เราจึงได้จัดงานเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการสร้างสรรค์ 6 โครงการโครงการส่งเสริมความยั่งยืน (6 of Pride) ในรูปแบบการดำเนินกิจกรรมเราเรียกว่า Long Term Commitment หรือเป็นคำมั่นสัญญาแห่งความตั้งใจที่จะตอบแทนสิ่งดีๆ กลับคืนสู่สังคม สู่ชุมชนที่เราอยู่อาศัย ตลอดจนสถานที่ที่เราดำเนินธุรกิจ “เราตั้งใจดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 6 ปี เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในระยะยาว” สำหรับปีนี้จึงเป็นปีแห่งการเริ่มต้นวางรากฐานความยั่งยืนที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตทั้ง 6 โครงการดำเนินกิจกรรมภายใต้หัวใจแห่งความยั่งยืน 3 ประการ ได้แก่ ด้านสังคม (Social Sustainability), ด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Sustainability) และ ด้านเศรษฐกิจ (Economical Sustainability)  



6         โครงการส่งเสริมความยั่งยืน (6 of Pride) ได้แก่

  1. เศรษฐกิจชุมชน (Local Economy) ผ่านการสนับสนุนและส่งเสริมสินค้า OTOP เพื่อนำมาใช้ในกิจกรรมต่างๆ ภายในบริษัท ไม่ว่าจะเป็น ของขวัญปีใหม่ ของขวัญเพื่อใช้ในโอกาสต่างๆ ขณะนี้เราได้ดำเนินการซื้อผ้ามัดย้อมจากวิสาหกิจชุมชนหม้อห้อมทุ่งเจริญย้อมสีธรรมชาติ จ.แพร่ เพื่อนำมาตัดเป็นเสื้อที่ระลึกเนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปีของบริษัทฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว นอกจากการสนับสนุนสินค้าของชุมชนแล้ว เรายังเข้าไปเติมเต็มองค์ความรู้ด้านธุรกิจที่ชุมชนยังขาดอยู่ให้ด้วย โดย แปซิฟิค เฮลธ์แคร์ จะอุดหนุนสินค้าจาก 36 ตำบลตลอดโครงการ
  2. การช่วยเหลือเด็กและเยาวชน (Children and Well-Being) ปีที่ผ่านมา แปซิฟิค เฮลธ์แคร์ ได้ดำเนินกิจกรรมในรูปแบบที่แตกต่างกัน เพื่อช่วยเหลือเด็กยากไร้ พิการ กำพร้า แก่ มูลนิธิคุณพ่อเรย์ (Father Ray Foundation) เช่น “แปซิฟิค เฮลธ์แคร์ ร่วมใจวิ่งเพื่อน้องๆ มูลนิธิคุณพ่อเรย์” บริษัทฯ บริจาคเงิน 689,690 บาท และคุณซีริลได้บริจาค 500,000 บาท รวมเป็น 1,189,690 บาท รวมถึงการสนับสนุนมอบผลิตภัณฑ์นมแพะ DG เพื่อส่งเสริมพัฒนาการให้กับเด็ก และในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 แปซิฟิค เฮลธ์แคร์ และคุณซีริล เฟรเดอริค เบอร์แมน ยังได้ร่วมกันบริจาคเงิน 1,200,000 บาท เพื่อให้มั่นใจว่า คุณภาพชีวิตและการศึกษาของน้องๆ มูลนิธิคุณพ่อเรย์ ยังได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ เราได้เตรียม กิจกรรม Garage Sale ในเดือนมีนาคม 2564 โดยเปิดโอกาสให้พนักงานที่มีจิตอาสากว่า 300 คนนำสินค้ามือสองและของใช้ส่วนตัวที่ไม่ได้ใช้แล้วมาจำหน่าย เพื่อสมทบทุนเพิ่มเติมให้กับ มูลนิธิคุณพ่อเรย์   

ยิ่งไปกว่านั้น แปซิฟิค เฮลธ์แคร์ และ คุณซีริล เฟรเดอริค เบอร์แมน ยังเล็งเห็นถึงความจำเป็นในการดำรงชีวิตและการศึกษาของเด็กๆ ในสมาคมเด็กและเยาวชนเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ (กลุ่มลูกเหรียง) ที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงได้มอบเงินจำนวน  1,200,000 บาท แก่ทางสมาคมฯ และ บริษัทฯ ยังจัดกิจกรรมพาเด็กๆ จากมูลนิธิคุณพ่อเรย์ และเยาวชนจากกลุ่มลูกเหรียงไปร่วมทำกิจกรรมปลูกปะการังและดูแลสัตว์ในมูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่า ทั้งนี้ เพื่อมุ่งหวังปลูกฝังจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้กับเด็กและเยาวชน

  1. การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (Environmental Conservation) ผ่านกิจกรรม PHC Blue Ocean ปลูกปะการัง คืนความอุดมสมบูรณ์ให้ทะเลแสมสาร จ.ชลบุรี เพื่อให้เกิดเป็นความยั่งยืนทางธรรมชาติ เราจะดำเนินกิจกรรมนี้ต่อเนื่องอย่างน้อย 6 ปี ปะการังที่ปลูกในแต่ละปีจะค่อยๆ เจริญเติบโตเป็น “ธนาคารปะการัง” (Coral Bank) ที่สามารถนำปะการังเหล่านี้ไปขยายพันธุ์ต่อไป เกิดเป็นประโยชน์ให้กับท้องทะเลไทยได้ตราบนานเท่านาน โดยกิจกรรมนี้จะเริ่มต้นในเดือนเมษายน 2564
  2. การอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า (Wildlife Preservation) ผ่านมูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่า วัดเขาลูกช้าง จ.เพชรบุรี เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมภายใต้การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน  (Environmental Conservation) โดยทางมูลนิธิฯ มีสัตว์กว่า 400 ชีวิตในการดูแลทั้ง ลิง ชะนี ค่าง นางอาย อีเห็น หมี หรือแม้กระทั่งช้างและเสือ สัตว์เหล่านี้มีทั้งที่เป็นสัตว์ป่าตามธรรมชาติและสัตว์ป่าที่ถูกมนุษย์นำมากักขังเลี้ยงดูไว้ บ้างเคยถูกทารุณกรรมและถูกทอดทิ้งมาก่อนที่จะได้มาอยู่ที่มูลนิธิฯ แห่งนี้ ทาง แปซิฟิค เฮลธ์แคร์ จึงได้จัดพนักงานจิตอาสาที่จะเข้าไปช่วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ในการฟื้นฟูดูแลสัตว์ต่างๆ  ตลอดจนจัดหาเงินบริจาค อาหารสัตว์ ยาเวชภัณฑ์ ฯลฯ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยให้ มูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่า สามารถดำเนินโครงการต่างๆ ต่อไปได้ โดยกิจกรรมนี้คาดว่าจะเริ่มในเดือนพฤษภาคม 2564
  3. การให้โอกาสด้านอาชีพในช่วงสถานการณ์โควิด-19 (Occupational Opportunities) เนื่องจากขณะนี้อยู่ในสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ทำให้หลายคนต้องออกจากงาน มีจำนวนผู้ว่างงานเป็นจำนวนมาก เราจึงได้ร่วมกับศูนย์ฝึกอาชีพสวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร ที่เปิดอบรมวิชาชีพต่าง ๆ เช่น การสอนทำเบเกอรี่ ขนมไทย งานศิลปหัตถกรรม สอนตัดผม ที่สามารถพัฒนาต่อยอดไปสู่อาชีพอันมั่นคงให้แก่ประชาชนทั่วไป โดย แปซิฟิค เฮลธ์แคร์ จะเข้าไปสนับสนุนด้านการจัดหาพื้นที่จำหน่ายสินค้าฟรี เพื่อลดต้นทุนการประกอบธุรกิจให้กับผู้ที่ผ่านการฝึกอาชีพ คาดว่าจะเริ่มในเดือนสิงหาคม-กันยายน 2564 ซึ่งศูนย์ฝึกอาชีพสวนลุมพินีฯ ได้มีการอบรมช่างตัดผม เราให้การสนับสนุนช่างตัดผมที่ผ่านการฝึกอบรมจากศูนย์ฯ ไปให้บริการตัดผมให้กับน้องๆ ที่มูลนิธิคุณพ่อเรย์ ปีละ 2 ครั้งในช่วงก่อนเปิดภาคเรียนในเดือนพฤษภาคม และ ตุลาคม ของทุกๆ ปีอย่างต่อเนื่อง
  4. การดูแลด้านสุขอนามัย (Healthcare) ผ่านโครงการแพทย์อาสา ทีมงานจาก แปซิฟิค เฮลธ์แคร์ ได้ประสานงานร่วมกับ นพ.สุพัฒน์ ใจงาม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน และทีมบุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่เข้าไปทำกิจกรรมออกค่ายแพทย์อาสา ณ  2 หมู่บ้านชาวเขา ได้แก่ บ้านปางคามน้อย และ บ้านผาเผือก ต.แม่ละนา อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน โดยทีมแพทย์ พยาบาล และเภสัชกรจิตอาสาโรงพยาบาลปางมะผ้า จะเข้าไปให้ความช่วยเหลือด้านการแพทย์และการดูแลสุขภาพ ส่วนพนักงานจาก บริษัท แปซิฟิค เฮลธ์แคร์ ที่เดินทางไปด้วยจะให้ความช่วยเหลือด้านอื่นๆ เช่น สอนการใช้แอพพลิเคชั่นในมือถือ และการใช้คอมพิวเตอร์ เพื่อที่ชาวชาติพันธุ์บนพื้นที่ห่างไกลจะได้นำความรู้ไปใช้ต่อยอดในการทำงาน และการดำเนินชีวิตต่อไป ซึ่งคาดว่าจะเริ่มกิจกรรมในเดือนสิงหาคม 2564


 “สำหรับ แปซิฟิค เฮลธ์แคร์ ความยั่งยืนไม่ได้เกิดขึ้นได้แค่จากกิจกรรมที่เห็นเป็นรูปธรรมเท่านั้น แต่เรายังได้ปลูกฝังความเป็นจิตอาสาของพนักงานด้วย หลายๆ กิจกรรมเราเดินทางไปทำในวันหยุด พนักงานต้องเสียสละเวลาแรงกายแรงใจ ทุกกิจกรรมจะต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจของพนักงาน จนเกิดเป็นความรู้สึกที่อยากจะปกป้องดูแลในสิ่งที่ตนเองมีส่วนร่วม แต่ทั้งนี้ต้องไม่ทำให้เกิดความรู้สึกเป็นภาระ ไม่ไปเบียดบังเวลา หรือใช้ทรัพยากรมากเกินไป เราเชื่อว่า การปฏิบัติตามแนวคิดนี้จะเกิดเป็นความยินดีที่จะทำอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เกิดความยั่งยืน” ซีริล เฟรเดอริค เบอร์แมน กล่าวถึงหลักความยั่งยืนในการดำเนินกิจกรรมให้สำเร็จ 

ติดต่อสอบถามและติดตามรายละเอียดกิจกรรม 6 โครงการส่งเสริมความยั่งยืน (6 of Pride) เพิ่มเติม ได้ที่ บริษัท แปซิฟิค เฮลธ์แคธ์ (ไทยแลนด์) จำกัด โทร 02-881-2488  หรือ https://www.phc.co.th/ ผู้สนใจผลิตภัณฑ์ภายใต้ แปซิฟิค เฮลธ์แคร์ ที่นำเสนอสินค้าเพื่อสุขภาพสำหรับคนทุกวัย ตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนถึงผู้สูงอายุ สามารถชมสินค้าและเลือกช้อปออนไลน์ได้ที่  www.allgenhealth.com   




 


GAC AION ขนที่สุดของซูเปอร์คาร์รถไฟฟ้า Hyper SSR ขุมพลัง 1,225 แรงม้า 0-100 กม.ต่อชั่วโมง ภายในเวลา 1.9 วินาที ให้ผู้ขับได้สัมผัสแรงกระชากในระดับ 1.7 G ในงาน Motor Expo 30 นี้

                 GAC AION  มาเหนือเมฆขนขุมพลังแห่งรถไฟฟ้า 100% ระดับไฮเอน Hyper SSR ด้วยขุมพลัง 1,225 แรงม้า 0-100 กม. ต่อชั่วโมง ภายในเวลา ...